Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
22 พฤศจิกายน, 2561, 17:34:52

   

ผู้เขียน หัวข้อ: สถานการณ์น้ำท่วม จ.นครศรีธรรมราช มกราคม 2555  (อ่าน 3611 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« เมื่อ: 02 มกราคม, 2555, 20:50:47 »


สถานการณ์น้ำท่วม จ.นครศรีธรรมราช มกราคม 2555




กระแสน้ำป่านบพิตำยังรุนแรง ชาวบ้าน 400 ครัวเรือนถูกตัดขาด







สถานการณ์ฝนตกในพื้นที่ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ยังตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สะพานข้ามคลองกลายถูกน้ำกัดเซาะพังเสียหาย ชาวบ้านกว่า 400 หลังคาเรือนถูกตัดขาด

วันนี้ (2 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในพื้นที่ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราชว่า ล่าสุดเมื่อเวลา 16.20 น. ฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำป่ายังคงมีความรุนแรง และได้กัดเซาะทำลายตลิ่งตลอดเส้นทางน้ำ บางจุดสวนปาล์มของประชาชนที่มีปาล์มปลูกใหม่อายุประมาณ 2 ปี ถูกกัดเซาะหายไปกับกระแสน้ำป่าในคลองกลายอย่างต่อเนื่อง เป็นเนื้อที่หลายไร่

ส่วนบ้านที่พังเสียหายทั้งหลัง ล่าสุดนั้นพบว่าเป็นบ้านของนายสุนทร อมรพันธ์ อายุ 63 ปี บ้านเลขที่ 121/1หมู่ที่ 7ต.นบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองกลาย กระแสน้ำป่าได้ทะลักกัดเซาะอย่างรุนแรง พื้นดินหายไปกับกระแสน้ำจนกระทั่งถึงตัวบ้านและบ้านค่อยๆ พังลงไปต่อหน้าต่อตา แต่โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ส่วนทรัพย์สินนั้นเพื่อนบ้านได้ขนย้ายออกมาได้ทัน

ล่าสุด พบว่าในพื้นที่หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 5 กรุงชิง สะพานข้ามคลองกลายตอนบนขาด ไม่สามารถสัญจรได้ ส่วนชาวบ้านในหมู่ที่ 6 กรุงชิงถูกตัดขาด มีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ 400 กว่าครัวเรือน และพบว่าสะพานข้ามคลองหลายเส้นทางไปหมู่ที่ 3 กรุงชิง ขาดเสียหายไม่สามารถใช้การได้แล้วเช่นกัน


ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000000429
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 02 มกราคม, 2555, 20:54:14 »



นครศรีฯ วิกฤตน้ำป่าถล่ม 3 อำเภอ ชาวบ้าน-นทท.ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก





กระแสน้ำป่าได้ไหลทะลักเข้า 3 อำเภอจนต้องมีการประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบภัย ทำให้ชาวบ้านต้องอพยพหนีอย่างทุลักทุเล และมีนักท่องเที่ยวติดค้างรอความช่วยเหลือ แต่สภาพยังน่าเป็นห่วงเมื่อถนนถูกตัดขาด กระแสไฟฟ้าดับ

วันนี้ (2 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์หลังจากเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน 2 วัน ปรากฏว่าได้เกิดเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงใน อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ บ้านเผียน, บ้านสามเทพ, บ้านวังส้าน ต.เทพราช และ ต.ฉลอง ได้เกิดน้ำป่าทะลักลงมาจากเทือกเขาหลวงอย่างรุนแรง ถนนหลายสายในพื้นที่ถูกกระแสน้ำตัดขาดอย่างสิ้นเชิง ชาวบ้านต้องอพยพตนเองออกมาอาศัยอยู่ที่โรงเรียนบ้านเผียน ต.เทพราช หลายสิบครัวเรือนอย่างทุลักทุเล โดยยังมีชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถอพยพตนเองออกมาได้ทันเนื่องจากน้ำป่าตัดขาดถนนหลายสาย ไฟฟ้าดับ

ขณะเดียวกัน น้ำในคลองท่าทนเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากไม่สามารถเปิดประตูระบายน้ำได้ด้วยสาเหตุไฟฟ้าดับ ทำให้ไม่สามารถใช้งานมอเตอร์ไฮดรอลิกเปิดประตูระบายน้ำได้ และน้ำป่าได้ทะลักท่วมข้ามถนนสาย 401 ช่วงกิโลเมตรที่ 36 ต.สิชล อ.สิชล ระดับสูงกว่า 80 ซม.รถทุกชนิดไม่สามารถใช้การได้



นบพิตำอ่วม น้ำป่าถล่มต่อเนื่องฝนยังไม่หยุด

วันเดียวกันที่ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช กระแสน้ำป่าได้ไหลหลากอย่างรุนแรงและต่อเนื่องมาตามลำห้วยสายต่างๆในพื้นที่ ต.กรุงชิง ต.นบพิตำ ทำให้ถนนถูกตัดขาดไม่สามารถเดินทางเข้าสู่ ต.กรุงชิง ได้แล้ว กระแสน้ำได้พัดพาเอาต้นไม้ใหญ่น้อยถอนรากถอนโคนมากระแทกกับตอม่อสะพานอย่างรุนแรงต่อเนื่องเสียงดังสนั่นตลอดเวลา สะพานสะเทือนเป็นระยะ

เจ้าหน้าที่ของ อบต.นบพิตำ และ อบต.กรุงชิง ได้ใช้รถยนต์ติดเครื่องขยายเสียงเปิดสัญญาณไซเรนแจ้งเตือนให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ และอพยพออกจากพื้นที่ในจุดเสี่ยง โดยชาวบ้านที่อพยพออกมายังชั้นนอกของ ต.กรุงชิง ได้บอกว่า มีภูเขาถล่มลงมาหลายจุดแล้ว รวมทั้งมีบ้านเรือนพังเสียหาย แต่ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และล่าสุดนั้นยังไม่สามารถเดินทางเข้าไปยังเขตป่าเขาที่มีชุมชนตั้งอยู่ภายในได้

นายพล จันทร์ชุม นายก อบต.กรุงชิง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า น้ำป่าได้หลากลงมาอย่างรุนแรงขณะนี้ถนนถูกตัดขาดไปแล้วหลายจุด เช่นที่ ม.1, ม.10 ต.กรุงชิง แต่ยังไม่สามารถรวบรวมได้ และล่าสุดนั้นมีดินโคลนถล่มอยู่ที่ ม.8 ต.กรุงชิง มีบ้านพังไปจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่ทราบชะตากรรมเจ้าของบ้าน ล่าสุด ทหารจากกองทัพภาคที่ 4 ได้ยกกำลังเข้าพื้นที่เพื่อให้ให้การช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว




นักท่องเที่ยวติดค้างน้ำตกลานสกา 70 คน


ส่วนที่ อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยไต้เต๊กเซี่ยงตึ๊ง ได้พยายามเข้าให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดค้างอยู่ในน้ำตกท่าหา ต.กำโลน อ.ลานสกา เนื่องจากน้ำป่าได้ทะลักลงมาจากเทือกเขาหลวง ผ่านลงมายังลำคลองท่าดี ซึ่งเป็นลำคลองสายหลักในการถ่ายเทน้ำจากเทือกเขาหลวงอย่างรุนแรง โดยมีรายงานว่าสมีนักท่องเที่ยวติดค้าองยู่ถึงประมาณ 70 คน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถข้ามกระแสน้ำไปให้การช่วยเหลือได้ โดย พ.ต.อ.สุตรีธา อ่อนสด ผกก.สภ.ลานสกา ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปประสานในการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน




ผวจ.นครศรีฯ เตรียมประกาศเขตภัยพิบัติ 3 อำเภอ

นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่ประสบภัยตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อสั่งการในการให้การช่วยเหลือประชาชนด้วยตัวเอง และเปิดเผยว่าได้เตรียมกลับมายังศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยนครศรีธรรมราช เพื่อลงนามการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติใน 3 อำเภอ คือ อ.นบพิตำ อ.สิชล อ.ท่าศาลา จำนวน 3 อำเภอในเรื่องของน้ำป่าดินโคลนถล่มและน้ำท่วมในลุ่มน้ำคลองกลาย เพื่อให้การช่วยเหลือตามกรอบขั้นตอนทางกฎมายในการอนุมัติงบประมาณและส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง



ที่มา :: http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000000380
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 03 มกราคม, 2555, 17:59:45 »



นครศรีฯ ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 8 อำเภอ




พ่อเมืองนครศรีฯ ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 8 อำเภอ น้ำป่าจากเทือกเขาหลวงยังไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรอย่างต่อเนื่อง ด้านภูเขาวังปริแยกเป็นทางยาวกว่า 100 เมตร ชาวบ้านหวั่นเกิดดินโคลนถล่ม ส่วน รพ.ท่าศาลาย้ายคนไข้หนีน้ำแล้ว 50 ราย



นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติอุทกภัย ตามขั้นตอนทางกฎหมายแล้ว จำนวน 8 อำเภอ ได้แก่ อ.ขนอม อ.ปากพนัง อ.เชียรใหญ่ อ.หัวไทร อ.เมือง อ.ท่าศาลา อ.สิชล และ อ.นบพิตำ เพื่อให้เป็นไปตามกรอบของกำหมายในการเบิกจ่ายงบประมาณและการช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบของทางราชการ

ส่วนการให้การช่วยเหลือ ขณะนี้ทุกอำเภอที่เกิดเหตุการณ์ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันมีกำลังพลจากกองทัพภาคที่ 4 เข้าให้การสนับสนุนพร้อมด้วยเครื่องมือยุทโธปกรณ์กู้เส้นทางอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะใน อ.นบพิตำ

ขณะเดียวกัน น้ำป่ายังคงไหลทะลักอย่างต่อเนื่องตลอดแนวเทือกเขาหลวง ใน อ.สิชล อ.นบพิตำ อ.ลานสกา อ.ร่อนพิบูลย์ อ.พรหมคีรี และ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยที่ ต.ท่างิ้ว อ.เมืองมีกระแสน้ำป่าไหลทะลักมาในคลองบ้านตาล ส่งผลให้ถนนสายนครศรี-จันดี ไม่สามารถใช้การได้ระดับน้ำท่วมสูง ถนนสายเบญจม-นาพรุ ช่วง ต.นาสาร อ.พระพรหม มีน้ำท่วมสูงเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ นายปรีชา คุ้มวงศ์ นายอำเภอนบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ อส.ได้เดินทางเข้าพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย เนื่องจากมีรายงานว่าในพื้นที่ ม.8 ต.นบพิตำ ถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิงและมีดินถล่มเกิดขึ้นหลายจุด เสาไฟฟ้าโค่นล้มโดยยังไม่มีรายงานชะตากรรมของชาวบ้านในย่านนั้น เนื่องจากเป็นเขตอับสัญญาณโทรศัพท์ ขณะเดียวกันอาสาสมัครภาคประชาชนในพื้นที่ต่างติดตามสถานการณ์เพื่อคอยแจ้งเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายทวีผล บุญผล ผู้ใหญ่บ้าน ม.12 ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวบ้านกำลังตื่นตระหนกและอพยพขนย้ายสิ่งของออกมาจากบ้านเขาวัง ทางขึ้นโรงเรียน ตชด.บ้านเขาวัง ต.หินตก เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่องส่งผลให้ภูเขาวังปริแยกเป็นทางยาวกว่า 100 เมตร กว้างประมาณ 1 เมตร ซึ่งเกรงว่าหากฝนยังตกเช่นนี้ต่อไปอาจเกิดเหตุดินถล่มได้ตลอดเวลา และจะทำให้ชาวบ้านที่อยู่ภายในติดค้างกว่า 1,000 คนทีเดียว โดยขณะนี้ได้แจ้งให้กับทางการนายอำเภอ และฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเร่งด่วนแล้ว

ส่วนที่โรงพยาบาลท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเคยประสบกับอุทกภัยอย่างหนักมาเมื่อครั้งเดือนมีนาคม-เมษายน 2554 ที่ผ่านมา ปรากฏว่า น้ำได้ทะลักเข้าท่วมในเขตโรงพยาบาลอีกครั้งตั้งแต่ช่วงเย็นของวานนี้ (2ม.ค.) และเจ้าหน้าที่ได้อพยพคนไข้จำนวนมากออกจากโรงพยาบาลไปรักษาตัวต่อยังโรงพยาบาลอื่นถึง 50 คน
 
นพ.กิตติ รัตนสมบัติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า หลังจากน้ำไหลเข้าท่วมโรงพยาบาล ได้อพยพคนไข้ชุดแรกเป็นคนไข้ไอซียู ไปยังโรงพยาบาลมหาราช จากนั้นได้อพยพส่วนอื่นๆ ซึ่งมีทั้งกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านและไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลมหาราชแล้ว รวม 50 ราย ส่วนการเตรียมความพร้อมก่อนหน้านั้น ได้จัดเตรียมอพยพสิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้ทางการแพทย์ได้ทันที พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำตามแผนรองรับ ความเสียหายจึงมีไม่มาก



ที่มา ::   http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000000684
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: