Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
19 กรกฎาคม, 2561, 01:35:16

   

ผู้เขียน หัวข้อ: เหตุใดคนปักษ์ใต้จึงนอนหันหัวทางประหัวนอน (ทิศใต้)  (อ่าน 8960 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 23 ธันวาคม, 2554, 20:07:29 »

เหตุใดคนปักษ์ใต้จึงนอนหันหัวทางประหัวนอน (ทิศใต้)

โดย...สัมพันธ์ ก้องสมุทร   ที่มา http://www.watthasai.net/kontai.htm
                 
ใครที่ไม่ใช่คนปักษ์ใต้ อ่านจั่วหัวเรื่องข้างบนนี้แล้วงง แม้แต่คนปักษ์ใต้รุ่นใหม่บางคนก็อาจสงสัยอยู่ไม่น้อย เพราะคำว่า “ประหัวนอน” ในความหมายนี้ไม่ใช่ทิศเหนือ คนปักษ์ใต้นอนหันศีรษะไปทางทิศใต้ ขณะที่ภาคอื่นๆ นอนหันศีรษะไปทางทิศเหนือ หรืออาจจะเป็นทิศตะวันออก
                 
ถ้าไปถามคนสมัยใหม่ว่าปกติคุณนอนหันศีรษะไปทางทิศไหน บางคนอาจจะย้อนกลับมาว่านอนหันหัวทิศไหนหลับสบายเป็นใช้ได้ จะไปยึดมั่นถือมั่นอะไรนักหนากับเรื่องทิศ
               
ถ้าไปถามพระสงฆ์องค์เจ้า หรือผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคร่งครัด ในเรื่องวัฒนธรรมจะได้รับคำตอบต่างจากคนรุ่นใหม่ คนเรามีรากฐานทางวัฒนธรรม ปู่ย่าตายายสอนมาอย่างไรท่านต้องมีเหตุมีผลที่ดี ฟังดูเป็นเรื่องงมงาย เป็นเรื่องไสยศาสตร์ แต่บางทีมันก็มีวิทยาศาสตร์ซ่อนเร้นอยู่ก็ได้ จริงมั๊ย!
                   
“เช้าๆ สิริมันอยู่ข้างหน้า นะลูกนะ ค่ำๆนะ สิริมันอยู่ที่เท้า”ผู้เฒ่าผู้แก่มักจะบอกลูกหลานอย่างนี้ ฟังดูผิวเผินมันอาจจะงมงาย ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ แต่ผู้ใหญ่ท่านเตือนให้ลูกหลาน รู้ว่าตื่นเช้าขึ้นมาก่อนจะอาบน้ำ ให้วักน้ำล้างหน้าเสียก่อน ให้ความเย็นของน้ำค่อยๆ ซึมมาจากท่อนบนก่อนจะอาบน้ำทั้งตัว สิริจึงอยู่ที่หน้า
                 
แต่ถ้าเป็นเวลาตอนค่ำให้รดน้ำที่ปลายเท้าเสียก่อน ให้ความเย็นของน้ำซึมซับจากปลายเท้าขึ้นข้างบน ก่อนที่จะตักน้ำราดทั้งตัว สิริจึงอยู่ที่เท้า
                 
เหตุผลทั้งสองประการนี้ฟังดูเป็นไสยศาสตร์ แต่มันกลายเป็นวิทยาศาสตร์ไปได้ เพราะว่าการปฏิบัติดังกล่างนั้น ช่วยให้อุณภูมิของร่างกายปรับตัวได้ทัน ช่วยให้เกิดผลดีกับสุขภาพ เด็ก ๆ ที่ปฏิบัติอย่างที่ว่านี้จะไม่เป็นหวัด แต่ถ้าปฏิบัติตรงกันข้ามก็จะเป็นหวัดได้ง่าย
                 
“คนปักษ์ใต้นอนหันหัวไปทางประหัวนอน” นี่เป็นคำของคนปักษ์ใต้ ถ้าพูดภาษากลางก็ว่า “คนปักษ์ใต้นอนหันศีรษะไปข้างหัวนอน”
                 
คำว่า “ประหัวนอน” เป็นสำนวนปักษ์ใต้ และคำว่านอนในความหมายที่ว่านี้คือ “ทิศใต้”นั่นเอง
                 
ความเชื่อเรื่องทิศดี หรือทิศร้าย เป็นคติความเชื่อของคนแทบทุกภาค คนปักษ์ใต้ก็มีความเชื่อเรื่องมงคลแห่งทิศด้วยเหมือนกัน
การสร้างที่อยู่อาศัยหรือสร้างบ้านใหม่ในเดือน 4 , 5 , 6 ยกเสาแรกลงหลุมข้างทิศอาคเนย์(ตะวันออกเฉียงใต้) ก่อนแล้วจะมีลาภ
                 
ถ้ายกเสาลงหลุมเดือน 7 , 8 , 9 ให้ยกเสาแรกลงหลุมทางทิศหรดี (ตะวันตกเฉียงใต้) ก่อนก็จะได้ของอันพึงพอใจ
                 
ถ้ายกเสาลงหลุมในเดือน 10 , 11 , 12 ให้ยกเสาแรกลงทางทิศพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ) ก่อนแล้วจะมีลาภสวัสดี
                 
สร้างบ้านเสร็จ พาดบันไดเรือนขึ้นเรือนทางไหนดี คนปักษ์ใต้เชื่อว่าให้พาดบันไดเรือนทางทิศบูรพา เอาเงินทองขึ้นบ้าน ขึ้นก่อนท่านว่าจะมีลาภ
                 
พาดบันไดขึ้นเรือนทางทิศทางทิศอุดร เอาข้าวของขึ้นก่อนก็จะมีลาภ การแก้อาถรรพณ์ให้เอาเหล้า หญ้าแพรก และงา ขึ้นไปด้วยจะช่วยแก้เสนียดจัญไร จะมีลาภสวัสดี
                 
เวลาขึ้นบ้านใหม่ท่านก็เตือนลูกหลานไว้ว่ามงคลแห่งทิศ และมงคลแห่งวัน จะต้องพ้องกัน แรกขึ้นบ้านใหม่ให้ขึ้นในวันพุธ พฤหัสบดี ศุกร์ จะดีและมีลาภ
                 
ทิศร้ายที่ห้ามขึ้นคือ ทิศบูรพา (ตะวันออก) ถ้าขึ้นทางทิศนี้จะเกิดความ ถ้าขึ้นทางทิศอาคเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้) จะตายเร็ว ขึ้นทางทิศทักษิณจะเสียของ ขึ้นทางทิศประจิมจะเจ็บป่วย ขึ้นทิศที่ดีมีลาภคือ ทิศอุดรจะมีลาภสวัสดี ขึ้นทิศอีสานจะเสียทรัพย์เงินทองมาก ขึ้นทิศหรดีผู้ใหญ่จะให้ลาภ ขึ้นทางทิศพายัพ จะมีความสุขสำราญมีลาภ
                 
แม้แต่การปลูกต้นไม้มงคลไว้ในบ้านคนปักษ์ใต้โบราณทานก็กำหนดทิศที่เป็นศิริมงคลไว้ครบถ้วนเช่นกัน ท่านย้ำกับลูกหลานว่า ถ้าต้องการปลูกไม้มงคลควรจะต้องปลูกตามทิศต่อไปนี้

                 ทิศบูรพา (ตะวันออก) ควรปลูกไม้ไผ่ และต้นกุ่ม ต้นมะพร้าว จะไม่เจ็บไข้และมีความสุข
                 ทิศทักษิณ ให้ปลูกต้นมะม่วง ต้นพลับ
                 ทิศอาคเนย์ ให้ปลูกต้นไม้สารภี และตันยอ กันจัญไร
                 ทิศหรดี ให้ปลูกต้นพิกุล ขนุน ราชพฤกษ์ และสะเดา กันโทษ
                 ทิศประจิม ให้ปลูกต้นมะขาม มะยม กันถ้อยความและผีพราย
                 ทิศพายัพ ให้ปลูกต้นมะกรูด
                 ทิศอุดร ให้ปลูกต้นพุทรา กันอาคมและมนต์คน
                 ทิศอีสาน ให้ปลูกต้นทุเรียน และขุดบ่อลงไว้

                 
โบราณาจารย์ และปู่ย่าตายายปักษ์ใต้มีความเชื่อเรื่องมงคล แห่งทิศอย่างนี้ ลูกหลานชาวใต้คนใด ปฏิบัติตามท่านว่าจะมีความสุขความเจริญ มีอำนาจทรัพย์สินมาก ต้นโพธิ์ปลูกในบ้านไม่ได้ ท่านห้ามไว้ หรือแม้แต่ต้นตาล ต้นมะงั่ว ต้นสำโรง ต้นระกำ ต้นหวาย ถ้ามีอยู่ในบริเวณบ้านให้ถอนทิ้งเสีย แล้วจึงค่อยปลูกเรือน
                 
เรื่องความเชื่อเกี่ยวกับทิศยังมีอีกมาก ยกตัวอย่างมาให้ดูอย่างนี้แล้ว หลายคนคงจะเข้าใจล่ะสิว่า เหตุใดคนปักษ์ใต้ จึงต้องนอนหันหัวไปทางประหัวนอน (ทิศใต้)
                 
มีพระธุดงค์อายุ 70 ปีเศษ บวชมาตั้งแต่ปี 2500 ท่านเป็นชาวชุมพร ท่านเคยอยู่ในสวนโมกข์ ก่อนที่จะใช้ชีวิตธุดงค์อยู่ตามป่ามานานไม่น้อยกว่า 46 ปี เมื่อตั้งคำถามกับท่านว่า คนชุมพรหันหัวไปทางประหัวนอนเหมือนกับคนสุราษฎร์ คนนครฯหรือไม่
                 
ท่านบอกว่าพ่อแม่และปู่ย่าตายายท่านสอนให้นอนหันหัวไปทางประหัวนอน (ทิศใต้) เหมือนกัน ท่านบอกว่าคนโบราณท่านฉลาด การที่กำหนดให้นอนอย่างนั้นต้องมีเหตุผลที่ดี
                 
เป็นไปได้หรือไม่ว่า คนชุมพร คนสุราษฎร์ นอนหันหัวไปทางประหัวนอน (ทิศใต้) เพราะความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา หรือเป็นการบูชาพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช ท่านตอบว่าอาจมีส่วนถูกอยู่บ้าง แต่ไม่ถูกต้องตามคติที่แท้จริงของปู่ย่าตายาย เพราะคนใต้ที่อยู่สงขลา อยู่ภูเก็ต อยู่กระบี่ อยู่พัทลุง อยู่ยะลา อยู่สตูล อยู่ปัตตานี หรือนราธิวาส เรียกว่า 14 จังหวัดในภาคใต้นอนหันหัวไปทางประหัวนอนเหมือนกันหมดทุกจังหวัด แสดงว่าความเชื่อนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับพระบรมธาตุที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
                 
คำถามต่อมาก็คือ ถ้าเช่นนั้นคนปักษ์ใต้จึงนอนหันหัวไปทางประหัวนอน (ทิศใต้) ท่านบอกว่ายังไม่มีคนปักษ์ใต้คนไหนถามคำถามแบบนี้กับท่าน ทั้งๆ ที่ทุกคนก็นอนอย่างนั้น
                 
พระธุดงค์อาวุโสท่านนี้คิดอยู่นาน แล้วท่านก็วิชนาให้ฟังว่า อาจจะเป็นไปได้ว่าเราไปยึดถือตามคติของพราหมณ์ ซึ่งเข้ามาเผยแพร่ในสุวรรณภูมิก่อนศาสนาพุทธ จึงอาจจะเป็นไปได้ว่า คนปักษ์ใต้บูชาเทพแห่งทิศทักษิณเป็นมงคลแห่งชีวิตก็เป็นได้
                 
ฟังดูมีเหตุผลเอามากๆ ทีเดียว แต่ว่ามันยังคลุมเคลือไม่สว่างพอ เมื่อวันทำบุญตายายที่ตำหนักเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ท่านเป็นชาวเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เล่าให้ฟังว่า มีพระธุดงค์รูปหนึ่งตอบว่าการที่คนปักษ์ใต้นอนหันหัวไปทางประหัวนอน (ทิศใต้) เป็นความเชื่อตามคติของพราหมณ์บูชาแห่งเทพทักษิณ ที่แท้จริงแล้วคติความเชื่อนี้เป็นคติพุทธ หรือ คติพราหมณ์ กันแน่
               
เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ท่านมีเมตตาอธิบายให้ฟังว่าเป็นได้ทั้งพราหมณ์และพุทธทั้งสองอย่าง จะถืออย่างคติพุทธ หรือคติพราหมณ์ก็ได้ ความสว่างก็เกิดขึ้นในใจ ตั้งแต่นั้นมา เล่าให้เพื่อนฝูงชาวปักษ์ใต้ด้วยกันฟัง เรารู้แล้วนะว่า เหตุใดคนปักษ์ใต้จังนอนหันหัวไปทางประหัวนอน (ทิศใต้)
                 
เมื่อเร็วๆ นี้ไปฟังสวดพระอภิธรรมศพคุณพี่ คำพูน บุญทวี นักประพันธ์เจ้าของบทประพันธ์เรื่องลูกอีสาน และเจ้าของรางวัลซีไรท์คนแรกของเมืองไทย บังเอิญได้พบกับยอดกวีศรีปักษ์ใต้ และเป็นกวีซีไรท์ผู้ปราชญ์ เปรื่องทั้งคดีโลกและคดีธรรม
               
ท่านอังคารครับ ผมมีเรื่องสงสัยอยู่เรื่องหนึ่งว่าเหตุใดคนปักษ์ใต้เราจึงนอนหันหัวไปทางประหัวนอน (ทิศใต้) ท่านช่วยขยายความข้อนี้สักหน่อย
               
ปราชญ์นัยน์ตาเสือมองหน้าตาโต ยิ้มน้อย ๆ สงบนิ่งอยู่ในที่ก่อนที่จะวิสัชนาปริศนาธรรมนี้อย่างเฉียบคมว่า ทักษิณไม่ได้แปลว่า “ใต้” ทักษิณมันแปลว่าขวา ทิศเบื้องขวา “ทักษิณาวัตร” แปลว่า “วนไปทางขวา” พระโมคคลานะ เป็นพุทธสาวกเบื้องซ้าย พระสารีบุตรเป็นพุทธสาวกเบื้องขวา
                 
พระพุทธเจ้าตอนปรินิพพานพระองค์หันพระพักตร์ไปเบื้องหน้าคือทิศตะวันออก หันพระเศียรไปทางเบื้องขวา คนปักษ์ใต้นอนหันหัวไปทางทิศใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก (ทิศเบื้องหน้า) นอนตามทิศทางที่พระพุทธปรินิพพาน เรียกว่าบูชาพระพุทธเจ้าเป็นมงคลสูงสุดอย่างนี้ก็ได้
                   
ท่านอังคาร กัลยาณพงษ์ วิสัชนาให้คิดสั้นๆ อย่างแหลมคม จนคนที่นั่งฟังเงียบกริบ แล้วท่านกวีศรีปักษ์ใต้ของเราก็พูดถึงนายกทักษิณว่า ทักษิณ ไม่ใช่ใต้ ทักษิณแปลว่า ขวา ทิ้งจังหวะนิดหนึ่งแล้ว ท่านอังคารก็อดใจที่จะวิจารณ์นายกคิดใหม่ทำใหม่ของเราไม่ได้ แถมท้ายท่านอังคารหันไปพูดกับ พระภิกษุที่อยู่ข้างๆ ว่าเมืองไทยเราจะร้องเอายีนของท่านมาหาตมะคานธีมาทำโคลนนิ่ง บ้านเมืองจึงจะมีนายกที่วิเศษ จากนั้นท่านก็ยืนท่องบทกวีอยุธยาล่มแล้ว ต่อหน้าคนที่มานั่งฟังพระสวดพระอภิธรรมบนศาลา ตามแบบฉบับของวิญญาณกวี
               
ปริศนาที่ค้างคาใจว่า เหตุใดคนปักษ์ใต้ จึงนอนหันหัวไปทางประหัวนอน (ทิศใต้) คำวิสัชนาของท่านอังคารให้ข้อคิดที่กว้างขึ้นหลายประการ โดยเฉพาะคำว่าทิศเบื้องหน้า และทิศเบื้องขวา ทักษิณแปลว่าขวา
                 
ตอนเด็กๆ จำได้ว่าครูสอนให้เรารู้จักจดจำทิศด้วยการยืนหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทิศเบื้องหน้าคือ ทิศตะวันออก ทิศเบื้องซ้ายคือ ทิศเหนือ (มือซ้าย) ทิศเบื้องขวาคือ ทิศใต้ (มือขวา) และข้างหลังเราคือ ทิศตะวันตก
                 
ในพระพุทธศาสนามีคำสอนของพระพุทธเจ้า กล่าวถึงเรื่องทิศทั้ง 6 ประการ อย่างไรลองพิจารณาดู

                                  ทิศเบื้องขวาคือ ทิศใต้ ได้แก่ ครูบาอาจารย์
                                  ทิศเบื้องหลังคือ ทิศตะวันตก ได้แก่ บุตร-ธิดา
                                  ทิศเบื้องซ้ายคือ ทิศเหนือ ได้แก่ มิตรสหาย
                                  ทิศเบื้องล่าง ได้แก่ คนรับใช้ คนงาน
                                  ทิศเบื้องหน้า ได้แก่ สมพราหมณ์ คือ พระสงฆ์

                 
การที่คนปักษ์ใต้ 14 จังหวัดหันหัวนอนไปทางทิศใต้ มีความหมายตรงกับมงคลทิศทั้ง 6 ข้อที่ 2 คือ การบูชาครูบาอาจารย์ และครูบาอาจารย์ของมนุษย์และเทวดาก็คือ พระพุทธเจ้านั่นเอง ส่วนการนอนหันหัวไปทางทิศตะวันออก (ทิศเบื้องหน้า) ในข้อที่ 1 นั้นหมายถึง บิดา-มารดา รวมความแล้วคนปักษ์ใต้นอนหันหัวไปทางประหัวนอน (ทิศใต้หรือทิศเบื้องขวา) นั่นก็หมายความว่า คนปักษ์ใต้ถึงมงคลสูงสุดในการเลือกทิศที่หลับนอน คือทิศที่บูชาครูอาจารย์และบิดา-มารดา ลองคิดดูว่ามหัศจรรย์เพียงไร ภูมิปัญญาท้องถิ่นภาคใต้ ไม่ใช่คนขวางโลกอย่างที่คนบางคนคิด แต่เป็นคนเห็นโลกและเห็นธรรมโดยแท้
                 
เรื่องของมงคลแห่งทิศแท้ๆ แต่ปู่ย่าตายายของคนปักษ์ใต้เป็นอารยชนผู้มีหัวนอนปลายตีนอย่างนี้จะหาดูได้ที่ใหน
                 
ต่อไปถ้ามีคนถามว่า เหตุใดคนปักษ์ใต้จึงนอนหันหัวนอนไปทางทิศใต้ ก็ตอบได้ทันทีด้วยภูมิปัญญาระดับต่างๆ ดังนี้
                 
คำตอบอย่างไสยศาสตร์ ก็ตอบว่า คนใต้บูชาเทพแห่งทิศทักษิณ หรือเทพประจำทิศใต้หรือทิศเบื้องขวา
                 
คำตอบอย่างพุทธศาสตร์ ก็ตอบว่า คนใต้นอนอย่างคนมีหัวนอนปลายตีน นอนอย่างบูชาพระพุทธเจ้าและบูชาบิดา-มารดา เป็นมงคลสูงสุดแห่งชีวิต

ที่มา :
                 
สัมพันธ์ ก้องสมุทร "สุราษฎร์สังสรรค์" ฉบับ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖ คณะผู้จัดทำเว็บพิจารณาเห็นว่ามีประโยชน์มาก จึงขออนุญาตนำมาลงไว้เพื่อให้อนุชนได้เป็นข้อมูลศึกษา กันไว้ ณ ที่นี้ คุณความดีและประโชน์อื่นใด ขอมอบให้เป็นของผู้เขียนบทความด้วยประการทั้งปวง
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




private
สมาชิกมาใหม่
*


กระทู้: 8
สมาชิกลำดับที่ 24141


| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 11 พฤษภาคม, 2556, 19:42:16 »

ข้อมูลแน่นปึก  ขอบคุณในความรู้มากๆครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: