Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
17 ตุลาคม, 2561, 04:40:05

   

ผู้เขียน หัวข้อ: โครงการ“รักษ์เล ป่า ฟ้า สตูล” ครั้งที่ 11 ดำน้ำ ‘เก็บขยะ’ รักษ์โลก  (อ่าน 2793 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« เมื่อ: 02 ธันวาคม, 2554, 21:43:36 »



โครงการ“รักษ์เล ป่า ฟ้า สตูล” ครั้งที่ 11 ดำน้ำ ‘เก็บขยะ’ รักษ์โลก







ทะเลอันดามันเป็นสวรรค์แห่งการท่องเที่ยวที่คนรักทะเลทั่วโลกต่างใฝ่ฝันจะมาเยือน ทำให้ช่วงหลายปีที่ผ่านมามีปริมาณขยะมากขึ้นทั้งในทะเลและบนฝั่ง ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศ และทิวทัศน์ที่งดงามของทะเลรวมถึงเกาะแต่ละแห่งเป็นอย่างมาก ทางจังหวัดสตูลเป็นต้นแบบในการจัดกิจกรรมเก็บขยะทั้งบนบกและใต้น้ำตามเกาะต่างๆในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตามาเป็นเวลากว่า 10 ปี แล้ว

ในปีนี้กิจกรรมดังกล่าวใช้ชื่อว่า โครงการ“รักษ์เล ป่า ฟ้า สตูล” โดยปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 11 ควบคู่ไปกับงาน “เปิดฟ้าอันดามันสวรรค์สตูล” ในระหว่างวันที่ 18-21 พ.ย. ที่ผ่านมา เป็นเหมือนสัญญาณบอกว่าฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลอันอามันของจังหวัดสตูลได้เริ่มขึ้นแล้ว ซึ่งนักท่องเที่ยวมากมายจะมุ่งหน้าเดินทางมาเที่ยวที่สตูลอย่างไม่ขาดสาย ทำให้ต้องมีกิจกรรมเก็บขยะตามชายฝั่งและใต้ทะเลขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

โครงการนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2543 ในชื่อ “รักษ์เล รักษ์ป่า รักษาสิ่งแวดล้อม” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนในจังหวัดสตูลได้มาท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการร่วมกิจกรรมเชิงอนุรักษ์คือ เก็บขยะ ทำความสะอาดหาดทรายชายทะเล ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม ในบริเวณเกาะหลีเป๊ะและเกาะต่างๆในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา หลังจากเวลาผ่านไปโครงการนี้ได้รับการตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ จนต้องเปลี่ยนมาเปิดรับผู้ร่วมทริปเป็นจากทั่วประเทศไม่ใช่แค่ที่จังหวัดสตูล พร้อมเปลี่ยนชื่อมาเป็นโครงการ “รักษ์เล ป่า ฟ้า สตูล”

จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญในทะเลสตูลได้ความว่า สิ่งที่ทำให้ขยะในทะเลฝั่งอันดามันมีจำนวนมากนั้นเกิดจาก ทุกๆปีในช่วงมรสุมจะมี “ลมบันดาหยา” หรือลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดเข้ามายังฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งลมมรสุมดังกล่าวได้พัดพาขยะจำนวนมหาศาลจากท้องทะเลของประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง เช่น มาเลเซีย อินโดนิเซีย มาด้วย ทำให้ขยะเหล่านั้นมารวมกับขยะที่ถูกทิ้งโดยนักท่องเที่ยวสะสมเป็นปริมาณขยะจำนวนมากในบริเวณต่างๆทั้ง บนเกาะ ชายฝั่ง และท้องทะเล

นาย ปรเมศวร์ อมาตยกุล ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กล่าวว่า    โครงการรักษ์เลฯ ป่า ฟ้า สตูล ปีนี้ เปิดรับอาสาสมัครจำนวน 800 คน เสียค่าใช้จ่ายเพียงคนละ 500 บาท ตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน เท่ากับทุกครั้งที่ผ่านมา แบ่งเป็นจากสตูล 400 คน และจากจังหวัดอื่นๆอีก 400 คน พร้อมด้วยทีมนักดำน้ำที่จะมาเก็บขยะใต้น้ำอีกประมาณ 50 คน และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น สตาฟฟ์ เจ้าหน้าที่พยาบาล วิทยุสมัครเล่น อีกกว่า 100 คน

“โครงการนี้ยังคงแนวคิดของการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการบำเพ็ญประโยชน์เหมือนทุกครั้ง โดยให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและการคืนกำไรให้สังคม เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิด “เที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) แบ่งกลุ่มกันทำกิจกรรมและเดินทางไปเก็บขยะตามจุดต่างๆ อาทิ เกาะไข่ เกาะหินงาม เกาะราวี เกาะอาดัง และเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งโครงการดีๆอย่างนี้ จะสามารถขยายการรับรู้ และเป็นแรงบันดาลใจให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีใจอนุรักษ์ นำไปเป็นต้นแบบเพื่อต่อยอดสู่การจัดกิจกรรมซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมในด้านต่างๆ ให้ขยายวงกว้างมากขึ้น นำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในทุกพื้นที่”

ด้านผู้มีประสบการณ์ในการร่วมโครงการมาทุกปี นาย ภัทรพงศ์ ตันพานิช หัวหน้าทีมดำน้ำเก็บขยะในโครงการนี้ เล่าให้ฟังว่า การดำน้ำเก็บขยะต่างจากการดำน้ำทั่วไป การดำน้ำทั่วไปแค่ลงไปโฉบผ่านมองวัตถุ แต่การดำน้ำเก็บขยะต้องใช้ทักษะ ลอยตัว ทรงตัวใต้น้ำ และการเข้าไปสัมผัสวัตถุ โดยต้องคำนึงถึงความสำคัญของธรรมชาติใต้ท้องทะเลเป็นอย่างมาก เช่น ถ้าไปเจอแหหรือตาข่ายที่ขึ้นปกคลุมปะการัง ถ้านักดำน้ำดึงขึ้นทันทีก็จะทำให้แนวปะการังเยหาย ดังนั้นจึงต้องใช้มีดค่อยๆตัดและดึงส่วนที่นำขึ้นไปได้ขึ้นไป

“การเก็บขยะใต้น้ำในปีนี้มีปัญหาที่เรื่องขาดแคลนถังดำน้ำ เพราะปีนี้ต้องการให้ผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมจึงเปลี่ยนจากการเช่าถังอย่างทุกปีมาใช้วิธีขอความร่วมมือแทน โดยตั้งเป้าไว้ที่ 100 ถัง แต่พอวันดำน้ำเก็บขยะจริงได้ถังแค่ 40 ถังเท่านั้น เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องกันถังไปให้กับลูกค้าที่มาดำน้ำ เนื่องจากช่วงนั้นมีคนเดินทางมาดำน้ำกันเยอะ ทำให้ในปีนี้ทีมยักดำน้ำจิตอาสาเก็บขยะได้น้อยลง”

หัวหน้าทีมดำน้ำเก็บขยะของโครงการฯ เล่าให้ฟังอีกว่า แม้จะมีโครงการนำจิตอาสามาเก็บขยะที่หมู่เกาะตะรุเตาถึง 11 ปีแล้ว แต่สถานการณ์ขยะที่ตะรุเตาก็ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด เพราะการเก็บขยะเป็นการไล่แก้ปัญหาปลายเหตุที่เกิดขึ้นจากความมักง่ายของมนุษย์บางกลุ่มที่ถือเป็นปัจจัยหลักในการก่อให้เกิดปัญหา ซึ่งตนอยากให้ภาครัฐหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งมาเป็นเจ้าภาพแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องและจริงจัง ไม่ใช่เฉพาะที่หมู่เกาะตะรุเตาเท่านั้น แต่รวมถึงชายฝั่ง เกาะ และทะเลในทุกจังหวัดของประเทศไทย

สำหรับจิตอาสาที่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการนี้ต่างมีความคิดเห็นไปในแนวทางเดียวกันว่า รู้สึกดีที่ได้ท่องเที่ยวพร้อมทำประโยชน์เพื่อสังคม เพราะความงามตามธรรมชาติ ของเกาะต่างๆ ท้องทะเล และหาดทราย เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนทะเลอันดามัน การได้ร่วมกันเก็บขยะในครั้งนี้จึงเหมือนเป็นการช่วยกันดูแลรักษาความงามของธรรมชาติให้อยู่คู่กับแหล่งท่องเที่ยวนั้นตลอดไป

โครงการนี้นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางของการปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ที่ดี ถ้าทุกแหล่งท่องเที่ยวหรือสถานที่ต่างๆหันมาให้ความสนใจกับปัญหาขยะมากขึ้น ความงดงามของธรรมชาติ และความสะอาดตาน่ามองของสถานที่ต่างๆ ก็จะกลับมาอีกครั้ง ขอเพียงทุกคนเปิดใจและพร้อมที่จะทำประโยชน์เพื่อสังคมมากกว่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว เพียงเท่านี้ประเทศไทยก็จะน่าอยู่มากยิ่งขึ้น



ณัฐพงษ์ โปธา :: ทีมเดลินิวส์ออนไลน์



ที่มา ::

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: