Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
27 มิถุนายน, 2562, 01:52:03

   

ผู้เขียน หัวข้อ: หนังสือเรื่องไตรภูมิฉบับวัดควนมะพร้าว  (อ่าน 2797 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,915
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 02 ตุลาคม, 2554, 15:04:49 »

หนังสือเรื่องไตรภูมิฉบับวัดควนมะพร้าว



ประเภท
           
วรรณกรรมท้องถิ่น

วัสดุที่ทำ
         
สมุดข่อย (บุดขาว)

ลักษณะ
       
เป็นภาพจิตรกรรม  เขียนด้วยสีฝุ่น ๕ สี คือ เหลือง แดง (รวมทั้งชมพู ) ดำ น้ำเงิน และฟ้ามีอักษรขอมบอกชื่อภพตั้งแต่สวรรค์ขึ้นไป นอกนั้นเขียนด้วยอักษรไทย

สาระ
         
ไตรภูมิฉบับวัดควนมะพร้าวเป็นวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้  ที่แสดงสาระสำคัญของเรื่องไตรภูมิด้วยภาพ ภาพจิตรกรรมเช่นดียวกับจิตรกรรมฝาผนัง  เป็นหลัก  โดยมีภาษาเป็นส่วนประกอบ  แบ่งสาระของเรื่องออกเป็น ๓๗ ตอน แต่ละตอนเขียนเป็นภาพ ๑ ภาพ ขนาด ๑ คู่ขนบ ลำดับภาพต่อเนื่องกันไปตั้งแต่ภพสูงสุดถึงภพต่ำสุด คือเริ่มตั้งแต่อรูปภูมิ  ๔  ชั้น  ๔ ภาพ คือกัณฑ์นิพพาน เขียนเป็นรูปเจดีย์ทิพย์ ๓ องค์ ซึ่งหมายถึง  เนวสัญญาณาสัญญาตยพรหมภูมิ 

ภาพที่  ๒  เขียนเป็นเจดีย์น้อย  ๓  องค์  ประดิษฐานอยู่เหนือเรือนแก้ว อันหมายถึง  อันหมายถึง อากิจจัญญายตยพรหมภูมิ

ภาพที่ ๓ เขียนให้เห็นเป็นอย่างปราสาทมุขมีใบเสมา ๓ ใบ ประดิษฐานอยู่อันหมายถึงวิญญาณัญจายตนพรหมภูมิ และขั้นต่ำสุดของอรูปภูมิชื่อว่าอพรหมโลกาเขียนเป็น ปราสาท  ๕  ยอด ยอดกลางสูงสุด ใต้ยอดกลางมีดวงแก้ววางอยู่เหนือพานทอง ซึ่งหมายถึงอากาสานัญจายตนพรหมภูมิ ในรูปภูมิเริ่มจาก อกนิษฐสุทธาวาสภูมิ เป็นชั้นสูงสุดในพรหมโสฬส ถัดมาเป็นอัปมาณสุภาภูมิ ปริตตสุภาภูมิ  อาภัสราภูมิ อัปปมาณาภูมิ  มหาพรหมภูมิ  พรหมปุโรหิตาภาภูมิ มหาพรหมภูมิ พรหมปุโรหิตาภูมิ และพรหมปาริสัชชา  รวมภาพที่เขียนเพียง  ๘ ชั้น ขาดหายไป ๘ชั้น ในทุกภาพเขียนรูปพระพรหมสถิตอยู่เหนือบัลลังก์ในปราสาททิพรูปต่างกัน บอกด้วยว่าชั้นใดอยู่ไกลกันเพียงใด  มีอายุขัยเท่าไร



เช่น  ชั้นอัปมาณสุภาพรหมห่างจากอกนิษฐา  ๑๐,๔๖๖,๔๐๐  โยชน์ และพรหมนี้มีอายุขัยได้ ๓,๖๔๕ ปีกินทิพ  เป็นต้น  ถัดมาเป็นสวรรค์ชั้นฉกามาพจรในกามภูมิ มีชั้นปรนิมมิตวสวัตดีเทวภูมิเป็นชั้นสูงสุด อธิบายว่าสูง ๒๑,๘๖๔,๐๐๐ โยชน์ อายุ ๒๖,๐๐๐ ปีทิพ ปีทิพหนึ่งนับได้ ๗๐ โกฏิ ๘ ล้านปีโลกมนุษญ์

ต่อจากนั้นเป็นชั้นนิมมานรดี ดุสิต ยามา ดาวดึงส์ และจาตุมหาราชิกตามลำดับ จากนั้นกล่าวถึงทวีปทั้งสี่ คือ บูวิทิ(บุพวิเทหะ) ว่ากินต้นกำพรึก(กัลปพฤกษ์) อมรโคยานี กินต้นกำมพรึก ชมพู (ชมพูทวีป) กินด้วยไฟ และอุตตระกุรุกินด้วยแก้ว ในทวีปทั้งสี่นี้ใครทอดเบี้ยได้ต้องไถ่  ๒  บาท  ถัดมาเป็นภพของท้าววิรุฬหก เขียนภาท้าววิรุฬหกเป็นพญานาคเศียรเดียว   แล้วเป็นภาพท้าววิรุฬปักเขียนเป็นพญานาค ๓ เศียร   

ถัดมาเป็น อรัตติภูมิ เขียนภาพปลาอานนท์  ๒ ตัว อธิบายว่า ปลาอานนท์กัดกัน และเขียนเป็นภาพเสาโลกวางอยู่เหนือเต่ามีปลากัดกันพันล้อมเสาไว้ ถัดมาเป็นภพท้าวไพจิตราสูรวิมานห้อยอันเป็นพิภพบาดาล
         
ภาพต่อไปอธิบายว่า แม่เจ้าสุบินนอนใต้ร่มไม้แล ต่อไปเป็นยมโลก  แล้วแสดงถึงผลกรรมของมนุษย์ต่าง ๆ กัน เช่น "ผุ้ฆ่าสัตว์ไปตกสนชีพนรกยืนได้ ๕๐๐ ปี ถ้านับในมนุษย์ได้ ๑๖๒,๐๐๐ ปี จึงจะได้วันหนึ่งในสนชีพนรกแล  แม่เจ้าสุบินแล" แล้วเขียนเป็นภาพแม่ของเจ้าสุบินนอนเหนือดอกบัวมียมบาลใช้ค้อนและคีมคีบทรมาน บางภาพเขียนว่า  "อนึ่งคนกินเหล้าไปตกนรก  ๑๐,๐๐๐  ปีหนึ่งแล" แล้วเขียนภาพยมบาลจับลงกระทะทองแดง หรือ  คนนวดลูกตกนรกได้ ๗๐,๐๐๐ ชาติ " เขียนเป็นภาพหญิงรีดลูกเลือดไหลจากโยนีลงสู่ปากยมบาล เหล่านี้เป็นต้น ภาพสุดท้ายเป็นภาพสัตว์นรกถูกเสียบด้วยหอกจากปลายมือซ้ายไปยังปลายเท้าขวา  จากปลายเท้าขวาไปยังปลายเท้าซ้ายจาก  หัว  ทะลุก้น  มีกงจักรหมุนอยู่ที่หัว และอธิบายว่าเถนท้าวเทวทัตทำโลหิตบาท ตีพ่อตีแม่สังฆเพดแล อวิจี ๓๖๔๕ กัป อายุเท่าพรหมแล
         
หน้าสุดท้ายมีคำอธิบายล้วนๆ  ข้อความว่า "ถ้าผู้ใดจะปรารถนาจะทอดเบี้ยให้เห็นแก่ตาคนทั้งหลายให้แน่แก่ใจ  ถ้าว่าบุญมากจะได้ไปสวรรค์  ถ้ากรรมมากไปนรก  ๗  หมื่นปี ถ้าใครรู้แล้วห้ามว่าอย่าทำ เร่งให้ทำบุญให้ทานจึงจะพ้นทุกข์แล ถ้าทอดเบี้ยแล้วไถ่เอาเถิดถ้าไม่ไถ่เอาไปตกนรกแปดหมื่นปี ถ้าไปสวรรค์ไถ่ห้าบาท จึงจะได้เกิดสวรรค์ทุกชาติแล ถ้าว่าใครทำสิ่งใด ๆจะได้สิ่งนั้นแล้ว ถ้าว่าทำสิ่งใดให้ไถ่สิเอาสิ่งนั้นแลจึงจะคลายแล  ถ้าใครไม่เชื่อให้ไปตกนรกแปดปี  บาปกรรมก็เห็นอยู่แล้วในหนังสือนี้  อย่าพักบอกเลย  ถ้าว่าสิ่งใดก็เห็นอยู่แล้ว"
         
ลักษณะพิเศษของวรรณกรรมชิ้นนี้ จึงเป็นการบอกอัตราค่าไถ่กำกับไว้ เช่นชั้นวิมานของท้าวไพจิตร ต้องไถ่ ๑ เฟื้อง สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกไถ่ ๓ บาท ชั้นมหาพรหมไถ่ ๘ ตำลึง เป็นต้น
         
ลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ  รอบบริเวณภาพทุกภาพจะตีกรอบเป็น ๒ เส้นขนานกันแล้วแบ่งเป็น ๒ ช่อง คล้ายบอกตำแหน่งเส้นรุ้งเส้นแวงในแผนที่ และช่องล่างสุดจะบอกว่าขึ้น ส่วนช่องบนสุดจะบอกว่า"ลง" ช่วยให้เข้าใจชัดขึ้นว่าภพนั้นๆ อยู่สูงต่ำลดหลั่นกันไป

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: