Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
25 กันยายน, 2561, 12:28:51

   

ผู้เขียน หัวข้อ: การเล่นจาโต (หมากรุก)  (อ่าน 2403 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 30 ตุลาคม, 2554, 20:06:44 »

การเล่นจาโต (หมากรุก)


         
จาโตเป็นการเล่นอย่างหนึ่งของชาวไทยมุสลิม ซึ่งพอเทียบได้กับการเล่นหมากรุกไทย หมากรุกฝรั่ง และหมากรุกจีน ไม่ว่าจะเป็นกระดาน จำนวนตาราง ตัวหมาก การวางหมาก การเดิน การกิน และการไล่
         
กระดาน

เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีจำนวน ๖๔ ตาราง ตามกว้าง ๘ ตาราง ตามยาว ๘ ตาราง ตัวหมาก มีฝ่ายละ ๑๖ คือ

          เต                  มี ๒ ตัวเทียบเท่ากับ เรือ ของหมากรุกไทย
          กูดอ               มี ๒ ตัวเทียบเท่ากับ ม้า ของหมากรุกไทย
          กาเยาะ           มี ๒ ตัวเทียบเท่ากับ โคน ของหมากรุกไทย
          รายอ              มี ๑ ตัวเทียบเท่ากับ ขุน ของหมากรุกไทย
          กรี                  มี ๑ ตัวเทียบเท่ากับ เม็ด ของเม็ดหมากรุกไทย
          บีเดาะ            มี ๘ ตัวเทียบเท่ากับ เบี้ย ของหมากรุกไทย


         
การวางหมาก  วาง ๒ แถวจากแถวล่างสุด ซ้ายไปขวาดังนั้น เต กูดอ กาเยาะ รายอ กรี กาเยาะ กูดอ เต แถวถัดไปชิดกับแถวแรก (ตั้งเหมือนหมากรุกฝรั่ง ) เป็นที่ตั้งของบีเดาะ ๘ ตัว
       
การเดิน
 
ต่างตัวต่างเดินไม่เหมือนกันคือ  "เต"  เดินในทิศทางตรงไปข้างหน้า ถอยหลัง ไปข้างซ้าย ไปข้างขวา จะยาวทีละตาหรือกี่ตาก็ได้ เหมือนหมากรุกไทยทุกอย่าง
       
"กูดอ"  เดินทแยงไป ๑ ตาแล้วตรงขึ้นบน หรือตรงไปทางขวา สำหรับด้านขวาบนเดินทแยง ๑ ตาแล้วตรงขึ้นบน หรือตรงไปทางซ้ายสำหรับด้านซ้ายบน  เดินทแยงลงขวาแล้วตรงลงมาล่าง หรือตรงไปทางขวา สำหรับด้านขวาล่าง และเดินทแยงลงล่างแล้วตรงไปทางซ้าย  หรือตรงลงล่างสำหรับด้านซ้ายล่าง  รวม  ๘ ทิศทาง
       
"กาเยาะ" เดินตามแนวทแยง ๔ ทิศทาง เหมือนตัวบิซอพ(bishop) ของหมากรุกฝรั่ง ต่างไปจากโคนของไทยมาก มีอำนาจมากกว่าเพราะได้มากกว่า ๑ ตา จะยาวไปกี่ตาก็ได้
       
"รายอ"  เดินได้รอบตัว  ๔  ทิศทาง  แต่ครั้งละ ๑ ตา เดินยาวไม่ได้ มีข้อยกเว้นพิเศษในฐานะขุนทัพ คือการเดินครั้งแรกไม่ว่าจะถูกหรือไม่ก็ตามเดินได้เหมือนม้า ๑  ครั้ง หรืออาจจะเดินข้ามตัวที่อยู่ซ้าย หรือขวาได้ ๑ ครั้ง
         
"กรี" เดินได้ ๘ ทิศทาง คือ เดินเหมือนเตได้ และเหมือนกาเยาะได้ เป็นตัวที่มีอำนาจมากที่สุด เทียบเท่ากับตัวควีน (Queen) ของหมากรุกฝรั่งทุกประการ หากการเดินของฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำถึงกับเสีย กรี โอกาสแพ้มีเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มักจะยอมแก้ไม่เดินต่อไป
         
"บีเดาะ"เดินได้ทีละตาในแนวตรงไปข้างหน้า กินหมากตัวอื่นกินในแนวทแยงเหมือนเบี้ยไทยแต่ในการเดินครั้งแรกของ บีเดาะแต่ละตัว  ยอมให้ขึ้นได้  ๒ ตา หรือจะเดินตาเดียวก็ได้ มีสิ่งพิเศษเกี่ยวกับบีเดาะคือ เมื่อขึ้นไปถึงเส้นสูงสุดก็หงาย และสามารถเดินได้รอบตัวทีละตาเหมือนรายอ ใช้เป็นตัวบังการรบกวน แต่ไม่มีอำนาจกินตัวอื่นใดหากสามารถเดินถอยหลังทแยงทีละตาลงมาถึงแนวล่างได้ จะเปลี่ยนศักดิ์เป็นตัวอื่นได้ตามสัญญาโดยดูว่าตำแหน่งที่บีเดาะหงายตรงกับตัวอะไร ที่ตั้งครั้งแรกเช่น ตรงกับเตก็ให้เปลี่ยนเป็นเตได้
       
การกิน

หมากตัวใดมาขวางทางเดินของตัวใด ตัวนั้นมีสิทธิ์ยกไปกินแทนที่ตัวนั้นได้ นอกจากบีเดาะซึ่งต้องกินในตาทแยง แต่เดินขึ้นตรง
       
การไล่
 
เมื่อฝ่ายใดเสียเปรียบ เช่น มีจำนวนไพร่พลน้อยกว่าหรือมีแต่ตัวที่มีอำนาจต่ำกว่าก็จะเป็นฝ่ายถูกไล่ เมื่อใดรายอถูกรุกไล่จนไม่สามารถหนีได้ ก็แปลว่า "จน" ต้องแพ้ไป
         
ข้อปลีกย่อย  เตกับกูดอ ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ครั้งแรกสามารถจะเดินโดยหยิบทีเดียวทั้ง ๒ ตัวเลื่อนไปด้วยกัน ทางขวาหรือซ้าย หรือ ๒ ตา แล้วยกม้าไปในตาที่เป็นไปได้อีก ๑ ตา

คุณค่า / แนวคิด / สาระ
         
การเล่นจาโตเป็นการฝึกปฏิภาณไหวพริบของผู้เล่น  ฝึกการใช้ความคิดและการวางแผน นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินให้กับผู้เล่นด้วย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,911
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 30 ตุลาคม, 2554, 20:58:31 »

ตำนานการเล่นจาโต (หมากรุก)
         
เล่ากันมาว่า การเล่นจาโตหรือหมากรุกนั้นมีมาตั้งแต่ครั้งพระเจ้าชิยง ซึ่งเป็นกษัตริย์ครองเมืองบันนังซาเร็ง ปัจจุบันเป็นชื่อตำบลหนึ่งในอำเภอเมือง  จังหวัดยะลา  เมื่อหลายชั่วอายุคนมาแล้วพระเจ้าชิยงนั้น เป็นกษัตริย์ที่มีหน้าตาคล้ายหนุมาน เรียกกันว่า "บาเต๊าะ" คือ มีเขี้ยว มีหาง
         
ก่อนที่พระเจ้าชิยงจะได้เป็นกษัตริย์นั้น  ที่เมืองบันนังซาเร็ง มีกษัตริย์องค์หนึ่งชื่อว่าพระเจ้าบันนังซาเร็ง มีธิดาองค์หนึ่ง  พระเจ้าบันนังซาเร็งประกาศว่า  ถ้าใครสามารถขึ้นต้นซาเร็ง  (น่าจะเป็นต้นสิเหร็ง  ลักษณะคล้ายต้นตาล) ได้สูงสุด  จะยกลูกสาวให้ ต้นซาเร็งนี้สูงมาก คนธรรมดาไม่สามารถจะขึ้นได้ แต่พระเจ้าชิยงสามารถขึ้นได้ จึงได้แต่งงานกับธิดาของพระเจ้าบันนังซาเร็งและได้เป็นกษัตริย์ครองเมือง
         
พระเจ้าชิยงนั้น  ไม่ใคร่ยอมให้ใครเห็นหน้า จึงสร้างที่พักไว้สูงมาก ชอบกินตับเด็ก จึงให้ราษฎรนำเด็กมาถวายวันละ ๑ คน จนราษฎรเหลือน้อยลงทุกวันๆ อำมาตย์มนตรีจึงคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะไม่ให้พระเจ้าชิยงกินมนุษย์ต่อไป ในที่สุดจึงคิดการเล่นหมากรุกขึ้นมา
         
ขณะที่อำมาตย์มนตรี เล่นหมากรุกอยู่นั้น พระเจ้าชิยงก็นั่งดูอยู่ด้วย เมื่อเล่นไปปรากฏว่าฝ่ายตรงข้ามกับอำมาตย์มนตรีชนะ ฝ่ายอำมาตย์มนตรีเหลือแต่ขุน (คือกษัตริย์) จึงจนมุมไม่สามารถแก้ปัญหาได้ พระเจ้าชิยงจึงได้ความคิดว่า   "ถ้าเรากินราษฎรหมด   แล้วจะไปสู้รบกับศัตรูได้อย่างไร"   พระเจ้าชิยงจึงเกิดความรักราษฎรไม่กินราษฎรอีกต่อไป และปกครองบ้านเมืองอย่างเป็นสุข

คุณค่า/แนวคิด/สาระ
         
ตำนานการเล่นจาโต  (หมากรุก) เป็นทั้งตำนานที่เล่าถึงประวัติท้องถิ่นของบ้านบันนังสาเร็ง และทำให้เห็นถึงคุณธรรมของผู้ปกครองคน ว่าต้องไม่รังแกผู้ด้อยโอกาสกว่า และให้ประโยชน์ในด้านการศึกษาคำศัพท์ภาษาในท้องถิ่น

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: