Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 กรกฎาคม, 2561, 05:32:01

   

ผู้เขียน หัวข้อ: พ่อสอนลูก  (อ่าน 8187 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1] 2 3  ทั้งหมด
ยามเฝ้าบอร์ด
ผู้ดูแลบ้าน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,644
สมาชิกลำดับที่ 1
มือปราบเกรียน



| |

« เมื่อ: 23 มีนาคม, 2555, 23:09:17 »


พ่อสอนลูก



บวชเข้ามาในพระพุทธศาสนา ปฏิญาณตนไว้แล้ว

"นิพพานัสสะ สัจฉิกิริยะ เอตัง กาสาวัง คะเหตะวา"

ซึ่งแปลเป็นใจความว่า...

"เราขอรับผ้ากาสาวพัสตร์เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน"

(พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานมหาเถระวัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




ยามเฝ้าบอร์ด
ผู้ดูแลบ้าน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,644
สมาชิกลำดับที่ 1
มือปราบเกรียน



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2555, 23:10:46 »


ก่อนที่จะภาวนา ญาติโยมทั้งหลายให้ตั้งใจ

"เพื่อพระนิพพาน" ไว้ก่อนนะ ทีนี้ถ้าจะถามว่า

โลภเกินไปไหม ก็ต้องตอบว่าไม่เกินไป เพราะ

พุทธศาสนาของเราสอนเพื่อ พระนิพพาน อย่า

ลืมว่า การตั้งใจไปนิพพาน เหมือนกับเราขึ้นต้นไม้

เมื่อเวลาตั้งใจขึ้นให้สุดยอด ถ้าบังเอิญมันไปหมดแรง

มันไปค้างอยู่ที่กิ่งใดกิ่งหนึ่ง ถ้าเราต้องการขึ้นครั้งแรก

ก็ยืนบิดขี้เกียจอยู่บนต้นไม้ใช่ไหม แล้วก็เมื่อเราค้างกิ่ง

ใดกิ่งหนึ่ง คบใดคบหนึ่ง เรามีแรงเราก็ไต่ต่อไปนะ

**กัปนี้เป็นกัปที่มีบุญมาก จะมีพระพุทธเจ้าถึง ๑๐ องค์

ซึ่งไม่เคยมีปรากฎการณ์มาก่อน..**

(พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานมหาเถระ วัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี)

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ยามเฝ้าบอร์ด
ผู้ดูแลบ้าน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,644
สมาชิกลำดับที่ 1
มือปราบเกรียน



| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2555, 23:16:58 »


พ่อสอนลูก



ขอสรุปสั้น ๆ ตามพระบาลีที่กล่าวไว้ในวันนั้น พระอานนท์เสียใจว่า

วันนี้องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาจะปรินิพพาน เรายังเป็นพระ

"เสขบุคคล"ยังเป็นพระโสดาบัน เมื่อองค์สมเด็จพระภควันต์ปรินิพพาน

เสียแล้ว ใครจะสอนเรา

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้ตรัสว่า "อานันทะ ดูกร อานนท์"

เราปรินิพพานไปแล้วนี่มันเรื่องของขันธ์ ๕ แต่ความเป็นศาสดาคือครู

ที่จะสอนเธอ ก็ได้แก่...

"พระธรรมวินัย" ที่ตถาคตได้พร่ำสอนมาถึง ๔๕  พรรษา

ธรรมส่วนใดที่เป็นที่ลี้ลับที่จะต้องปิดบังไม่ให้ศิษย์รู้ มีความรู้

เฉพาะครูนั้นไม่มี ธรรมปฏิบัติที่จะทำให้ต่างคนต่างพ้นจากความทุกข์ นี้เราสอนหมดแล้ว"



ฉะนั้น องค์สมเด็จพระหทีปแก้วจึงได้ทรงมีพระพุทธฎีกาตรัสกับ

พระอานนท์ว่า..

"อานันทะ ดูกร อานนท์ธรรมที่เรากล่าวสอนบุคคลทั้งหลายทั้งหมดนี้

๔๕ พรรษา ถ้าจะรวบรวมพระธรรมเทศนาก็ได้ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์

หรือ ๘๔,๐๐๐ หัวข้อ ในพระธรรมเทศนา ๘๔,๐๐๐ หัวข้อนี้ ย่นย่อลงมา

ได้คือ อัปมาเทนะ สัมปาเทถะ เป็นความประสงค์อย่างเดียวก็คือ เราต้อง

การให้คนทั้งหลายมีความไม่ประมาทในชีวิต"




แล้วองค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ากล่าวต่อไปว่า..



"คนใดที่มีความเคารพในเรามีความประสงค์จะทำตนให้พ้นจากความทุกข์

บุคคลประเภทนั้นจงตั้งใจไว้ในความที่ไม่ประมาท"


คือ จงอย่าคิดว่าเราดี..."



คนที่จะเข้าถึงความดีได้จริงก็ต้องมีเจตนาตามนี้ คือ...

"อัตตนาโจทยัตตานัง จงกล่าวโทษโจทย์ความผิด แสวงหาความชั่วใน

จิตใจของตัวไว้เสมอ เมื่อพบความชั่วเมื่อไร ทำลายความชั่วเมื่อนั้น"


(พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานมหาเถระ วัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี)

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 26 มีนาคม, 2555, 21:28:00 »

พ่อสอนลูก

ท่านบอกว่า..

"ชีวิตเหมือนความฝัน รูปโฉมโนมพรรณเหมือนดอกไม้ ชีวิตของเราที่ทรงตัวอยู่นี้มันก็เหมือนความฝัน มันมีอยู่ แล้วไม่ช้ามันก็พังสลายไป รูปโฉมโนมพรรณเหมือนดอกไม้ ดอกไม้ทีแรกมันยังตูม ต่อมาก็แย้มทีละน้อย ๆ บานเต็มที่มันก็สวย แต่ก็ร่วงก็โรยไปทีละน้อย ๆ และในที่สุดก็พังไปทีนี้สภาวะของรูปมันก็เป็นเช่นเดียวกัน เสียง กลิ่น รส และสัมผัส มันก็เหมือนกัน"

ท่านบอกว่า..

"ทุกสิ่งทั้งหมดนี้จงรักษาอารณ์ให้เป็น "เอกัคคตารมณ์" ว่ามันไม่มี มีแล้วต่อไปไม่มี เพราะมันจะพัง รูปมันทรงอยู่ได้ไม่นานมันก็พัง เสียงที่เรามีความพอใจ ฟังแล้วก็หายไป กลิ่นที่สัมผัสจมูกกระทบแล้วก็หายไป การสัมผัสที่พึงพอใจ สัมผัสแล้วเลิกสัมผัสก็หายไป รสที่สร้างความซาบซ่านจากปลายลิ้น กลางลิ้นถึงโคนลิ้นรสก็หายไป อย่าไปสนใจว่ามี เพราะมันผ่านไปแล้วมันก็หมดไป ไม่ช้าร่างกายมันก็สลายตัว" ท่านบอกว่า...

"จงรักษาอารมณ์นี้ให้เป็น เอกัคคตารมณ์ มีความรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่มี"

(พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานมหาเถระ วัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 27 มีนาคม, 2555, 19:00:00 »

//พ่อสอนลูก//

ถ้ามีแขกมาหาก็มักจะถามว่า มีความสุขดีหรือมีความสบายดีหรือ อารมณ์ทั้งหลายที่มีอยู่เป็นประจำวัน มันมีความสุขทุกวันหรืออย่างไร ก็ได้รับคำตอบจากทุกคนว่า.."ไม่มีใครมีความสุข" บางคนก็หนักใจทรัพย์สินไม่พอใช้บ้าง บางคนก็หนักใจกับหนี้สินที่มีอยู่กับเจ้าหนี้บ้าง บางคนก็บอกว่าร่างกายนี้เต็มไปด้วยความทุข์ มันป่วยไข้ไม่สบายไม่เลือกเวลา ถึงแม้ว่าจะพยายามรักษาอย่างไรก้ไม่หาย แต่บางคนหนักไปกว่านั้น "ชาตินี้ฉันทำบุญทุกอย่าง บวชพระ บวชเณร ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า สร้างศาลา สร้างโบสถ์ ฟังเทศน์"

ทำทุกอย่างแต่ว่าบุญกุศลไม่ได้ช่วยเลย ร่างกายป่วยไข้ไม่สบาย ฟังดูแล้วน่าสงสาร แต่ความจริงไม่สงสารอาการที่เขามีความทุกข์อย่างนั้น "สงสารที่เขาโง่เกินไป" ไม่ได้มองดูตัวของตัวเองว่าสร้างความชั่วอะไรไว้บ้างชาตินี้ก็ดีชาติก่อนก็ดี.."

(พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานมหาเถระ วัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #5 เมื่อ: 27 มีนาคม, 2555, 20:14:24 »

//พ่อสอนลูก//

การไหว้เจ้าหรือการไหว้ผี ของชาวจีนนี้ บรรดาท่านผู้ตายไปแล้ว จะได้กินหรือไม่ได้กินนั้นไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่ว่าบรรดาคนทั้งหลายเหล่านั้น ระลึกนึกถึงความดีของบุคคลผู้ตาย ซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่บ้าง ผู้มีคุณบ้าง เป็นพี่เป็นน้องเป็นเพื่อนร่วมงานร่วมการกันบ้าง "อย่างนี้จัดว่าเป็นความดี ส่วนหนึ่ง" ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า...

"นิมิตตัง สาธุรูปานัง กตัญญู กตเวทิตา" ท่านแปลว่า

"บุคคลใดมีความกตัญญูกตเวที คือรู้อุปการคุณที่ท่านทำแล้ว แล้วตอบสนองอย่างนี้ พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่าท่านผู้นั้นเป็นคนดี"


ในการระลึกนึกถึงท่านผู้ตายไปแล้วอย่างนี้ เราจิตใจไม่ลืมท่าน แสดงว่าคนนั้นเขามีความกตัญญูกตเวที เป็นที่น่าสรรเสริญ

ฉะนั้น ถ้าหากท่านทั้งหลายเห็นคนจีนไหว้เจ้า ในวันสารทก็ดี ในวันตรุษจีนก็ดี ก็จงอย่าคิดว่าเขาทำผิด หรือีกนัยหนึ่งที่พวกเราควรจะคิดว่าเป็นความดีของเขา ก็คือวันสารทจีนก็ดี วันตรุษจีนก็ดี ไหว้เจ้าไหว้ผี ไหว้ผู้มีคุณแล้ว เขาก็เลี้ยงอาหารแก่บุคคลทั่วไปโดยไม่จำกัด..

(พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานมหาเถระ วัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #6 เมื่อ: 28 มีนาคม, 2555, 22:16:33 »

‎//พ่อสอนลูก// (โอวาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า)

"พระขีณาสพมีรำพึง มีอารมณ์กระทบจิตในอารมณ์ที่ขัดข้องทุกอย่างแต่ระงับได้ทันท่วงที พระขีณาสพไม่ใช่เสาปักไว้เฉย ๆ ที่เรียกว่าพระขีณาสพ ก็เพราะว่า ดับอารมณ์ที่ขัดข้องได้ทันท่วงที"

(พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานมหาเถระ วัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #7 เมื่อ: 20 มีนาคม, 2556, 22:50:17 »

ในสมัยที่หลวงพ่อท่านยังมีชีวิตอยู่ เคยพูดเสมอว่า "สมบัติทั้งหลาย พ่อมอบให้ลูกๆทุกคน แม้แต่คำสอน พ่อสอนโดยไม่มีปิดบัง พ่อสอนทุกๆอย่างเพื่อลูกของพ่อทุกคนจะได้พ้นทุกข์ แม้แต่ร่างกายของพ่อจะสลายตัวไป แต่ใจของพ่อยังอยู่กับลูกเสมอ ถ้าลูกของพ่อทำความดี"

คำพูดอย่างนี้เรารู้ว่าท่านพูดออกมาจากใจและสามารถพิสูจน์ได้ ท่านรับแขกจนวาระสุดท้าย วันสุดท้ายที่ท่านจากไป ต้องหามท่านไปรับแขกที่ตึกรับแขก เมื่อคนเห็นท่าน ต่างก็ร้องไห้สงสารท่านจับใจ แต่ท่านไม่ห่วงร่างกาย บอกกับแขกว่า

"ร่าวกายมันทุกข์อย่างนี้แหละ ทุกคนนั้นร่างกายไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และต้องสลายตัว" แขกที่มาก็ขอกร้องว่า หลวงพ่ออย่าเข้าสอนที่สายลมเลย หลวงพ่อจะได้พักผ่อน แต่ท่านบอกว่า "ไม่ได้ ญาติโยมเขาไม่รู้กัน ถ้าไม่เข้าสายลม คนแก่ที่มาวัดไม่ได้ ก็ไม่มีโอกาสทำบุญ สงสารคนแก่เขา"
ฉะนั้นจะเห็นได้ว่า ความเมตตาของท่านหาประมาณไม่ได้เลย แม้แต่ร่างกายของท่านเองก็ไม่ห่วงใย

สมบัติวัดท่าซุงทั้งหมดลูกรักของหลวงพ่อทุกคนได้ร่วมสร้างด้วยความรักและศรัทธาด้วยความเต็มใจ ฉะนั้นเมื่อหลวงพ่อได้ละสังขารไปแล้ว ลูกที่ดีต้องดูแลทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้อยู่ในสภาพที่พอดีแก่สภาพ ไม่ใช่สมบัติของเจ้าอาวาสหรือพระวัดท่าซุง เป็นสมบัติของพ่อมอบให้แก่ลูกๆทุกคนเป็นเจ้าของ และช่วยกันดูแล
ฉะนั้น อาตมาในฐานะที่เป็นหัวหน้าพระวัดท่าซุง ขอบอกเสียเลยว่า

"ขอให้ลูกๆทุกคนของหลวงพ่อ มาช่วยกันดูแล รักษาสมบัติของพ่อเรา คนอื่นนั้นไม่สามารถจะดูแลได้ เพราะเขาไม่ใช่ลูกพ่อ เขาไม่รู้ใจพ่อ กลัวเขาจะทำลายเสีย"
ฉะนั้น ขอให้ท่านทั้งหลาย จงประพฤติ ปฎิบัติดี ตามที่หลวงพ่อสอนเรามาให้เสมอ และมาร่วมแรง ร่วมความคิด และร่วมกันทำประโยชน์ต่อส่วนรวม และทรงความดีที่หลวงพ่อของเราสอนมาเท่านั้น หลวงพ่อก็จะอยู่กับเราทุกลมหายใจ หลวงพ่อเคยพูดว่า

"ลูกของฉัน เมื่ออกุศลกรรมให้ผล ก็อาจจะโต๋เต๋ไปบ้าง สุดท้ายลูกฉันเข้านิพพานหมด"
เป็นความชื่นใจเสมอ เมื่อหลวงพ่อพูดแบบนี้ และเราก็เต็มใจที่จะไปนิพพานไปอยู่กับพ่อแม่ของเราทุกลมหายใจเข้าออก
ฉะนั้นสุดท้ายนี้ อาตมาไม่มีอะไรจะฝาก ขอฝากลูกรักของหลวงพ่อทุกคน จงร่วมกันรักษาสมบัติของพ่อตลอดไป

ที่ีมา http://board.palungjit.com/f23/ลูกรักพ่อ-303455.html
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #8 เมื่อ: 03 เมษายน, 2556, 23:34:27 »

คนเราเกิดมาในโลก ที่ไม่ทำความชั่วเลยน่ะไม่มี ถ้าเราจะชดใช้บาปมันก็ชดใช้กันไม่ไหว มีทางเดียวในกิจของพระพุทธศาสนาคือหนีบาป การภาวนาให้จิตทรงตัว การคิดถึงคุณพระรัตนตรัย พยายามรวบรวม บารมี ๑๐ ประการไว้ให้ครบถ้วน พยายามตัดสังโยชน์ ๑๐ ประการให้หมด จรณะ ๑๕ ปฏิบัติให้ครบถ้วน มี พรหมวิหาร ๔ ให้ครบถ้วนทรง ศีล ให้บริสุทธิ์ มี อิทธิบาท ๔ ทรงตัว เมื่อมีการทรงตัวดังกล่าวมาแล้วนี้ ลูกรักของพ่อจะไม่ต้องเกิดอีกต่อไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #9 เมื่อ: 07 เมษายน, 2556, 21:40:48 »

เรื่อง ผู้ประเสริฐ ผู้เลว

"ขอบรรดาเพื่อนภิกษุสามเณรทั้งหลายระมัดระวังตัวให้มาก จงลืมความเป็นฆราวาสเสีย คิดว่าเราเป็นพระ พระ แปลว่า ผู้ประเสริฐ ไม่ใช่ พระ แปลว่า ผู้เลว"

คำสอน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 3  ทั้งหมด
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: