Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
17 กรกฎาคม, 2561, 05:24:24

   

ผู้เขียน หัวข้อ: กระทรวงทรัพฯ ปลุกผี-ชงโครงการกระเช้าขึ้นภูกระดึง  (อ่าน 4859 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« เมื่อ: 29 ธันวาคม, 2554, 09:19:20 »


กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลุกผี-ชงโครงการกระเช้าขึ้นภูกระดึง



เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ในวันที่ 28-29 ธ.ค. นี้ ตนและนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดเตรียมเดินทางลงพื้นที่สำรวจพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อ.ภูกระดึง จ.เลย โดยขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจในพื้นที่ เพื่อหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโครงการก่อสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง

นายดำรงค์ กล่าวว่า ในโครงการนี้ตนได้นำเสนอต่อนายปรีชา ว่าการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสัตว์ป่าที่ทำร้ายคนที่ต้องรีบนำตัวลงมารักษา รวมทั้งปัญหาคนเจ็บป่วยบนภูกระดึง ปัญหาการจัดการขยะ อีกทั้งคนที่มาประกอบอาชีพเป็นลูกหาบ เมื่อแก่ตัวไปเป็นโรคกระดูกพรุนต้องหาเงินมารักษาตัวเองอีก ซึ่งหากจัดทำโครงการกระเช้าลอยฟ้าแล้ว ก็ยังต้องจะมีการจำกัดนักท่องเที่ยวเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม อยากจะดำเนินการให้เสร็จภาพใน 3 ปี ซึ่งตอนนี้ได้มีการศึกษาแนวทางก่อสร้างไว้ 2-3 ทางเลือก ซึ่งผ่านการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว


ที่มา ::

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 29 ธันวาคม, 2554, 09:26:15 »


“ศรีสุวรรณ” ค้านสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง




นายศรีสุวรรณ จรรยา



สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ชี้โครงการกระเช้าขึ้นภูกระดึง ทำลายมากกว่าส่งเสริมแถมผิด รธน.-พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม ยันนักท่องเที่ยวแห่ชมเกินเกณฑ์ ไม่จำเป็นต้องอำนวยความสะดวกดึงดูดนักท่องเที่ยวอีก เหน็บ “ดำรงค์” กระสันผลักดันโครงการทำตามใบสั่งใคร ขู่ดันทุรังเดินหน้าเจอกันแน่ที่ศาลปกครอง


เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน แถลงการณ์คัดค้านกรณี นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วยนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมากล่าวว่าการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงเป็นเรื่องที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสัตว์ป่าที่ทำร้ายคนที่ต้องรีบนำตัวลงมารักษา รวมทั้งปัญหาคนเจ็บป่วยบนภูกระดึง ปัญหาการจัดการขยะ อีกทั้งคนที่มาประกอบอาชีพเป็นลูกหาบ เมื่อแก่ตัวไปเป็นโรคกระดูกพรุนต้องหาเงินมารักษาตัวเองอีก และจะเร่งรีบโครงการดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปีนั้น

แม้ว่านายดำรงค์จะได้ทำความดีในเรื่องการปฏิบัติตามคำพิพากษา กรณีไล่รื้อผู้บุกรุกอุทยานแห่งชาติในพื้นที่วังน้ำเขียวที่ผ่านมาอย่างแข็งขันก็ตาม แต่การมาคิดดำเนินการผลักดันโครงการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงนั้น แสดงให้เห็นว่านายดำรงค์กำลังดำเนินการในทิศทางที่ขัดหรือแย้งต่อเจตนารมณ์ของการก่อตั้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพียงเพื่อประโยชน์ต่อสิ่งใด หวังผลในตำแหน่งใด ทำไมสังคมจะไม่รู้ทัน เพราะการกระทำดังกล่าวมิได้เป็นการปกป้อง ฟื้นฟูอุทยานฯ ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายแต่ประการใด เพราะ ณ เวลานี้ เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าภูกระดึงนั้น เป็นที่สนใจท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปท่องเที่ยวปีละนับแสนนับล้านคน แม้จะกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวไม่เกินวันละ 5,000 คนต่อวันก็ตาม ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นอันใดเลยที่จะต้องสร้างกระเช้าดังกล่าวขึ้นภูเพื่ออำนวยความสะดวกดึงดูดนักท่องเที่ยวอีก แต่กลับจะไปทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขณะก่อสร้าง เพราะต้องตัดต้นไม้ทำลายป่า ต้องถากถางทางเพื่อขนส่งอุปกรณ์ก่อสร้างขึ้นไปตามแนวเส้นทางการปฏิบัติงาน และที่สำคัญจะทำให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมลุกลามบานปลายมากยิ่งขึ้น ทั้งปัญหาขยะที่จะเกิดขึ้นตลอดแนวกระเช้าและบนภู ปัญหาการรบกวนความเป็นอยู่ของสัตว์ ฯลฯ และที่สำคัญเป็นการทำลายวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของอาชีพลูกหาบที่เป็นสัญลักษณ์ของภูกระดึงไปโดยสิ้นเชิง

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อกฎหมายหลายฉบับตั้งแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 ในมาตรา 57 มาตรา 58 มาตรา 66 มาตรา 67 มาตรา 75 มาตรา 80 มาตรา 84 มาตรา 85 มาตรา 87 และ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2535 และอื่นๆ ดังนั้น นายดำรงค์ควรจะเปิดเผยว่าการกระทำครั้งนี้เป็นใบสั่งของใคร หากนายดำรงและผู้ที่เกี่ยวข้องอยากสนองตัณหาของใครบางคนโดยเร่งรีบดำเนินโครงการหรือผลักดันโครงการดังกล่าวต่อไปโดยไม่ฟังเสียงผู้มีส่วนได้เสียหรือสาธารณชน สมาคมฯขอท้าให้ไปเจอกันที่ศาลปกครอง หรือศาลอาญา เพื่อพิสูจน์อำนาจหรือคำสั่งทางปกครองว่าสิ่งที่คิดจะดำเนินการนั้นสิทธิหรืออำนาจอยู่ที่ใครในที่สุด



ที่มา :: http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9540000165280
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 29 ธันวาคม, 2554, 09:27:39 »



เจาะข่าว - สร้างกระเช้าภูกระดึง 


<a href="http://www.youtube.com/v/-ar2TwQL5hM?version=3&amp;amp;hl=en_GB&amp;amp;rel=0" target="_blank">http://www.youtube.com/v/-ar2TwQL5hM?version=3&amp;amp;hl=en_GB&amp;amp;rel=0</a>




แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 29 ธันวาคม, 2554, 09:31:57 »

กระเช้าภูกระดึง

บทความจาก คุณ [url=http://www.facebook.com/profile.php?id=100000877333925]Sasin Chalermlarp[/url] เลขาธิการที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร


การเดินขึ้นภูกระดึงนับเป็นเส้นทางที่หนักหนาสาหัสของนักท่องเที่ยวเส้นทางหนึ่ง เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วผมมีโอกาสเดินขึ้นไปสองหน

ให้เดินไปอีกในวันนี้ ตอบยากว่าจะขึ้นไปอีกหรือไม่เมื่อประมวลเหตุผลถึงความเหนื่อยยากลำบากและบรรยากาศที่เปลี่ยนไป

แต่ถ้ามีคนชวนไปตอนเหมาะๆที่บรรยากาศปลายฝนต้นหนาววันธรรมดาที่ไม่มีเทศกาล มีคนพอสมควร ไม่ถึงกับเบียดเสียดกันนักหนา ผมก็พร้อมจะไปเป็นครั้งที่สาม


ภูเขายอดตัดในบ้านเรา ยังไงยังไงภูกระดึงก็ต้องถือเป็นสุดยอดของสุดยอด

ความรู้สึกที่หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเมื่อโผล่หัวไปเห็นป้ายที่หลังแป ทำให้มีกำลังใจเดินต่อไปกลางทุ่งราบอีกตั้งหลายกิโลเมตรกว่าจะถึงที่พัก จากนั้นยังจำได้ว่าเต็มใจอย่างยิ่งที่จะไปนั่งรอพระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูก พระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูกไม่สวยงามอะไรนักหนาเพียงแต่ว่าบรรยากาศตอนนั่งรอนี่แหล่ะที่เป็นกิจกรรมที่อยู่ในความจำ

เช่นเดียวกับทางเดินเท้าผ่านต้นก่อและต้นสนไปผานกแอ่นตอนเช้าผ่านหมอกฝนตอนใกล้สาง เป็นความประทับจำประทับใจมากกว่าดวงอาทิตย์ดวงเดียวกับที่ผาหมากดูกที่วนกลับมาให้ชมในอีกสิบสองชั่วโมง  เส้นทางเดินเท้าที่ผ่านดงทากบ้าง ผ่านแดดร้อนๆบ้าง ผ่านวิวสวยๆบ้าง เป็นสัดส่วนใหญ่ของกิจกรรมตลอดวัน ยามเดินไปเงียบๆย่อมได้คุยกับสภาพแวดล้อม แต่ยามเดินร่วมทางกับเพื่อนย่อมได้สนทนาแลกเปลี่ยนทัศนะต่อชีวิตและความงามของเส้นทาง

แน่นอนว่าความรู้สึกผ่านอุ้งมือของหญิงสาวที่คุ้นเคยขณะเดินไปบนเส้นทางกลับทำให้สัมผัสรู้ชัดเจนกว่าคำสนทนาใดๆ

ผมจำบ่อหินที่เกิดจากกรวดขัดเซาะเป็นวงกลมมีน้ำใสแจ๋วได้ติดตามากกว่าวิวของน้ำตกหรือก้อนแก่งบนสายน้ำแห่งยอดเขาราบแห่งนี้ แผ่นไลเคน มอส เฟิร์น รอบกระดุมเงิน บนแผ่นหินที่มีหยดน้ำเกาะ เป็นความงามแค่ชั่วฤดูและเท่าที่ดวงชะตารอดจากการเหยียบย่ำเท่านั้น แต่ทำไหมทำไมยังติดตรึงตามาจนบัดนี้

ที่ผาหล่มสัก จำได้แน่นอนว่าการไปเยือนครั้งแรกเราคลาดนัดกับดวงอาทิตย์เนื่องด้วยฤดูกาลสั่งให้ดวงอาทิตย์มาช้ากว่าที่เราไปรอ ส่วนครั้งที่สองที่ไปเยือนเราจงใจเดินผ่านหลังจากเห็นความยาวของขบวนแถวที่รอต่อคิวถ่ายรูปบนหินที่หน้าผาต้นสนแผ่นสวยนั่น จากนั้นจำได้ว่ามานั่งหนาวอยู่ที่หน้าผาถัดออกมา จำไม่ได้ว่าวันนั้นพระอาทิตย์งดงามอะไรมากกว่าที่เคยส่องให้เราร้อนตลอดวันที่เดินกันมา

แน่นอนว่าที่หน้าผานั้นบรรยากาศการรอคอยในกลางลมหนาวกับเวิ้งฟ้าหน้าผาสูงเป็นกิจกรรมที่เราตั้งใจทำและจำได้

เส้นทางเดินกลับมาจากผาหล่มสักกว่าจะถึงที่พักไกลมาก คนมากมายเหมือนเดินแข่งกันหญิงสาวที่เดินไปหลายคนเริ่มเหนื่อยและก้าวเท้าไม่ไหว แต่ในบรรยากาศนั้นทุกคนก็เดินไปถึงที่พักจนได้

แน่นอนว่าทางเดินที่ดาวเต็มฟ้า ด้านหน้ามีเพื่อนยังไงยังไงก็เป็นเส้นทางที่อบอุ่นใจ

การไปภูกระดึงทำให้เรารู้สึกว่าระหว่างทางสำหรับนักเดินทางย่อมมีความหมายเท่าๆกับจุดหมายที่ไปถึง และระหว่างทางนั้นสำหรับนักเดินทางแล้วเมื่อเวลาผ่านย่อมคงค่ามากกว่าจุดหมายที่เลยผ่าน

หากมีกระเช้าขึ้นภูกระดึงอาจจะทำให้ผมได้มีโอกาสขึ้นภูกระดึงไปอีกหลายๆครั้ง ยามผ่านไปทำงานแถวๆเมืองเลยอาจจะได้แวะไปจิบเบียร์ยามเย็นบนภูกระดึงกับผู้หลักผู้ใหญ่ก่อนจะนั่งกระเช้ากลับมาพักที่โรงแรมหรูในเมือง

เช่นเดียวกันอาจจะทำให้ผมมีโอกาสพาคนแก่คนเฒ่า หรือหญิงสาวผู้บอบบางใส่ส้นสูงขึ้นไปถ่ายรูปกับหมอกหนาลมหนาวสักครั้งในชีวิต

แต่ผมเดาว่าเธอคงไม่มาอีกเพราะนอกจากแผ่นผาและหน้าหนาวแล้วมันก็ “ไม่มีอะไร”

แต่ถ้าผมจะพาใครไปสวีตแถวผาหล่มสักยามมีกระเช้าผมเชื่อว่าวันนั้นเราจะมีรถไป-กลับวิ่งเลาะรับอยู่บนภู วันนั้นถึงอยากจะเดินใต้ดาวเหมือนเคยก็คงไม่บ้าทำ

ภูกระดึงวันที่มีกระเช้าจะทำเงินทำทองให้กับจังหวัดเลยอย่างไรก็ไม่รู้ แต่สำหรับคนบางคนที่รักเส้นทางแห่งภูกระดึงย่อมเสียดายความรู้สึกที่เคยพบกันและรักกันในวันเก่าๆของ “ภูกระดึง”

     

หมายเหตุ : เขียนให้โครงการกระเช้าภูกระดึงในหลายครั้งจนถึงปัจจุบันที่ยังมีความคิดที่จะพัฒนาโครงการนี้เป็นระยะๆ


ที่มา :: http://www.facebook.com/profile.php?id=100000877333925
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

NotBao
คนบ้านเดียวกันฺ
รองแม่ทัพภาค
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 3,944
สมาชิกลำดับที่ 106
เป็น"ควาย"มันไม่มีปัญญา ปัญหาเลยไม่มี



| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 30 ธันวาคม, 2554, 10:30:44 »





ไม่เห็นด้วยครับ ถ้าสร้างกระเช้าได้จริงแล้วไง เดี๋ยงก็ต้องสร้างถนนและมีรถรับส่งจากหลังแปไปที่พัก และ จากที่พักไปผาหล่มสัก เชื่อดิ ถ้าคิดจะเที่ยวแบบนั้นอย่าเที่ยวเลยดีกว่า ที่อื่นในประเทศไทยมีอีกตั้งเยอะแยะ ภูกระดึงมีไว้สำหรับคนที่ใจพร้อมร่างกายพร้อมเท่านั้น ถ้ารู้ว่าตัวเองไม่พร้อมก็อย่าขึ้นไปเลยดีกว่า ถึงภูกระดึงไม่ใช่ว่าแค่ไปยืนอยู่ที่หลังแปแลัวจะจบ ข้างบนนั้นยังมีสิ่งที่คุณจะต้องเจออีกเยอะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


หากหัวใจยังรั

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: