Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
20 พฤศจิกายน, 2560, 10:51:53

   

ผู้เขียน หัวข้อ: น้ำบูดู บ้านกูบู ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ  (อ่าน 3029 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,600
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 12 พฤศจิกายน, 2554, 01:10:11 »

น้ำบูดู บ้านกูบู ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ



ส่วนผสม / อุปกรณ์
         
๑.ปลาไส้ตันหรือปลากะตัก  ปลาไส้ตันจัดเป็นปลาผิวน้ำชนิดหนึ่ง ที่มีการกระจายอย่างกว้างขวางตามชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะต่างๆ ปลาไส้ตันมีขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน  ปลาไส้ตันที่มีขนาดเล็กมีผลต่อเวลาการหมักน้ำบูดู และคุณภาพของน้ำบูดู  และเป็นปลาไส้ตันที่สดๆ เพราะหากได้ปลาไม่สดมา ทำให้น้ำบูดูที่ได้มีรสชาติไม่ดี มีกลิ่น และเก็บไว้ได้ไม่นาน
         
๒.เกลือแกง(โซเดียมคลอไรค์)เป็นสารกันบูดเพราะเป็นสารให้กลิ่นสามารถรักษาอาหารชนิดต่างๆได้ ในจังหวัดนราธิวาสใช้เกลือแกงเป็นวัตถุดิบในการหมักน้ำบูดู
         
๓.ภาชนะที่ใช้ในการหมักน้ำบูดูในจังหวัดนราธิวาสใช้โอ่งซีเมนต์กับโอ่งมังกร ซึ่งมีขนาดความจุ ๒๐๐ ลิตร



วิธีทำ
         
ชาวบ้านจะนำปลาไส้ตันทั้งตัวมาล้างให้สะอาด  โดยไม่ต้องเอาพุงออก นำปลาใส่ในภาชนะไว้ ชั่งเกลือแกงในอัตราส่วนต่อเกลือเท่ากับ ๓  ต่อ  ๑  โดยน้ำหนักและเตรียมภาชนะ (โอ่งเคลือบหรือโอ่งมังกร) ล้างให้สะอาดและตากแดดให้แห้งสนิท นำปลาไส้ตันที่ล้างน้ำเรียบร้อยแล้วมาคลุกเคล้ากับเกลือในอตราส่วนปลาต่อเกลือเท่ากับ ๓ ต่อ ๑ โดยน้ำหนัก โดยแบ่งเกลือประมาณ ๗ ใน ๑๐ ส่วนเพื่อนำมาคลุมผิวหน้าปลา หลังจากคลุกกับเกลือจนตัวปลาแข็งแล้ว    จากนั้นนำไปบรรจุในโอ่งเคลือบ ซึ่งได้ตากแดดไว้จนแห้งสนิทแล้ว อัดปลาให้แน่นเพื่อไล่อากาศออก  ปริมาณบรรจุเพียง   ๘   ใน  ๑๐  ส่วนของโอ่งที่ใช้หมัก  แล้วขัดปลาด้วยไม้ไผ่สานหรืออาจจะโรยเกลือแล้วคลุมด้วยพลาสติก เพื่อป้องกันปลาไม่ให้ปลาลอยเหนือน้ำ     

แล้วใช้ฝาอลูมิเนียมปิดปากโอ่งอีกครั้ง ปิดฝาหมิดไว้ประมาณ ๘-๑๒ เดือน เปิดฝาก็จะได้น้ำบูดูที่มีลักษณะเนื้อปลายเปื่อยยุ่ย หลุดออกจากก้างปลาเป็นของเหลวข้นสีเทา กลิ่นหอมคาวปลา น้ำปลาหมักปลาตอนบนเป็นสีน้ำตาลใส  ภายหลังจากการทำบูดูที่หมักครั้งแรกไปบริโภคหรือจำหน่าย แล้วจะเหลือน้ำปลาอยู่ก็จะมีการเติมเกลือเข้มข้น ๒๐-๒๕ เปอร์เซ็น ที่ต้มแล้วตั้งไว้ให้เย็น ใส่ลงในถังหมัก จนท่วมเนื้อปลา ปิดฝาแล้วหมักต่อไปอีก ๒-๓  เดือน  หรืออาจนำเนื้อปลาที่เหลือมาต้มเคี่ยว  กับที่ ต้มลงไปเท่าตัว ให้ปริมาณน้ำลดลง แล้วตกแต่งสีบูดูโดยใส่น้ำตาลไหม้ลงไปผสมกับบูดู เพื่อให้มีลักษณะเหมือนน้ำบูดูชนิดหมักครั้งแรกและสามารถนำมาบริโภค และจำหน่ายได้อีก

ประโยชน์
         
การหมักน้ำบูดูทำให้ได้ประโยชน์จากการถนอมอาหารโดยการที่ไม่ให้การทิ้งอาหารไปโดยเปล่าประโยชน์ รักษาอาหารให้คงสภาพดีอยู่ได้นานและดัดแปลงให้อาหารมีสี กลิ่นและรสชาติต่างกันออกไปและเป็นการทำรายได้เสริมให้กับประชาชน

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: