Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
22 พฤศจิกายน, 2560, 23:17:30

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ลูกหยี  (อ่าน 13259 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,601
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 30 ตุลาคม, 2554, 00:06:19 »

ลูกหยี



ชื่อวิทยาศาสตร์           Dialium indum Lime
วงศ์          CAESALHINIACKAE

วิธีการปลูก
         
ต้นหยีเจริญเติบโตได้ดีทั่วไปตามธรรมชาติ   สามารถขยายพันธุ์โดยนำเมล็ดซึ่งมีเปลือกแข็งมากมาแช่ในน้ำนาน ๆ ก่อนเพาะ การแช่เมล็ดก่อนเพาะนั้นจะช่วยให้การเพาะเมล็ดได้ดี หลังเพาะประมาณ ๒ เดือน ก็สามารถย้ายต้นอ่อนไปปลูกได้ ระยะเวลาในการปลูกต้นหยีจนกว่าจะออกดอกให้ผลต้องใช้เวลานานมาก ซึ่งจากการสอบถามเกษตรกรก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าใช้ระยะเวลาในการปลูกนานเท่าไร   เกษตรกรบางคนเล่าว่าต้องใช้เวลาปลูก ๑๕ - ๑๗ ปี เกษตรกรบางท่านบอกว่า ใช้เวลาปลูกมากกว่า ๑๕ - ๑๗ ปี ต้นหยีที่จังหวัดปัตตานีจะออกดอกกลางเดือนเมษายน

คุณค่า/ประโยชน์
         
ลูกหยีสามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี โดยนิยมแปรรูปได้ดังนี้
         
๑.  ลูกหยีกวน  อาจเป็นชนิดไม่มีเมล็ดปนอยู่  ลูกหยีกวนมีส่วนผสมต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรสชาติ เช่น ใส่น้ำตาล น้ำปลา พริก
         
๒. ลูกหยีฉาบ ใช้ลูกหยีที่ปอกเปลือกแล้วมาฉาบน้ำตาล และคลุกเคล้ากับส่วนผสมอื่น ๆ เพื่อปรุงแต่งรสให้เผ็ดหรือหวาน เรียกว่าลูกหยีทรงเครื่อง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,601
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 30 ตุลาคม, 2554, 00:08:31 »

ลูกหยี



ชื่ออื่น          หยี, นางดำ , เขลง , ลูกเด็ง , กรันยี , ท้องบึ้ง
ชื่อวิทยาศาสตร์          Dialium Cochinchinense Pierre
วงศ์         DIALIUM
ลักษณะ
         
ใบมีลักษณะเรียว การแตกของใบย่อยเป็นแบบสลับ ปลายใบย่อยแหลมยาวและโค้ง ต้นหยีจะออดดอกที่ปลายกิ่ง มีลักษณะเป็นช่อสีขาว ดอกย่อยมีขนาดเล็ก ขนาดของดอกตูมโตประมาณครั้งหนึ่งของข้าวสาร ผลออกเป็นช่อคล้ายลำใย มีผิวสีดำ เนื้อในสีแสด และยุ่ย (Pithy) เปลือกผลบาง เมื่อผลสุกสามารถแยกเนื้อผลออกจากเปลือกได้ง่าย เหมือนมะขามเมื่อสุก ใบแต่ละผลมี  ๒  เมล็ด เมล็ดมีสีเทา รูปร่างคล้ายเมล็ดข้าวโพด แต่บางและเล็กกว่า



แหล่งที่พบ
         
พบขึ้นตามธรรมชาติ  โดยเฉพาะลูกหยีจากอำเภอยะรัง  เป็นลูกหยีที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน เกษตรกรในปัตตานี จะนำเมล็ดลูกหยีมาเพาะ  ใช้เวลาประมาณ  ๒ เดือน ก็จะได้ต้นกล้า นำไปปลูกก็ได้ ในอนาคตอาจพบลูกหยีขึ้นตามสวนของชาวบ้าน

ความสัมพันธ์กับชุมชน
         
ลูกหยีมีประโยชน์นำมาใช้บริโภค  จึงมีการนำเมล็ดลูกหยีมาแปรรูปเป็นลูกหยีกวน  ลูกหยีฉาบ ซึ่งเป็นของฝากที่ขึ้นชื่อของจังหวัดปัตตานี ต้นลูกหยีจะสามารถใช้บังลมและให้ร่มเงาและให้ประโยชน์ต่อร่างกายเมื่อบริโภคลูกหยีซึ่งมีรสฝาดคล้ายส้ม หรือมะขาม ชาวบ้านจึงนิยมไปเก็บลูกมาบริโภค และยังสามารถนำไปจำหน่ายได้

ความสำคัญทางเศรษฐกิจ
         
คนใต้ส่วนใหญ่รู้จักลูกหยีดี  จะมีวางขายตามท้องตลาดในลักษณะลูกหยีกวน และลูกหยีฉาบน้ำตาล ขายกันในบริเวณสถานีขนส่ง สถานรถไฟ หรือตามร้านขายของที่ระลึกจากปักษ์ใต้ ทำรายได้ให้กับผู้ประกอบการอย่างคุ้มค่า

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: