Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
23 กันยายน, 2560, 21:24:15

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ดอกเมียวเมียว หรือ ดอกเมย์เมียว  (อ่าน 7895 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,703
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« เมื่อ: 16 มีนาคม, 2555, 11:35:07 »


ดอกเมียวเมียว หรือ ดอกเมย์เมียว


ขอบคุณข้อมูลดอกเมย์เมียวจาก ::
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=porpayia

ขอบคุณภาพประกอบสวย ๆ จาก ::
http://www.jaranmanopetch.com/board/forum.php?req=thread&id=443


วันนี้เพื่อนผู้สูงอายุท่านหนึ่งในเฟส ชื่อคุณมานิด อัชวงศ์ (ขออนุญาตเอ่ยนาม) ท่านกำลังกระตือรือร้นกับการจัดคอนเสิร์ตเล็ก ๆ เพื่อรำลึกถึงคุณจรัล มโนเพชร มาหลายวันแล้ว วันนี้ท่านเอ่ยถึงดอกไม้ชนิดหนึ่ง ชื่อ " ดอกเมียวเมียว" ซึ่งเราไม่เคยได้ยินมา แต่รู้สึกสะดุดหูกับชื่อเรียกขานของเจ้าดอกไม้ชนิดนี้ จนต้องมานั่งหาข้อมูลของเจ้า "ดอกเมียวเมียว" ที่ว่านี้


ดอกเมียวเมียว ว่ากันว่าเป็นพืชเฉพาะถิ่นขึ้นเฉพาะในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ดอกมีสีชมพู ขาว ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม ของทุกปี







ดอกเมียวเมียว ภาพจาก http://www.jaranmanopetch.com


 


ความเป็นมาและเป็นไปของเจ้าต้นเมียวเมียวนี้ไม่ชัดเจนนัก ค้นไปค้นมาจนกระทั่งเจอ บล็อกหนึงเล่าถึงความเป็นมาของต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ชื่อ เมย์เมียว ซึ่งดูจากภาพประกอบแล้ว เราว่ามันต้นเดียวกันแน่ ๆ







ดอกเมย์เมียว ภาพจาก http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=porpayia



และที่บล๊อกพ่อพเยียนี้เองที่ให้ข้อมูลของเจ้าดอกเมย์เมียวไว้ว่า


" เมย์เมียว เป็นชื่อเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งของพม่า ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองมัณฑะเลย์ไม่ไกลนัก ใช้เวลานั่งรถยนต์ราวสองชั่วโมงครึ่ง ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยใหญ่ สภาพภูมิอากาศหนาวเย็นสบายตลอดปี เมืองนี้มีชื่อในภาษาพม่าว่าเมือง “ปินอูลวิน” แต่ที่ถูกเรียกว่า “เมย์เมียว” ก็เนื่องมาจากในสมัยที่พม่าตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ พันเอกเมย์ ฟลาวเวอร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบอังกฤษ ได้รับแต่งตั้งให้มาทำหน้าที่ปราบปรามและคอยดูแลความสงบเรียบร้อยในประเทศพม่า

ผู้พันเมย์จัดตั้งสถานีรบและบ้านพักอยู่ที่เมืองปินอูลวินเพราะเหตุว่าเมืองมัณฑะเลย์นั้นอากาศร้อนอบอ้าว ต่อๆมาพวกนายทหารและข้าราชการอังกฤษที่เข้ามาปกครองเมืองพม่าก็ไปตั้งหลักปักฐานกันอยู่ที่นั่นเพราะมีสภาพภูมิอากาศใกล้เคียงกับประเทศของตน

ผู้พันเมย์นอกจากจะเป็นนักรบแล้วยังเป็นคนชอบดอกไม้ เขาจึงนำพันธุ์ดอกไม้ในเมืองหนาวเข้ามาปลูกที่เมืองนี้ และต่อมาเมืองปินอูลวินก็ถูกเรียกว่าเมืองเมย์เมียว ซึ่งหมายถึงเมืองของผู้พันเมย์ แม้ว่าผู้พันเมย์จะจากไปแล้วแต่ชื่อของเขาก็ได้กลายเป็นชื่อเมืองและชื่อดอกไม้

ดอกเมย์เมียวเดินทางไกลจากอังกฤษมาถึงพม่าและขยายพันธุ์ต่อๆมาได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะเดินทางจากเมืองพม่ามาถึงเมืองไทย ผมเข้าใจว่าดอกไม้ที่มีชื่อเรียกว่าเมย์เมียวคงไม่ใช่ดอกไม้ชนิดนี้ชนิดเดียวเท่านั้น เพราะดอกไม้ที่แม่ค้าที่แม่ฮ่องสอนบอกผมว่าเป็นดอกเมย์เมียวนั้นมีลักษณะต่างจากดอกเมย์เมียวซึ่งมีลักษณะคล้ายดอกเบญจมาศเล็กๆที่ไกด์ไทยใหญ่ในพม่าชี้ให้ผมดู

ผมคิดว่าชื่อเมย์เมียวอาจจะใช้เรียกดอกไม้ชนิดต่างๆที่ผู้พันเมย์นำมาจากบ้านเกิดเพื่อมาปลูกที่พม่า และต่อมาจึงพากันเรียกชื่อดอกไม้ตามชื่อเมืองที่มันจากมาก็เป็นได้

แม้ครั้งหนึ่งประเทศพม่าเคยตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษ แต่ดอกเมย์เมียวก็ไม่ได้เป็นดอกไม้ของประเทศใดประเทศหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ พม่า หรือไทย หากแต่เป็นดอกไม้ของมวลมนุษยชาติ เพราะดอกไม้มีอิสระเสรีที่จะเติบโตและแพร่พันธุ์ ดอกไม้ไม่เคยหวงความงามไว้เฉพาะสำหรับผู้ปลูกเท่านั้น แต่มันเบ่งบานเพื่อเผยความงามให้แก่ทุกคนที่ได้พบเห็น"











ดู ๆ ไปก็คล้าย ๆ ดอกหญ้า แต่พอจับมารวมกันเยอะ ๆ แล้วสวยมาก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: