Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
20 พฤศจิกายน, 2560, 11:01:42

   

ผู้เขียน หัวข้อ: บีหุน บี้หุน หมี่หุน  (อ่าน 2727 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,600
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 03 ตุลาคม, 2554, 20:56:50 »

บีหุน บี้หุน หมี่หุน



ส่วนผสม
         
ข้าวสาร  น้ำ น้ำมันมะพร้าว น้ำตาลเหลว น้ำตาลทราย มะนาว พริกป่น มะพร้าวคั่ว กุ้งแห้งตำละเอียด

อุปกรณ์
         
เครื่องโม่แป้ง  ผ้าขาวบาง  ไม้ขนาดโต  กะทะใบบัว  ครกไม้  เจ้ย กระบอก เตาไฟ แผ่นไม้สำหรับนวด ไม้ไผ่ ตะหลิว ไม้พาย



วิธีทำ
         
๑.  นำข้าวสารเจ้าไปแช่น้ำอย่างน้อย ๑ คืน เพื่อให้ข้าวสารพองตัว แล้วนำข้าวสารนั้นไปโม่หรือบดกับเครื่องโม่แป้งให้ละเอียด
         
๒.  นำแป้งที่ได้ ห่อด้วยผ้าขาวบาง ๆ แล้ววางไม้หรือของหนัก ๆ ทับไว้จนแป้งแห้ง นำมาปั้นเป็นก้อน ๆ แต่ละก้อนมีขนาดพอประมาณ
         
๓. นำแป้งไปต้มในกะทะใบบัว เพื่อให้แป้งอ่อนตัว แล้วนำแป้งที่ต้มแล้วไปตำด้วยครกไม้
         
๔. เมื่อตำเสร็จแล้ว เอาแป้งมานวดด้วยสันมือ บนแผ่นไม้จนแป้งเข้ากันดี
         
๕.  นำแป้งที่นวดแล้วใส่กระบอก (ซึ่งมีลักษณะเหมือนกระบอกขนมจีน เพียงแต่รูแป้นเล็กกว่าเท่านั้น) อัดให้แน่นจนเต็มกระบอกจึงปิดฝา นำกระบอกไปไว้บนที่สำหรับบิด ซึ่งเป็นแผ่นไม้เจาะรูมีเสา ๒ เสาข้างล่างเป็นเตาไฟ มีกะทะใบบัวใส่น้ำต้มจนเดือด
         
๖.  ใช้ไม้บิดเกลียวกระบอก ให้แป้งออกทางรูข้างล่างเป็นเส้นบี้หุน ใช้ภาชนะรองรับไว้ไม่ปล่อยให้ย้อยลงไปในกะทะเหมือนเส้นขนมจีน ภาชนะชนิดนี้ชาวบ้านเรียกว่า  "เจ้ย" โดยใช้เจ้ยเวียนไปเป็นวงรอบ เมื่อเติมใบหนึ่งแล้วใช้ใบใหม่อีก จนกว่าแป้งในกระบอกจะหมด แป้งที่ติดอยู่ที่ก้นกระบอกชาวบ้านเรียก "ขี้แป้ง"
         
๗.   บี้หุนที่บิดเสร็จแล้วยังเป็นเส้นดิบอยู่ ขั้นตอนต่อไปให้นำไม้ไผ่คาดเป็นรูปสามเหลี่ยมวางไว้ที่ขอบกะทะใบบัว โดยให้อยู่เหนือน้ำเล็กน้อย  แล้วนำเจ้ยที่ใส่บี้หุนวางเป็นชั้น  ๆ  (ถ้ามีเจ้ยหลายใบอาจใช้ไม้คาดซ้อนกันไปเรื่อย ๆ  แล้วใช้ฝากะทะหรือฝาชีขนาดใหญ่ครอบปิด นึ่งเส้นบี้หุนจนสุก จึงยกลงจากกะทะใบบัว ตั้งไว้ให้เย็น แล้วใช้มือยุ่ยเส้นบี้หุนให้เป็นฝอย เพื่อเตรียมผัดต่อไป
         
๘.   การผัดต้องเคี่ยวน้ำตาลก่อน  เรียกขั้นตอนนี้ว่า  "เคี่ยวน้ำปลา" โดยการใช้น้ำตาลเหลว  เคี่ยวจนเหนียวเกือบเป็นตังเม  พยายามให้เป็นสีดำคล้ำมากที่สุด   แต่ระวังอย่าให้น้ำตาลไหม้ เมื่อแห้งแล้วผสมน้ำเล็กน้อยคนให้ทั่ว (บางแห่งอาจทำน้ำปลาไว้ก่อนก็ได้)
         
๙.  เมื่อน้ำปลาในกะทะเดือด จึงใช้น้ำมันมะพร้าวผสมลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันดี จึงใส่เส้นบี้หุนลงไปผัด ใช้ตะหลิวและไม้พายผัดเส้นบี้หุน อาจจะเติมน้ำตาลทรายลงไปบ้างก็ได้ เพื่อให้เส้นเหนียวไม่เปื่อย
         
๑๐.  ผัดคลุกเคล้าไปเรื่อยๆ จนเห็นว่าเข้ากันดีแล้ว จึงยกลงจากเตา ใส่ภาชนะไว้ ก่อนนำไปจำหน่าย แม้ค้านิยมโรยหน้าด้วยขี้มัน ซึ่งได้จากการเคี่ยวน้ำมันมะพร้าว เพื่อให้ดูสวยงามน่ารับประทานยิ่งขึ้นการรับประทาน
         
เมื่อจะรับประทานต้องมีเครื่องปรุงรส  คือมะพร้าวคั่ว กุ้งแห้งตำละเอียด พริกป่น มะนาว คลุกเคล้าเข้าด้วยกัน แล้วจึงรับประทาน
         
สิ่งที่เราจะได้รับจากการทานบี้หุน คือ
         
๑. คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate) จากเส้นบี้หุนและน้ำตาล         
๒.  ไขมัน (Lipid) จากการผัดบี้หุน ด้วยน้ำมันมะพร้าวและขี้มัน ซึ่งทำจากน้ำมันมะพร้าวสิ่งพิเศษของบี้หุนตำนาน
         
เนื่องจากปัจจุบัน คนทำบี้หุนมักจะใช้วิธีการคลุกเคล้าเส้นบี้หุนด้วยการใส่ซีอิ๊วดำ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน แต่สำหรับบี้หุนตำนาน ใช้วิธีการผัดด้วยน้ำตาลเหลวและน้ำมันมะพร้าว ดังที่ได้กล่าวในวิธีทำข้างต้น จึงทำให้อร่อยกว่า กลิ่นหอมน่ารับประทานกว่า

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: