Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 กันยายน, 2560, 08:33:48

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ยางพารา  (อ่าน 2973 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 24 ตุลาคม, 2554, 01:57:15 »

ยางพารา



ลักษณะ
         
ยางปลูกได้ดีในจังหวัดภาคใต้   และมีการปลูกในภาคตะวันออก   และภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางจังหวัด ประชากรในจังหวัดสตูล นิยมปลูกยางพารากันมาก ในปี พ.ศ.๒๕๔๐ มีพื้นที่ปลูก ๓๑๓,๒๙๒ ไร่ โดยแยกปลูกยาพาราพันธุ์ดี ๓๐๒,๗๒๒  ไร่ พันธุ์พื้นเมือง ๑๐,๕๗๐ ไร่ ยางพันธุ์ดีได้ผลแล้ว ๒๒๓,๓๐๕ ไร่ ผลผลิตรวม  ๗๐,๔๒๑.๒๖   ตัน   ผลผลิตเฉลี่ย   ๒๔๐   กิโลกรัม   /  ไร่  มูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งสิ้นประมาณ ๑,๖๔๐.๘๐ ล้านบาท  ปลูกมากที่อำเภอเมืองสตูล อำเภอทุ่งหว้า อำเภอควนกาหลง กิ่งอำเภอมะนัง อำเภอละงู อำเภอท่าแพ ตามลำดับ ปลูกยางน้อยที่สุดคืออำเภอควนโดน ปัจจุบันจังหวัดได้ส่งเสริมให้ปลูกยางพันธุ์ดี รักษาสวนยางกรีดยางอย่างถูกวิธีรวมกลุ่มจำหน่ายน้ำยางและผลผลิต  ยางพารานอกจากให้น้ำยางพาราแล้ว ลำต้นสามารถนำไปแปรรูปเป็นเครื่องใช้



แหล่งที่พบ
         
เขตปลูกยางเดิมมี  ๑๘ จังหวัด ภาคใต้ ๑๔ จังหวัดรวมทั้งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และภาคตะวันออกอีก ๓  จังหวัด  เขตปลูกใหม่ในภาคอิสานอีก  ๑๙ จังหวัด ยางพาราชอบขึ้นในอากาศร้อนชื้น ควรเป็นที่ลาดเอียงต่ำกว่า ๓๕ องศา ถ้าลาดเอียงเกิน ๑๕ องศา ควรทำขั้นบันไดและปลูกพืชคลุมดิน ต้องมีปริมาณน้ำฝนไม่น้อยกว่า ๑,๒๕๐ มม./ ปี มีฝนตกประมาณ ๑๒๐ ถึง ๑๕๐ วัน / ปี



ความสัมพันธุ์กับชุมชน
         
ชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลจากชุมชนตัวเมืองปลูกยางพารากันมาก   ได้จัดตั้งรวมตัวเป็นสหกรณ์หรือกลุ่มผู้ปลูกยางพารา ช่วยกันดูแล ให้ความรู้ซึ่งกันและกัน ศึกษาความเคลื่อนไหวของราคายางและอุปกรณ์การปลูกยางพารา ย่ำรุ่งประมาณ  ๒  นาฬิกา  ชาวสวนยางต่างลุกขึ้นไปกรีดยาง ทำให้เกิดวิถีชีวิตของชาวบ้านอีกรูปแบบหนึ่ง ชาวบ้านจะมีความรักใคร่  กลมเกลียวช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  ต่างเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังให้กัน ทุกครอบครัวจะรู้จักกันดี





ความสำคัญทางเศรษฐกิจ
         
เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวและประเทศชาติ  ต้นยางพาราที่ตัดไว้สามารถนำไปแปรรูปเป็นเครื่องใช้และเฟอร์นิเจอร์ ลังผลไม้ซึ่งทำให้มีราคาดี ยางพาราสามารถนำไปใช้ทำผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมาก ทำให้ชาวบ้านมีรายได้อีกทางหนึ่ง

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 30 ตุลาคม, 2554, 22:54:44 »

ยางพารา

ชื่อวิทยาศาสตร์          Hevea brasiliensis Muell . Arg .
วงศ์          EUPHORBIACEAE

ลักษณะ
         
ยางพาราเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่  มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Hevea brasiliensis Muell . Arg . ยางที่ได้จากต้นยางชนิดนี้มีการซื้อขายกันมากเมื่อประมาณ ๑๐๐  ปี  ที่ผ่านมาที่เมืองท่า Para ริมแม่น้ำอเมซอน ประเทศบราซิล จึงเรียกยางที่ได้จากต้น Hevea brasiliensis ว่า Para rubber คือยางพาราในภาษาไทยนั่นเอง เปลือกแบ่งออกได้เป็น  ๓  ชั้น ชั้นในสุดเรียกว่าเปลือกอ่อน ส่วนนี้มีท่อน้ำยางเป็นจำนวนมาก ท่อน้ำยางเวียนเป็นเกลียวจากล่างขึ้นบน จากซ้ายไปขวา เกลียวมีความลาดชัน ๑ - ๒ องศา จากเส้นตั้ง ถัดจากเปลือกอ่อนเป็นเปลือกแข็ง    มีสีเข้ม    มีท่อน้ำยาง    ชั้นนอกสุดเป็นเปลือกที่ตายแล้วมีลักษณะขรุขระไม่มีน้ำยาง ดอกยางเป็นดอกแบบดอกช่อ   ดอกตัวผู้และตัวเมียแยกกันแต่รวมอยู่ในช่อเดียวกัน    ผลยาง   (ลูกยาง)   มีลักษณะคล้ายผลละหุ่ง แต่มีขนาดโตกว่า  ๒๐ - ๓๐ เท่า โดยทั่วไปแต่ละผลมีเมล็ด ๓ เมล็ด ยางเจริญงอกงามในที่มีความชื้นสูง ฝนตกปานกลางขนาด ๒,๐๐๐ - ๒,๕๐๐ มิลลิเมตรต่อปี ในดินที่มีสภาพเป็นกรด ชอบดินร่วนแต่ไม่ใช่ทรายจัด   น้ำไม่ขังแฉะ   ชาวสวนจะกรีดยางในเวลากลางคืน  เพราะน้ำยางไหลได้ดีในขณะที่มีอุณหภูมิต่ำ

แหล่งที่พบ
         
พบในพื้นที่ทั่วไปในจังหวัดนราธิวาส

ความสัมพันธ์กับชุมชน
         
ยางพารามีความเกี่ยวข้องกับชีวิตวัฒนธรรมเกี่ยวกับการทำสวนยางของชาวภาคใต้เป็นอย่างมาก

ความสำคัญทางเศรษฐกิจ
         
ประเทศไทยได้ส่งยางพาราเป็นสินค้าออกที่นำเงินตราเข้าประเทศมีมูลค่าปีละเป็นจำนวนมาก  ซึ่งนับเป็นอันดับ ๒ รองจากข้าว และยังจะเป็นหัวใจสำคัญด้านเศรษฐกิจของภาคใต้อีกด้วย

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: