Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
22 พฤศจิกายน, 2561, 17:38:53

   

ผู้เขียน หัวข้อ: เรือกอและ  (อ่าน 12585 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 11 พฤศจิกายน, 2554, 23:32:36 »

เรือกอและ




วัสดุ
         
วัสดุที่ใช้ในการทำเรือกอและ  ได้แก่ไม้เนื้อแข็งที่มียางในเนื้อไม้  เช่น ไม้ตะเคียน ไม้พยอม ไม้หลุมพอ และไม้จืองา ส่วนเครื่องมือที่ใช้เป็นเครื่องมือช่างไม้ทั่ว ไป เช่น เลื่อยมอน กบราง กบกระดี่ (กบมือ) ค้อน สว่าน กะโฉ้ง และขวาน ตลอดทั้งภู่กัน สำหรับทาสีและเขียนลวดลาย และสิ่งที่ขาดเสียมิได้ก็คือ แผ่นเหล็กหนา ซึ่งเจาะรูให้โต พอเหมาะแล้วทำให้โค้งคล้ายเป็นขาตั้ง เพื่อใช้ไม้ซึ่งผ่าหรือเกลาส่วนปลายให้พอเครือ ๆ กับรูแล้วใช้ค้อนตอกให้ไม้ลงไปในรูเพื่อทำให้ไม้นั้นมีลักษณะกลมและมีขนาดเท่ากันตลอด  เพื่อใช้เป็นเดือยในการต่อเรือ



วิธีการทำเรือกอและ
         
เริ่มด้วยการเตรียมไม้ที่จะใช้ทำเรือให้พร้อม  ไม้ที่จะทำต้องใช้ไม้เนื้อแข็ง และมียางในเนื้อไม้ และไม้ที่แปรรูปแล้งต้องผึ่งแดดให้แห้ง สนิท เพื่อป้องกันการหดตัว ลำดับขั้นตอนในการต่อเรือมีดังนี้
         
๑. การตั้งกระดูกงู ใช้ไม้ขนาด ๙ x ๙ นิ้ว มีความยาวเท่าขนาดของเรือ แบ่งออกเป็น ๓ ส่วน ๆ เท่า ๆ กัน แล้วเกลาด้านข้างทั้งสองข้างของส่วนที่ ๑ และ ๓ ให้เรียงไปตามปลายทั้งสองข้าง ส่วนปลายสุดก้างเพียงข้างละ ๔ นิ้ว และส่วนหนาทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู หรือ ตัว U ในภาษาอังกฤษ
         
๒. การตั้งกง  นำกงซึ่งทำด้วยไม้กระดานแผ่นใหญ่  ที่มีความกว้างเท่า ความลึกของลำเรือที่จะต่อให้เป็นรูปโค้งคล้ายตัว U  มาตั้งบนกระดูกงู  ให้ห่างกันประมาณ  ๕๐ เซนติเมตร ตามจำนวนที่เหมาะกับขนาดของเรือ และวางเรียงให้กงที่มีความกว้างมากที่สุด  อยู่ตรงส่วนกลางของเรือ  แล้วค่อย  ๆ เรียงเล็กไปทางหัวและท้าย ให้เหมาะสมและสวยงาม โดยให้กงขนาดเล็กจำนวนสองอันอยู่ระหว่างกงขนาดใหญ่ เป็นแบบ ๒-๑-๒ สลับกัน  ไปตลอดทั้งลำเรือ  ยกเว้นตอนกลางที่ทำเป็น  "ตีมอรูแว"  คือช่องว่างสำหรับวิดน้ำในเรือ และส่วนหัวท้ายต้องให้กงขนาดใหญ่ ตั้งให้ต่อกัน และตอนกลางซึ่งเป็นส่วนโค้งทั้งสองข้างเจาะรู ๒ รู สำหรับใส่โครง ซึ่งเรียกว่า แสตอ สอดเข้าไปในรูดังกล่าว ยาวตลอดลำเรือโดยใช้ไม้โครงนี้วางทาบ ลงบนกงขนาดพอดี ทั้งนี้เพื่อทำให้เรือแข็งแรง


         
๓. การต่อลำเรือกอและ จะต้องใช้ไม้กระดาน ซึ่งมีความยาวเท่ากับความยาวของลำเรือ ขนาด ๑ x ๙ นิ้ว จำนวน ๑๐ แผ่น โดยใช้ต่อข้างละ ๕ แผ่น แต่ลูกเรือกอและใช้ไม้กระดานขนาด ๖ แผ่น ใช้ด้านละ ๓ แผ่น แล้วแบ่งออกเป็น ๔ ส่วนเท่า ๆ กัน เกลาให้ส่วนที่ ๑ และ ๔ เรียวยาวไปทางปลาย โดยให้ตอนปลายแคบกว่าตอนกลางประมาณ ๑ นิ้ว แผ่นสุดท้าย คือ แผ่นที่ ๕ หรือ ๓ จะมีขนาด ๑.๕ x ๙ นิ้ว ตกแต่งให้ส่วนที่ต่อกับกระดานแผ่นล่างมีความหนาเพียง ๑ นิ้ว แล้วค่อย ๆ แผ่กว้างขึ้นไปข้างบนเป็น ๑.๕ นิ้ว เริ่มต่อโดยการเอาไม้กระดานแผ่นแรกต่อกับกระดูกงู       

แล้วต่อเรียงขึ้นมาตามลำดับด้วยการใช้ชนิดเดียวกันนี้เป็นเดือยกลมๆ (ปาเซาะ) ร้อยกับไม้กระดานทั้งสองข้าง ที่ต่อกัน ให้เดือยห่างกันพอสมควร และระหว่างแผ่นกระดานที่ต่อกันนี้จะต้องใช้เปลือกของต้นเสม็ดหนาพอเหมาะรองรับระหว่าง ให้ยาวตลอดรอยต่อ และส่วนที่ติดกับกงของเรือจะต้องใช้ตาปูซึ่งเป็นเหล็กที่ไม่เป็นสนิมที่ให้แผ่นกระดานทุกแผ่นติดกับกงของเรือและหลังจากการต่อกระดานแผ่นสุดท้ายเสร็จแล้วก็ต่อด้วยไม้ขนาด ๒  x ๒.๕ นิ้ว เรียก "แลแบ" และต่อด้วยไม้ขนาด ๖ x ๑ นิ้ว เรียก "ตาเมะ"  แล้วต่อด้วยไม้ขนาด  ๒ x ๒ นิ้ว เรียก "จันเต๊ะ" และต่อด้วยไม้ขนาด ๔ x๑ นิ้ว ซึ่งค่อย ๆ เรียวไปทางหัวและท้ายจนมีขนาด ๓ x ๑ นิ้ว เรียก "ตาเม๊ะ" และขอบบนสุดและส่วนที่อยู่ข้างบนกงของเรือต่อด้วยไม้ขนาด ๒  x ๒ ตลอดลำเรือเรียก "จันเต๊ะ" และในการเข้าหน้าไม้ที่จะใช้ต่อจะต้องใช้ "ขอขีด" (ปาเระ) แนบกับหน้าไม้แผ่นเดิม แล้วขีดลงบนหน้าไม้แผ่นใหม่ให้เป็นแนวในการไสกบให้เสมอ  เพื่อทำหน้าไม้ต่อกันอย่างแน่นสนิท เมื่อต่อลำเรือเสร็จแล้ว ก็ทำส่วนหัวและท้ายด้วยไม้ขนาดใหญ่ทั้งท่อนมาตกแต่งให้เป้นหวัเรือและท้ายเรือ ซึ่งมี ๒ แบบ คือ แบบหัวยาวและแบบหัวสั้น แล้วต่อเข้ากับลำเรือด้วยการติดกับเดือย สำหรับในส่วนหัวและท้ายของเรือ ทำส่วนที่ห้อยต่ำลงมาเป็นหางของเรือเรียก "ดาฆู" และระหว่างคางกับหัวเรือที่มี….ซึ่งทำเป็นกระหยกที่สวยงามเรียก "มาแผ"


         
สำหรับในส่วนของลำเรือ (ตือเงาะ) ต้องทำสิ่งต่อไปนี้
         
"จางปิ้ง"  
เป็นแผ่นไม้รูปสามเหลี่ยม  ซึ่งทำเป็นลวดลาย (กระหนก) คล้าย "กระจัง" หรือ "ลายตาอ้อย" ของลายไทยใช้ปิดช่องว่างระหว่างลำเรือ และส่วนหัว  - ท้ายเรือ โดยทำให้โผล่ขึ้นมาข้างบนเล็กน้อย คือเป็นส่วนที่ศักดิ์สิทธิ์ของเรือ
       
"บางา"
เป็นไม้โค้งงอนขึ้นข้างบนโดยทำเป็นรูปกระหนกที่ติดไว้ด้านขวา   ซึ่งค่อนไปทางหัวเรือติดกับ "จาปิ้ง" เพื่อใช้วางไม้ค้ำถ่อ (ฆาเลาะฆ์) ตะเกียงและใบเรือ (ลาบา)
       
"จูปู"  
เป็นรูกลมๆ  ติดอยู่กับท้องเรือ  โดยที่ตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางของลำเรือ  ๑ แห่ง และที่ค่อนข้างไปทางหัวเรืออีก ๑ แห่ง เพื่อใช้เป็นที่พักเสากระโดงของเรือและต่อขึ้นมาข้างบนทำเป็นที่ยึดเสาให้กระชับเป็นที่สลักเอาไว้เรียก   "สาเลาะ"   ซึ่งอยู่เสมอกับพืชของเรือ   หลังจากนั้นก็ปูพื้นเรือด้วยไม้กระดานตลอดลำเรือโดยให้ขวางกับลำเรือและแผ่นกระดานนี้สามารถถอดได้ทุกแผ่น   และที่บริเวณใกล้ๆ   กระโดงซึ่งอยู่เหนือกงขนาดใหญ่ทั้งสอง  ทำเป็นพื้นเรียบให้สูงขึ้นกว่าพื้นเล็กน้อยเรียก   "ตีมอรแว"  หรือ  "ตีมอรูวัง"  เพื่อมำเป็นช่องที่ใช้วิดน้ำเรือ เพราะท้องเรือส่วนนี้เป็นส่วนที่ลึกที่สุด  จึงทำให้น้ำในลำเรือทั้งหมดไหลมาอยู่ที่บริเวณนี้และถือว่าส่วนนี้เป็นส่วนที่ศักดิ์สิทธิ์ของเรือด้วย
         
"ที่แยลายา" 
(เสากระโดง)  เป็นเสากลม  ๆ  ที่ค่อย ๆ เรียวจากส่วนโค้งไปสู่ส่วนปลาย มีขนาดยาวตาม
ความเหมาะสมกับขนาดของเรือ ใช้ปักที่ศูนย์กลางของลำเรือ ๑ ต้น และปักในส่วนที่ค่อนข้างลำเรืออีก ๑ ต้น


         
"บเระตา"
เป็นที่ปิดส่วนท้ายของเรือและปูพื้น ใช้เป็นที่นั่งในการถือท้ายเรือได้
         
"เกจิแย"
เป็นไม้โค้งงอนขึ้นเล็กน้อย   ซึ่งอาจจะทำเป็นรูปนกหรือรูปสัตว์อื่นๆ  ติดไว้ที่ท้ายเรือค่อนไปทางซ้ายเล็กน้อยเพื่อใช้เป็นที่บังคับไม้พาย ซึ่งทำเป็นหางเรือของเรือ (กือมูดี)
       
"มูฆะ"
เป็นไม้โค้งงอขึ้นข้างบนโดยทำเป็นรูปกระหนกที่ตัดไว้ด้านขวา ซึ่งค่อนไปทางท้ายเรือ โดยกะให้พอเหมาะกับการวางไม้ค้ำถ่อและใบเรือ เพื่อใช้เก็บสิ่งดังกล่าวนี้คู่กับ "บางา"

หลังจากที่ทำส่วนละเอียดเสร็จแล้ว  ก็ต้องทำการอุดรอยต่อและรูต่างๆ ด้วยยาอุดเรือ ซึ่งประกอบด้วย น้ำมันยาง ชัน (ยางไม้) กระสอบป่านซึ่งสับให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ผสมกัน โดยเริ่มต้นด้วยการเคี้ยวน้ำมันยางก่อน แล้วผสมสิ่งอื่นลงภายหลัง และกวนให้เป็นยางเหนียว  เหมาะที่จะใช้อุดรอยต่อและรอยรั่วของเรือ  ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาเรือ
         
เนื่องจากเรือกอและเป็นเรือที่ใช้ในการประมงทางทะเลของชาวประมงในจังหวัดนราธิวาส  จึงทำให้คนในท้องถิ่นที่มีฝีมือจำลองเรือกอและให้เป็นลำขนาดย่อมเหมาะสำหรับใช้วางบนโต๊ะหรือใส่ตู้โชว์ หรือขายให้เป็นของที่ระลึก ราคาลำละประมาณ ๗๐๐-๒,๐๐๐ บาท ขึ้นอยู่กับความประณีตและสวยงาม สำหรับวัสดุที่ใช้ทำเรือประเภทนี้คือ ไม้เนื้ออ่อน  เช่น ไม้กะทัง และไม้ตีนเป็ด เป็นท่อน ๆ นำมาแกะสลักให้เป็นลำเรือ แล้วใช้ไม้ชิ้นเล็ก ๆ ติดให้เป็นชิ้น ส่วนรายละเอียดของเรือและใช้สีน้ำมันทาและเขียนเป็นลวดลายของเรือเหมือนเรือขนาดใหญ่แล้วนำไปขายได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 11 พฤศจิกายน, 2554, 23:34:46 »

เรือกอและ



ลักษณะและวิธีการใช้
         
เรือกอและเป็นเรือประมงที่ใช้ในแถบจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง  มีลักษณะเป็นเรือยาวที่ต่อด้วยไม้กระดาน โดยทำให้ส่วนหัวและท้ายสูงขึ้นจากลำเรือให้ดูสวยงาม  นิยมทาสีแล้วเขียนลวดลายด้วยสีฉูดฉาดเป็นลายไทยหรือลายอินโดนีเซีย ซึ่งนำมาประยุกต์ให้เหมาะกับลำเรือ เรือกอและมี ๒ แบบคือ แบบหัวสั้นและแบบหัวยาว ขนาดของเรือแบ่งเป็น ๔ ขนาด โดยยึดความยาวของลำเรือเป็นเกณฑ์ในการแบ่ง คือ ขนาดใหญ่ยาว ๒๕  ศอก ขนาดกลางยาว ๒๒ ศอก ขนาดเล็กยาว ๒๐ ศอก และขนาดเล็กมากเรียกว่า "ลูกเรือกอและ" ยาว ๖  ศอกโดยประมาณ  และด้านนอกซึ่งค่อนขึ้นไปทางขอบเรือ  ทำเป็นขอบนูนออกมาข้างนอก ลักษณะเป็นกันชนของเรือยาวตลอดลำเรือเรียกว่า "ปาแปทูวอ" ที่ตอนล่างของปาแปทูวอทำรอยแซะเนื้อไม้ด้วยกบให้เป็นแนวยาวตลอดลำเรือเรียกว่า "กอมา"  เรือทั้งลำ  แบ่งเป็น ๒ ส่วน ส่วนหัวเรียกว่า "ลูแว" ส่วนท้ายเรียกว่า "บูเระแต" ถ้าแบ่งออกเป็น  ๓  ส่วน  ส่วนหัวเรียกว่า  "ปาลอ"  ส่วนกลาง (ลำเรือ) เรียกว่า "ตือเราะ" ส่วนท้ายเรียกว่า "ปูงง"



ประโยชน์
         
เรือกอและส่วนใหญ่ใช้ในการประมง    โดยนำออกไปทำการประมงในทะเลและนิยมทำเป็นพวก    ๆ พวกละ ๕-๖ ลำ นอกจากนี้ยังใช้สำหรับแข่งขันโดยใช้ฝีพายหรือใช้ใบก็ได้ ทุกครั้งที่จะออกเรือ ก่อนขึ้นเรือชาวประมงจะให้ความเคารพเรือกอและของตนโดยการถอดรองเท้าทุกครั้ง   และเมื่อเรือจอดอยู่บนฝั่งก็ห้ามผ่านใกล้ๆ หรือเล่นบริเวณหัวเรือ   ไม่พูดจาเชิงอวดดี  หรือพูดในสิ่งที่ไม่เป็นมงคล  เพราะเชื่อว่ามีพระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ให้ความคุ้มครองเรือสิงสถิตอยู่ที่หัวเรือบริเวณ   "จาปิ้ง"   นับได้ว่าเรือกอและเป็นเรือในจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งใช้ในการประมงทางทะเลของชาวประมงมุสลิมในจังหวัดภาคใต้ นับว่าเป็นเรือที่แปลกตาและหาดูได้ยากในจังหวัดอื่นๆ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: