Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
19 พฤศจิกายน, 2560, 04:11:54

   

ผู้เขียน หัวข้อ: บทเพลง“ขี้เมา”คาราบาว เพื่อ“เฉลิม”(ฉลอง)/บอน บอระเพ็ด  (อ่าน 1846 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,703
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« เมื่อ: 01 มีนาคม, 2555, 23:13:16 »



บทเพลง“ขี้เมา”คาราบาว เพื่อ“เฉลิม”(ฉลอง)/บอน บอระเพ็ด

โดย : บอน บอระเพ็ด (skbon109@hotmail.com)








ในยุคกระเบื้องเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าน้อยถอยจม ผู้ดีเดินตรอก ขี้ครอกเดินถนน คนเผาเมืองได้ดิบได้ดี สภา เสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่ว่าเสื่อมแล้ว ยัง “เสื่อมได้อีก” หลังเกิดข่าวเสื่อมเสียว่า ส.ส.ผู้น่ารังเกียจคนสองคนก๊งเหล้าจนเมาแอ่นเป็นที่โด่งดังไปทั่ว

งานนี้แม้เจ้าตัว พวกพ้อง และลิ่วล้อจะออกมาแก้ข่าว นั่งยันนอนยันว่า “ผมม่ายมาว เอิ๊ก” แต่คงยากที่จะมีใครเชื่อ เพราะพฤติกรรมทั้งปัจจุบันและอดีตมันปรากฏชัด

ดังนั้นในสถานการณ์ข่าวสารบ้านเมืองที่ยังอวลไปด้วยกลิ่นสุราโชยคุ้ง ผมจึงขอหยิบยกบทเพลง “ขี้เมา”ต่างๆของวงคาราบาว มารำลึกความหลังคลอเคล้าไปกับการดื่มน้ำสีอำพัน เพื่อเฉลิม...และฉลอง ต่อการที่วิญญูคนไทยได้มีโอกาสรับรู้ถึงข่าวพฤติกรรมอันต่ำทรามของนักการเมืองบางคน ที่สุดท้ายกรรมก็ได้เผยให้เห็นถึงอีกหนึ่งในด้านมืดของพวกเขา

เหตุที่ผมเลือกเพลงของวงหัวควายมาเป็นเพราะที่ผ่านมาวงนี้ได้นำเสนอบทเพลงเกี่ยวกับสุรายาเสพติดและสิ่งมึนเมาออกมามากหลาย โดยบทเพลงขี้เมาที่ผมเลือกมานั้นเป็นเพลงในยุคคาราบาวคลาสสิคตั้งแต่ชุดแรกถึงชุดทับหลัง ซึ่งบทเพลงขี้เมาของพวกเขาจะมุ่งเน้นการสะท้อนปัญหาสังคมมากกว่าในยุคหลังที่มุ่งไปในด้านตัวตน และความสนุก ความบันเทิง

สำหรับบทเพลงแรกเริ่มกันด้วย เพลง “ลุงขี้เมา” ในผลงานชุดแรก “ขี้เมา”

เพลงนี้แม้น้าแอ๊ด คาราบาว จะนำทำนองมาจากเพลง Anak ของ Freddie Aguilar แต่ด้วยเนื้อหาที่กินใจ สะทกสะท้อนความเป็นจริงของสังคมไทยว่าด้วยเรื่องราวของคนเล็กๆ ที่ชีวิตพลิกผันจากชาวนามาเป็นแรงงานก่อนกลายมาเป็นขอทาน ที่สุดท้ายชีวิตสิ้นหวังไร้ทางออกจึงต้องหันมาพึ่งเหล้า ก่อนจะจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ

ลุงขี้เมาแต่งขึ้นในช่วงที่แอ๊ดกำลังสด สามารถเล่าเรื่องได้อย่างมีมิติมีรสชาติ ใช้ภาษาเรียบง่ายแต่สื่อความชัดเจน ทำให้เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงโดนของคาราบาวที่ยังคงความอมตะมาจนถึงทุกวันนี้

“เช้าวันหนึ่งมีคนพบศพขี้เมานอนตายอยู่ที่ใต้สะพานลอย”


ท่อนจบของเพลงลุงขี้เมา ที่ขี้เมาบางคนมันหัวไวร้องแปลงให้ฟังว่า

“เช้าวันหนึ่งมีคนพบศพเป็ดเมานอนตายอยู่ที่หน้ารัฐสภา”
       


มาถึงอัลบั้มที่สอง“แป๊ะขายขวด” คาราบาวมีเพลงขี้เมา 2 เพลงด้วยกัน เพลงแรก “เมากีตาร์” เพลงนี้ไม่ใช่เพลงดังของคาราบาว ต้องเป็นแฟนพันธุ์แท้ถึงจะรู้จักดี

เมากีตาร์
ขับร้องโดยน้าเล็ก คาราบาว เป็นเพลงสนุกๆ สไตล์คันทรี มีเสียงสไลด์กีตาร์โฉบเฉี่ยว เนื้อเพลงว่าด้วยนักดนตรีขี้เมา กินแต่เหล้า ที่แม้จะตกงานไม่มีงานเล่นก็ยังอุตส่าห์ไปเซ็นเหล้ากิน จนเล่นกีตาร์เพี้ยนไป เพี้ยนมาไม่น่าฟัง

อย่างไรก็ดีเพลงนี้ได้เลือกจบแบบสวยงามด้วยการให้ข้อคิดว่าแม้นักดนตรีจะตกงาน แต่หากไม่ท้อแท้มัวกินแต่เหล้า หมั่นฝึกฝนฝึกปรือฝีมือ ย่อมมีอนาคตแน่นอน
       

เพลงขี้เมาอีกหนึ่งเพลงในอัลบั้มชุดนี้คือ “กัญชา” อีกหนึ่งเพลงคลาสสิคของคาราบาว และเป็นหนึ่งในเพลงที่ถูกแบนในยุคสมัยนั้น

เพลงนี้น้าแอ๊ดโชว์พลังเสียงสูงปรี๊ด แถมยังลากเสียงยาวเฟื้อยกินยาวไปถึง 5 ห้อง ส่วนในท่อนโซโลกีตาร์น้าเล็กก็ได้เริ่มฉายแววความเป็นยอดมือกีตาร์ในเวลาต่อมา

เพลงกัญชามี 2 อารมณ์คืออารมณ์เหงาเคลิ้มเหมือนคนดูดกัญชากับอารมณ์คึกคัก มีเสียงหัวเราะของคนเมากัญชามาเติมสีสัน เนื้อหาเพลงนี้เป็นการเตือนใจให้แก่ผู้ดูดกัญชา ก่อนที่สุดท้ายจะจบลงด้วยข้อคิดว่า

“คราบรอยยิ้มยังแต้มเติมตามใบหน้า สูบกัญชาหลอกหลอนจิตใจ ชั่วชีวิตคิดสั้นทำไม เส้นทางสุดท้าย นอนตายใต้ต้นกัญชา”
       


ข้ามไปชุดที่ 4 “ท.ทหารอดทน” ชุดนี้มีเพลงขี้เมาให้ฟัง 2 เพลงด้วยกัน เพลงแรก “ทินเนอร์” ที่ถูกแบนเหมือนกัน เพลงนี้สะท้อนปัญหาของเยาวชนในยุคนั้นที่มีปัญหาติดทินเนอร์กันมาก ดมกันจนเมาจมูกโหว่ จมูกแหว่ง

มาวันนี้ทินเนอร์เป็นของกระจอกสำหรับวัยรุ่นไทยไปแล้ว เพราะพวกเขามียาบ้า ไอซ์ เค แป๊ะ ให้เลือกเสพกันเกลื่อนเมือง ซึ่งถ้าจะถามว่าหาซื้อได้ที่ไหน ลองถามพวกสีกากีดูสิ พวกนี้รู้ดีทีเดียว

ส่วนเพลง “ขี้เมาใจดี”(ถึกควายทุย ภาค 4) เป็นโฟล์กร็อกฟังสบาย เป็นถึกควายทุยในเนื้อหาที่ไม่ซีเรียสหากเทียบกับ 3 ภาคที่ผ่านมา

โหนกในเพลงนี้เมื่อเมาแล้วไปเที่ยวเขาดิน แล้วเกิดอาการสงสารจึงให้ช้างร่วมร่ำสุราด้วย ซึ่งมาในวันนี้ผมไม่แน่ใจว่าเขาดินจะสามารถนำเหล้าเข้าไปได้หรือเปล่า แต่เมื่อสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผมเคยไปนั่งจิบเบียร์กับเพื่อนที่เขาเปิดขายในเขาดินอยู่เหมือนกัน พอดึ่มกรึ่มๆได้ที่ก็เดินดูสัตว์เพลินดีเหมือนกัน แถมยังเห็นสัตว์บางตัวเลื้อยหลุดออกมาจากสภาด้วยสิ ไม่รู้ว่าวันนั้นตาฝาดหรือเปล่า
       


มาถึงชุดสุดดัง “เมดอินไทยแลนด์”(ชุด 5) ชุดนี้ไม่มีเพลงขี้เมาตรงๆ แต่มีเพลง “ลูกแก้ว” เป็นร็อกมันๆที่ให้อารมณ์และเนื้อหาตรงข้ามกับเพลง “ลูกหิน” ในแทรคก่อนหน้านั้น ที่ว่าด้วยการเลี้ยงลูกเหมือนกัน แต่เป็นการเลี้ยงลูกของคนจนที่ต้องดินรนต่อสู้ ผิดกับการเลี้ยงลูกของคนมีตังค์ในลูกแก้ว ที่เตือนใจพ่อแม่ที่เอาแต่ตามใจลูกจนไม่ลืมหูลืมตา สุดท้ายแล้วกลับกลายเป็นการทำร้ายลูกไปโดยปริยาย เพราะลูกชายคนเดียวที่มีแต่เงินทองแต่ไม่มีความอบอุ่น ได้คบเพื่อนเลว แล้วพากันเดินลงขวด เดินลงบ้องกัญชา และเดินลงเข็มฉีดยา ก่อนที่ความมึนเมาจะนำพาลูกแก้วไปสู่การปล้นฆ่าและข่มขืน

เพลงนี้หลายคนฟังแล้วบอกพฤติกรรมคุ้นๆอยู่นะ
       


จากเมดอินไทยแลนด์ข้ามไปยังชุดที่ 8 “เวลคัมทูไทยแลนด์” ที่คาราบาวทำยอดขายได้ทะลุล้านตลับเดินตามหลังเมดอินไทยแลนด์
       

ชุดนี้ไม่มีเพลงขี้เมาตรงๆเหมือนกัน แต่มีเพลงที่สื่อถึงความเมาอย่าง “คนหนังเหนียว” ที่คาราบาวนำเสนอเรื่องราวของกรรมกรหนุ่ม 2 คน ที่หลังจากประตูโรงงานปิดแล้วก็มาก๊งเหล้า บ่นปัญหาชีวิต สารพัดสารพัน ซึ่งล้วนแต่เป็นปัญหาที่เป็นความจริงของสังคมที่แม้เวลาจะผ่านล่วงเลยมานานแล้วทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม

ยิ่งในยุคนี้ที่ค่าครองชีพแพงหูฉี่จากนโยบายกระชากค่าครองชีพของรัฐบาล แถมหลายคนยังโดนเลิกจ้างจากวิกฤติน้ำท่วมอีกต่างหาก

เพลงคนหนังเหนียวนี้สนุกมาก น้าเล็กร้องคู่กับน้าเทียรี่ได้อย่างเข้าขา แถมยังให้ซุ่มเสียงของขี้เมาได้อย่างออกรสชาติ ซึ่งไม่ว่าจะเดือดร้อนจากค่าข้าว ค่าบ้าน แต่ค่าที่สำคัญที่สุดของ 2 หนุ่มโรงงานก็คือ “ค่าเหล้า”

อีกเพลงหนึ่งที่อยู่ในแทรคถัดมาคือ “บาปบริสุทธิ์” ที่แต่งและขับร้องโดยน้าเล็ก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเพลงลายเซ็นของเขา

เพลงนี้น้าเล็กพูดถึงเหล้าเพียงวรรคเดียวคือท่อน “ผมไปกินเหล้ากับเพื่อนมานะ” แต่โดยรวมทั้งเพลงแล้วนี่คือบทเพลงสะท้อนปัญหาครอบครัว ที่ยังคงเป็นปัญหาแก้ไม่ตกมาจนถึงทุกวันนี้

ครับ และนั่นก็เป็นบทเพลงขี้เมาอันหลากหลายของคาราบาวในยุคคลาสสิค ซึ่งจะว่าไปการเมาเหล้าเข้าสภาของนักการเมือง แม้จะเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ แต่ก็ยังน่ารังเกียจน้อยกว่า การมัวเมาใน อำนาจ วาสนา เงินตรา ที่ส่งผลต่อวิบากกรรมของประเทศมาจนถึงทุกวันนี้



ที่มาบทความ ::[url=http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9550000026803][/url]
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: