Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
24 พฤศจิกายน, 2560, 01:31:46

   

ผู้เขียน หัวข้อ: กล้วยหิน  (อ่าน 8932 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,601
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 30 ตุลาคม, 2554, 00:40:22 »

กล้วยหิน



ชื่อวิทยาศาสตร์          Musa sapientum
วงศ์         MUSACEAE

ลักษณะ
         
กล้วยหินมีความเด่นเฉพาะตัว  เป็นพวกเดียวกับกล้วยน้ำว้า  ความเด่นของกล้วยหิน  เมื่อเปรียบเทียบกับกล้วยชนิดอื่นมีหลายประการ  เช่น   เป็นกล้วยที่มีรสชาติอร่อย ไม่ฝาด ไม่ยุ่ย เนื้อในสีขาวอมเหลือง  มีลักษณะแข็งเล็กน้อย ถึงแม้จะสุกก็เก็บไว้ได้นานกว่ากล้วยชนิดอื่น เมื่ออยู่ในสภาพเดียวกัน ผลมีลักษณะเป็นเหลี่ยมแข็ง
         
ส่วนลักษณะทั่วไปคล้ายกล้วยน้ำว้า  ลำต้นสูงประมาณ ๓.๕-๕ เมตร โดยทั่วไปลักษณะของเนื้อกล้วยหินมีลักษณะแข็งจึงไม่เหมาะสำหรับใช้รับประทานดิบ ลักษณะของเนื้อกล้วยหินนี้จะมีลักษณะแตกต่างกันไปตามชนิดของดินที่ปลูก เช่น  ถ้าปลูกในดินแร่ธาตุมาก  เนื้อในจะมีสีเหลือง  แต่ถ้าปลูกในดินทรายแร่ธาตุน้อย เนื้อจะมีสีค่อนข้างดำ ลอกเปลือกยาก ส่วนสีของผลนั้นจะมีสีเขียวออกด่างเมื่อแก่จัด แต่จะมีสีเหลืองที่สุด



แหล่งที่พบ
         
พบมากในจังหวัดภาคใต้ตอนล่างโดยเฉพาะบริเวณต้นแม่น้ำปัตตานี สองฝากฝั่งจากเขื่อนบางลางลงมา จะเห็นกล้วยหินเจริญเติบโตอย่างหนาแน่นอยู่ริมสองฝั่งล้ำน้ำ

วิธีการปลูก
         
ชาวบ้านนิยมนำกล้วยหินมาปลูก  ขยายพันธุ์ด้วยหน่อ  ที่เรียกว่าหน่อใบแคบ  (Sword  Sucker)  เป็นหน่อที่มีใบบ้าง แต่เป็นใบเรียวเล็ก ๒-๓ ใบ มีความสูงประมาณ ๕๐ เซนติเมตร มีเหง้าติดอยู่ การเตรียมพื้นที่ปลูก จะขุดหลุมเป็นระยะ  ห่างประมาณ ๖X๗ เมตร การขุดหลุมระยะห่างกันก็เพราะกล้วยหินเป็นกล้วยที่มีกอใหญ่ ขนาดลำต้นใหญ่ และสูงกว่ากล้วยธรรมดาโดยทั่วไป จึงต้องปลูกระยะห่าง กล้วยหินเมื่อปลูกเพียง ๗-๘ เดือน  ก็จะแทงหน่อ  ๕-๖ หน่อ ชาวสวนบางคนพยายามย้ายหลุมปลุก เช่น ปลูก ๓-๕ ปี ก็รื้อหลุมครั้งหนึ่ง นิยมปลูกในแนวสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือปลูกแบบขั้นบันไดบนพื้นที่ลาดชัน


         
ส่วนใหญ่นิยมปลูกกล้วยหินตอนต้นฤดูฝน  เพราะสะดวกไม่ต้องรดน้ำมากและกล้วยเจริญเติบโตเร็ว และนิยมใช้หญ้าหรือกาบกล้วยที่ตายแล้วนำมาเป็นวัสดุคลุมดิน

คุณค่า / ประโยชน์
         
ส่วนใหญ่การใช้ประโยชน์จากกล้วยหิน  จะนิยมนำผลมาบริโภคโดยลักษณะของการนำมาบริโภคนั้นมีหลายอย่างด้วยกัน เช่น  การนำมาทำกล้วยต้ม  ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ได้รสชาติของกล้วยหินที่แท้จริง  และยังเป็นของฝากที่ขึ้นชื่ออีกด้วย   หรือกล้วยหินเชื่อมและกล้วยหินบวชชี    การปลูกกล้วยหินจึงทำรายได้ให้เกษตรกร
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,601
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 30 ตุลาคม, 2554, 12:31:46 »

กล้วยหิน


         
กล้วยหินเป็นพืชเก่าแก่คู่  ๒  ฝั่งแม่น้ำปัตตานี  เฉพาะในเขตอำเภอบันนังสตา มีมานาน และไม่มีใครทราบแน่ชัดว่านานเท่าไร  กล้วยหินเกิดครั้งแรกในเขตตำบลบาเจาะบริเวณ   ๒   ฝั่งลำธารสายใหญ่  (แม่น้ำปัตตานี)  ต่อมาชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงก็นำหน่อไปปลูก  ตามริมฝั่งลำธาร  และในเขตตำบลอื่นๆ  ที่แม่น้ำปัตตานีไหลผ่าน ปัจจุบันกล้วยหินได้ปลูกกระจายไปในที่ต่างๆ เช่น ปลูกเป็นพืชร่มเงา ในสวนยางพารา และสวนผลไม้อื่นๆ จนปัจจุบันมีพื้นที่ปลูก ๔,๗๘๔ ไร่

วิธีปลูก
         
กล้วยหินเป็นพืชที่ปลูกง่าย    ปลูกด้วยหน่อ    ปลูกครั้งเดียวเก็บเกี่ยวได้ตลอดไป   เนื่องจากมีหน่อมาทดแทนเรื่อยๆ  อายุยืนยาวกว่ากล้วยไข่   กล้วยน้ำว้า   และกล้วยหอม  เวลาปลูกขุดหลุมให้ลึก  กว้าง  ยาว ประมาณ ๒๐-๕๐ เซนติเมตร นำหน่ออายุประมาณ ๒-๓ เดือนลงปลูก ให้เหง้าอยู่ใต้ผิวดินประมาณ ๖-๗ ฟุต ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยเคมีลงไปบ้าง คอยดูแลรดน้ำพรวนดิน  ถ้ามีหน่อมากควรแยกหน่อออกไป  เพื่อให้กล้วยให้ผลที่สมบูรณ์

คุณค่า
         
ใช้ประโยชน์ได้เกือบทุกส่วนนับตั้งแต่รากใช้ประกอบยาแผนโบราณ ลำต้นใช้ประกอบอาหารรับประทานได้ หรือใช้เลี้ยงสัตว์ เช่น เป็นอาหารสุกรได้ ใบกล้วยหินใช้เป็นใบตองห่อขนม ห่ออาหารได้ดี ส่วนปลีใช้เป็นผักจิ้มน้ำพริก ผลกล้วยเมื่อแก่จัดและตัดมาแล้วเก็บไว้ได้นานกว่ากล้วยอื่นๆ เก็บไว้ได้นานประมาณ ๗ วัน  ก่อนจะงอม  ผลกล้วยหินใช้ประกอบอาหารได้หลายชนิด  เช่น ผลอ่อนใช้ประกอบอาหารจำพวกแกง ผลแก่ใช้เชื่อม ทอด  ปิ้ง ต้ม ตาก ฉาบ โดยเฉพาะกล้วยหินทอดเป็นรายได้ที่ดีของแม่ค้ากล้วยทอด กล้วยหินต้มก็เป็นรายได้ที่ดีเช่นเดียวกัน   นักท่องเที่ยวจะรู้จักกล้วยหินต้มที่สามแยกบ้านเนียง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ใครที่ขับรถผ่านสามแยกบ้านเนียงส่วนใหญ่จะแวะซื้อกล้วยหินต้มไปฝากคนที่บ้าน
         
สำหรับคนที่อยู่ไกลๆ ก็จะฝากด้วยกล้วยหินฉาบที่มีรสอร่อย สีเหลือง น่ารับประทานมาก  เพราะมีรสและกลิ่นหอมเฉพาะตัว
         
ปัจจุบันกล้วยหินแม้จะไม่เป็นสินค้าส่งออกต่างประเทศก็ตาม แต่สำหรับภายในจังหวัดยะลาและจังหวัดใกล้เคียงให้ความสนใจกับกล้วยหินมาก ผลผลิตมีเท่าไรก็จะขายได้หมด

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: