Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 กันยายน, 2560, 08:33:38

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ลองกอง  (อ่าน 4658 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 12 พฤศจิกายน, 2554, 00:43:55 »

ลองกอง



ชื่อสามัญ          Long Kong
         
ลองกองเป็นไม้ผลเขตเมืองร้อน มีแหล่งกำเนิดอยู่ในแถบหมู่เกาะชวา หมู่เกาะมลายู หมู่เกาะฟิลิปปินส์และภาคใต้ของประเทศไทย  ลองกองเป็นไม้ผลที่ชอบร่มเงา ชอบความชุ่มชื้นสูง มีฝนตกชุกสม่ำเสมอ ดินที่เหมาะสมควรเป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี  มีหน้าดินลึก  ดินที่เคยเป็นป่าทึบจะมีเศษพืชผุพังทับถมกันเป็นเวลานาน ทำให้มีอินทรีย์วัตถุมากทำให้ลองกองสามารถเจริญเติบโตได้ดีเช่นกัน ลองกองเป็นไม้ผลที่มีลักษณะเด่นพิเศษ คือ จะมีเปลือกบาง  ยางน้อย  เนื้อมีรสหวาน  และมีกลิ่นหอม ลองกองจึงเป็นผลไม้ที่นิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย ทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ
         
ลองกองที่มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมทั่วไป  คือ ลองกองซีโป ซึ่งเป็นลองกองที่ขึ้นในเขตอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส โดยจะมีรสหวาน  และมีกลิ่นหอม  มากกว่าลองกองที่ปลูกในแหล่งอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีไม้ผลในสกุลเดียวกับลองกองอีก ๒ ชนิด คือ ลางสาดและดูกู



วิธีการปลูก
         
การปลูกลองกองมีการขยายพันธุ์ลองกอง  โดยการเพาะเมล็ด การเสียบยอดและการทาบกิ่ง การปลูกนิยมปลูกในช่วงต้นฤดูฝน คือในราวเดือนมิถุนายน ลองกองเป็นพืชที่ต้องการน้ำหรือความชุ่มชื้นสูงแต่ไม่ชอบน้ำขัง ศัตรูของลองกองที่สำรวจพบและทำความเสียหายให้กับต้นลองกองมากในขณะนี้  ได้แก่  หนอนชอนเปลือกหรือหนอนเจาะไชใต้เปลือก  หนอนชอนเปลือกจะเข้าทำลายโดยการกัดกินอยู่ใต้ผิวเปลือกของกิ่งและลำต้น ทำให้เปลือกพองเป็นปุ่ม ปม และกิ่งแห้งตาย หากไม่มีการป้องกันกำจัดแล้วต้นลองกองจะทรุดโทรม ให้ผลผลิตต่ำ และต้นลองกองอาจตายได้


         
ปัจจุบันลองกองได้กลายเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่มีความสำคัญของจังหวัดนราธิวาสจะสังเกตได้จากในระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม จะมีลองกองออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ส่งไปจำหน่ายยังจังหวัดต่างๆ ภายในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศมาเลเชียและสิงคโปร์

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน, 2554, 00:45:31 »

การกำจัดหนอนลองกองโดยวิธีธรรมชาติ


         
นายนุกูล  รังสิโกสัย เป็นเกษตรกรอยู่ในอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ได้ปลูกลองกองไว้เป็นจำนวนนับร้อยไร่ ประสบกับปัญหาการกำจัดหนอนชอนเปลือกเป็นอย่างมาก ได้เฝ้าดูและทดลองกำจัดมาหลายวิธี จนในที่สุดได้สังเกตเห็นมดง่ามกำลังจับหนอนชอนเปลือกกินเป็นอาหาร  จึงทดลองหาวิธีการที่จะให้มดง่ามมาอยู่ที่ต้นลองกอง บางครั้งก็เอามาทั้งรัง บางครั้งก็เอากากมะพร้าวมาโปรย บางครั้งก็นำเศษกระดูกมาเสียบเพื่อล่อให้มดง่ามมาอยู่ที่ต้นลองกอง หลังจากนั้นมดง่ามก็จะกัดกินหนอนชอนเปลือกเป็นอาหารต่อไป ทำให้สามารถกำจัดหนอนชอนเปลือกที่ต้นลองกองไปได้ นับเป็นการกำจัดหนอนลองกองโดยวิธีทางธรรมชาติ  จึงปลอดภัยหรือแทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เมื่อหนอนชอนเปลือกถูกทำลายก็เป็นการเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกรมากขึ้น

องค์ความรู้
         
ลองกองเป็นผลไม้ที่ชอบขึ้นในสภาพอากาศชุ่มชื้น  และต้องการร่มเงาจึงจะเจริญเติบโตได้ดี  ปัจจุบันลองกองได้กลายเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่มีความสำคัญของจังหวัดนราธิวาส  โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม จะมีผลผลิตลองกองออกมาสู่ตลาดทั้งส่งจำหน่ายภายในประเทศและต่างประเทศ  เช่น  มาเลเซียสิงคโปร์ ลองกองเป็นผลไม้ที่มีศัตรูเข้ามาทำลายหลายชนิดด้วยกัน  เช่น โรครากเน่าซึ่งเกิดจากเชื้อราไฟทอบเทอรา (Phytopthora) โรคราสีชมพู แมลงวันทอง หนอนชอนเปลือก ตัวเต็มวัยของมันจะเป็นผีเสื้อ หลังจากได้รับการผสมพันธุ์ตัวเต็มวัยจะวางไข่ตามผิวเปลือกของลำต้นหรือกิ่ง จากนั้นก็จะฟักออกเป็นหนอน จึงจะมีการกำจัดหนอนชอนเปลือกโดยฉีดพ่นสารเคมีและใช้ไส้เดือนฝอยฉีดพ่นเข้าไป

ประโยชน์
         
วิธีการนี้ได้มีการเผยแพร่สู่เกษตรกรอื่นๆ ในการกำจัดหนอนชอนเปลือกโดยวิธีทางธรรมชาติ   โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนราธิวาสคอยให้คำแนะนำแก่เกษตรกรในชุมชนอื่น ๆ วิธีการกำจัดหนอนชอนเปลือกลองกองโดยวิธีธรรมชาติ ตามแบบของนายนุกูล รังสิโกสัย เกษตรกรชาวอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส จึงประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: