Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
22 กันยายน, 2562, 12:49:24

   

ผู้เขียน หัวข้อ: เมืองพระรถ  (อ่าน 3037 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,915
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 02 ตุลาคม, 2554, 08:30:57 »

เมืองพระรถ



สถานที่ตั้ง          หมู่ที่ ๑ และ หมู่ที่ ๗ ตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง
         
อาณาเขตปัจจุบัน

ทิศเหนือ                    จดโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์
ทิศใต้                        จดสวนยางเอกชน
ทิศตะวันออก             จดทุ่งนา
ทิศตะวันตก               จดถนนสายบ้านแร่ - บ้านควนกุฏ



ประวัติความเป็นมา
         
สันนิษฐานว่าบริเวณที่ตั้งเมืองพระรถคงเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๗ เนื่องจากยังไม่ได้ดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดี   จึงไม่สามารถบอกได้ว่ามีชุมชนอาศัยอย่างต่อเนื่องมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ ๒๒  - ๒๔ หรือไม่ หรือว่าอาจมีการทิ้งร้างไประยะหนึ่ง จึงมีชุมชนในสมัยอยุธยาเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยซ้อนทับชุมชนโบราณเดิม อย่างไรก็ดีในชั้นต้นน่าจะสันนิษฐานว่าคูเมือง และกำแพงเมืองพระรถน่าจะเป็นสิ่งก่อสร้างสมัยอยุธยา อาจเป็นตัวเมืองเก่าสมัยอยุธยา หรือมีบางท่านให้แนวคิดว่า ชุมชนบ้านคูเมืองหรือเมืองพระรถนี้น่าจะเป็นลักษณะของชุมชนชั่วคราวแบบค่ายรบ (FORT) ในสมัยอยุธยา เนื่องจากพบกระสุนปืนใหญ่และอาวุธโบราณในบริเวณเมือง
         
จากซากอิฐที่พบกระจายอยู่ทั่วไป  เป็นเนินอิฐขนาดใหญ่  ไม่ทราบลักษณะที่แน่นอน เนื่องจากฐานอิฐจมอยู่ใต้พื้นดิน อิฐมีขนาดใหญ่มาก  เข้าใจว่าอาจเป็นฐานเจดีย์ หรือสถาปัตยกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้าหากกรมศิลปากรจะขุดค้นทางวิชาการแล้ว  คาดว่าอาจพบหลักฐานที่จะสามารถนำมากำหนดอายุของเมืองได้อย่างแน่นอน (ปัจจุบันโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์พัทลุงได้สร้างศาลพระภูมิเจ้าพ่อคูเมืองทับเสียแล้ว)

ลักษณะทั่วไป
         
เมืองพระรถ  ชาวบ้านเรียกว่า  "บ้านคูเมือง"  เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง  ควนบ้านแร่  กับควนบ้านสวน โดยอยู่ค่อนไปทางทิศตะวันออกของควนทั้งสอง  มีลักษณะเป็นเมืองรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส  มีกำแพงและคูเมืองล้อมรอบทั้งสี่ด้าน ปัจจุบันบางส่วนเป็นที่ตั้งของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จังหวัดพัทลุง
         
ภายในเมืองมีเนื้อที่ทั้งหมด  ๖๕  ไร่  ๓  งาน  กำแพงเมืองก่อด้วยดิน  ซึ่งน่าจะเป็นดินที่ได้จากการขุดคูเมือง มีขนาดกว้างยาว  ๒๐๐  เมตร  สูง  ๒.๒๐  เมตร  ช่วงกำแพงกว้าง ๑๓ เมตร คูเมืองกว้าง ๑๒ เมตร ยาวเป็นแนวตลอดรอบเมือง  ตามแนวกำแพงเมืองปัจจุบันตื้นเขินในบางส่วน   มีประตูเมือง  ๒  ประตู  คือ ด้านทิศตะวันตก ๑  ประตู  ขนาดกว้างประมาณ  ๑๒  เมตร  และประตูด้านทิศตะวันออก  ๑  ประตู  กว้างประมาณ ๘ เมตร




หลักฐานที่พบ
         
๑. ซากอิฐ พบกระจายอยู่ทั่วไป แต่ที่พบมากมี ๒ จุด ทางด้านทิศเหนือของเมือง ห่างจากกำแพงเมืองประมาณ ๑๐๐ เมตร เป็นเนินอิฐขนาดใหญ่ ไม่ทราบลักษณะที่แน่นอน เนื่องจากฐานอิฐจมอยู่ใต้พื้นดิน อิฐมีขนาดใหญ่มาก เข้าใจว่าอาจเป็นฐานเจดีย์ หรือสถาปัตยกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง อีกจุดหนึ่ง คือบริเวณกลางเมืองค่อนไปทางทิศตะวันตก  จากคำบอกเล่าของชาวบ้านที่เข้าไปทำไร่แตงโมเล่าให้ฟังว่า เดิมมีฐานก่ออิฐขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ต่อมาชาวบ้านได้ขุดรื้ออิฐออกมาจนหมดเพื่อใช้พื้นที่ปลูกแตง ปัจจุบันมีซากอิฐกระจายอยู่ทั่วไปไม่เป็นระเบียบ หาแผ่นที่สมบูรณ์ได้ยาก
         
๒. เครื่องปั้นดินเผา  เมื่อประมาณกว่า  ๒๐  ปีมาแล้ว ชาวบ้านขุดพบหม้อดินเผา ๑ ใบ ทางทิศเหนือของเมืองพระรถแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่ปรากฏว่ามีอยู่ชิ้นหนึ่งที่มีลวดลายนูนต่ำ เป็นรูปพระโพธิสัตว์ประทับยืนภายในซุ้มรูปโค้ง แต่เนื่องจากไม่ชัดเจนพอจึงไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นพระโพธิสัตว์องค์ใด ลักษณะได้รัอิทธิพลศิลปะปาละของอินเดีย จึงจัดเป็นศิลปะสมัยศรีวิชัย   

นอกจากนี้ยังขุดพบชิ้นส่วนเครื่องปั้นดินเผาไม่เคลือบอีกจำนวนมากทางทิศใต้ของเมืองพระรถ และภายในเมืองก็พบมากเช่นกันมีลักษณะเป็นหม้อและกุณโฑมีพวย และชิ้นส่วนเจดีย์ดินเผาบางชิ้นมีสีแดงทาด้วย จึงเข้าใจว่าเป็นเครื่องปั้นดินเผาสมัยศรีวิชัยแบบเดียวกับทัพพีเมืองสทิงพระ  สทิงหม้อ  จังหวัดสงขลา  เพียงแต่ที่นี่เนื้อดินหยาบกว่าเท่านั้น นอกจานี้มีเศษเครื่องถ้วยลายครามจีน สมัยราชวงศ์ชิงด้วย

เส้นทางเข้าสู่สถานที่สำคัญ
         
"เมืองพระรถ" อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดพัทลุงไปทางทิศตะวันออก ตามถนนอภัยบริรักษ์ ประมาณ ๕  กิโลเมตร จะมีทางแยกไปทางทิศใต้  ตามถนนสายบ้านแร่  -  ควนกุฎ  ประมาณ  ๑  กิโลเมตร

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: