Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
19 กรกฎาคม, 2561, 01:27:26

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ผ้าปาเต๊ะ / ผ้าบาติก  (อ่าน 18178 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 01 ตุลาคม, 2554, 09:37:43 »

ผ้าปาเต๊ะ



วัสดุ
         
ผ้าฝ้ายพื้น  ผ้าใยสังเคราะห์พื้น  สีเทียน  ขี้ผึ้ง  สี  พู่กัน  เฟรม  ถ้าเป็นผ้าปาเต๊ะใยสังเคราะห์จะใช้สี



วิธีการทำ
         
โดยทั่วไปจะนำผ้ามาซักให้สะอาด  และขึงให้ตึงเขียนกรอบลายที่ออกแบบไว้แล้วในกระดาษลงบนผ้าโดยร่างด้วยสีเทียนลวดลายที่ออกแบบนั้นจะมีทั้งลวดลายธรรมชาติ เช่น รูปสัตว์ พรรณพฤกษา และลวดลายเรขาคณิต   พอได้ภาพร่างแล้วเขียนจริงด้วยขี้ผึ้งลงบนส่วนของผ้าที่ไม่ต้องการย้อม    ต่อมาจึงย้อมสี   ทั้งนี้สามารถย้อมทับกันหลายสีได้ ถ้าเป็นสีโปรชั่น ถ้าเป็นสีเวย้อมทับเลยได้ เพราะสีจะไม่ผสมกับสีที่ย้อมไว้ก่อน แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งหรือนำไปผึ่งไว้ในที่ร่มที่มีแดดรำไร


         
สำหรับผ้าใยสังเคราะห์  การระบายสีลวดลายและสีพื้นบนเนื้อที่กว้าง ๆ ให้ใช้พู่กันอันใหญ่ ๆ และขนนุ่มเพื่อจะได้ระบายได้เร็ว เนื่องจากสีจะแห้งเร็วกว่าสีที่ผสมน้ำธรรมดา สามารถระบายให้ภาพมีความตื้นลึกและมีแสงเงาได้
         
ผ้าที่ยอมสีเรียบร้อยแล้ว  ให้เอาไปต้มเพื่อเอาขี้ผึ้งออก ถ้าต้องการหลายสีก็ต้องเขียนลายและต้มหลายครั้ง โดยต้มในน้ำที่ร้อนจัดและผสมโซเดียมไอ.ซี.ไอ.  ลงไปด้วยเพื่อให้ผ้าออกสีเหลือง จากนั้นนำไปซักในน้ำเย็น แล้วนำกลับมาต้มในน้ำผสมสบู่อีกครั้งเพื่อให้ขี้ผึ้งออกให้หมด ล้างผ้าให้สะอาด ผึ่งให้แล้งและรีดให้เรียบ
         
ปัจจุบันนี้ การทำผ้าปาเต๊ะใยสังเคราะห์จะทำได้รวดเร็ว มีผลผลิตออกสู่ตลาดได้มากกว่าผ้าปาเต๊ะแบบดั้งเดิม ซึ่งมีลวดลายที่ละเอียดสวยงามกว่า





การประยุกต์ใช้
         
ใช้ทำผ้านุ่ง  หรือตัดเป็นเครื่องแต่งกาย  เช่น ชุดทำงาน ชุดนอน เสื้อคลุมอาบน้ำ กางเกงหรือกระโปรงแบบลำลอง  เสื้อแบบต่างๆ  นอกจากนี้ยังทำผ้าปูโต๊ะ ผ้าเช็ดปาก ผ้ารองจาน  ผ้าพันคอ  ผ้าโพกศีรษะ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 30 ตุลาคม, 2554, 13:14:19 »

ผ้าบาติก


         
คำว่าปาเต๊ะ  เป็นภาษามลายู  ส่วนคำว่าบาติก  เป็นภาษาอินโดนีเซีย ปาเต๊ะมาจากคำว่า บาติค เป็นภาษาอินโดนีเซีย ใช้เรียกผ้าที่เขียนลวดลายด้วยเทียน (Wax Writting) หมายถึง ผ้าที่เขียนด้วยขี้ผึ้งและย้อมสี สีจะไม่ซึมเข้าไปในบริเวณที่เขียนหรือกันด้วยขี้ผึ้ง ถ้าต้องการหลายสีต้องอาศัยวิธีการย้อมหลายครั้งตลอดจนระบายสีในบางส่วน จึงจะได้ผ้าที่มีลวดลายสวยงาม
         
แหล่งกำเนิดของผ้าปาเต๊ะ    มีการทำปาเต๊ะในชวา   อินเดีย   จีน   แต่ละแห่งจะมีวิธีการแตกต่างกันเล็กน้อย   โดยเฉพาะที่เกาะชวาการทำผ้าปาเต๊ะมีเทคนิคสูงมาก   โดยเฉพาะลวดลายการย้อมสี   ตลอดจนเนื้อผ้า อินโดนีเซียจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นปาเต๊ะชั้นสูง (Classical Batik)



แหล่งผลิต
         
บ้านท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา,  บ้านตลาดเก่า อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

วัสดุ
         
ผ้า สี เทียน ซิลิเกา

วิธีทำ
         
จังหวัดยะลา รู้จักการทำผ้าบาติคลายเขียน (Hand   Draw   Batik) ซึ่งได้รับเทคนิค  วิธีทำมาจากอินโดนีเซีย ผ่านทางมาเลเซียมาอีกทอดหนึ่ง

มีขั้นตอนการทำ ๔ ขั้น คือ
       
ขั้นที่  ๑ การเตรียมผ้า ตัดขนาดของผ้าให้ตรงกับวัตถุประสงค์และซักล้างผ้าให้ปราศจากสารตกแต่ง รีดผ้าให้เรียบ นำมาปูลงบนกรอบไม้สี่เหลี่ยม
       
ขั้นที่  ๒ เตรียมเทียน ต้มเทียนให้ร้อนพอสมควร เพื่อจะพิมพ์ลายหรือเขียน ความร้อนของเทียนควรจะร้อนสม่ำเสมอ ถ้าเย็นเกินไปเทียนจะไม่ทะลุผ้าด้านหลัง
       
ขั้นที่  ๓ เขียนลายลงบนผ้า และระบายสีลงบนผ้า ในกรณีที่ต้องการ ให้ผ้านั้นมีหลายสี เมื่อสีแห้งแล้วจึงปิดเทียนทับพร้อมที่จะย้อมต่อ การปิดเทียนทับบริเวณที่แต้มสีนี้ เมื่อนำผ้าลงย้อมสีจะไม่ติดในบริเวณนี้
       
ขั้นที่  ๔  การย้อมสี  สีที่นำมาย้อมใช้สี Naphtol การผสมสีแยกเป็น ๒ ขั้นตอน คือ ผสมตัวสีกับผสมเกลือ
         
กรรมวิธีในการย้อมนำผ้าที่ต้องการนั้นลงย้อมในอ่างตัวสี  รอให้น้ำสีหยดลงในอ่างย้อมให้หมด แล้วจึงนำไปย้อมในอ่างเกลือ ผ้าก็จะปรากฎสีตามต้องการ หลังจากนั้นก็นำผ้าไปต้ม เพื่อให้ขี้ผึ้งละลายออกให้หมแล้วล้างน้ำสะอาด หลังจากนั้นนำผ้าไปแช่น้ำยา กันสีตกประมาณ ๑ ชั่วโมง จึงยกขึ้นล้างน้ำให้สะอาดผึ่งลม
ให้แห้ง หลังจากนั้นจึงรีดและทับให้เรียบ เพื่อจำหน่ายต่อไป

การประยุกต์ใช้
         
ผ้าบาติค  สามารถนำมาทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ  ได้หลายชนิด  เช่น  เครื่องนุ่งห่ม ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดมือ ผ้าปูโต๊ะ  หมวก   กระเป๋าถือ  ผ้าคลุมเตียง  กล่องใส่กระดาษ  เป็นต้น  ผ้าปาเต๊ะลายเขียนดังกล่าวเป็นงานหัตถกรรมที่ควรส่งเสริมเพราะเป็นงานที่แสดงออกของศิลปะและลวดลายที่ประณีตงดงาม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน, 2554, 01:15:48 »

การทำผ้าบาติก



วัสดุ - อุปกรณ์
         
๑. จันติ้ง
         
มีลักษณะยาวรี  ด้ามทำด้วยไม้ ปลายแหลมทำด้วยเหล็ก เป็นเครื่องมือไว้สำหรับเขียนเทียนลงบนผ้า มีอยู่หลายขนาด ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน
         
๒. ยางสน
         
มีลักษณะเป็นก้อนคล้ายก้อนหิน ผิวขรุขระ มีสีเหลืองใช้เป็นส่วนผสมในการทำยางเทียน
         
๓. เทียน
         
มีลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมผืนผ้า สีขาวนวล ใช้เป็นส่วนผสมในการทำยางเทียน
         
๔. ผ้าปูยี
         
มีลักษณะสีขาว เนื้อบาง ลักษณะเด่น สีสามารถวิ่งบนเนื้อผ้าได้ดี
         
๕. แฟรมสำหรับขึงผ้า
         
มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ขนาดกว้าง ๔๒ นิ้ว ยาว ๔ หลา มีทั้งหมด ๕ แฟรมทำด้วยเหล็ก ๓ เฟรม บริเวณรอบ ๆ จะมีเข็มกลัดติดไว้เพื่อใช้ในการยึดผ้า อีก ๒ แฟรม ทำด้วยไม้ บริเวณรอบ ๆ จะตอกตะปูไว้เพื่อใช้ในการยึด
         
๖. สี
         
สีที่ใช้คือ  สีอินเดีย และใช้เฉพาะแม่สี คือน้ำเงิน เหลือง แดง หากต้องการสีอื่นก็จะใช้แม่สีผสมขึ้น เช่น สีขาวผสมสีแดงเป็นสีชมพู เป็นต้น
       
๗. พู่กัน
         
มีลักษณะเรียวยาว   ด้ามทำด้วยพลาสติก   ปลายทำด้วยขนสัตว์  มีเส้นขนาดเล็กมีสีเทา  มีอยู่หลายขนาด เช่น  เบอร์ ๐.๕ ๑.๐ ๒, ๔ ในการใช้พู่ ๑ อัน ใช้ได้กับสี ๑ สี เท่านั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ใช้สีเปลี่ยนแปลงเป็นสีอื่น เวลา ลงเนื้อผ้า
         
๘. น้ำยาซิลิเกต หรือ โซดาซิลิเกต
         
มีลักษณะเป็นน้ำขุ่น ๆ สีขาว คล้ายกับกาว ไว้สำหรับแช่ผ้าเพื่อป้องกันไม่ให้สีของผ้าตก
         
๙. ราวตากผ้า
         
ไว้สำหรับนำผ้าบาติกที่ผ่านกระบวนการทุกขั้นตอนแล้ว นำมาผึ่งลมให้แห้ง
         
๑๐. กะละมัง
         
มีลักษณะทรงกลม ก้นลึก ทำด้วยอะลูมิเนียมใช้สำหรับแช่ผ้าและล้างผ้า
         
๑๑. หม้อ
         
จะใช้หม้อที่มีขนาดเล็ก ๆ เพื่อใช้สำหรับต้มยางเทียน


         
ในการทำผ้าบาติก มีวิธีการทำเป็นขั้นตอน ดังนี้
         
ขั้นที่  ๑ การเลือกผ้ามาทำผ้าบาติกนั้น ควรเลือกผ้าที่บางมีสีเขียว ไม่มีสารเคมีตกค้าง และสีสามารถวิ่งได้ดีบนเนื้อผ้า เช่น ผ้าสลิม ผ้าปูยี เมื่อเลือกผ้าได้เสร็จ นำผ้าไปทำความสะอาดโดยการซักฟอก เพื่อจะให้สารเคมีที่ติดมาหลุดออกไปและยังจะช่วยให้ผ้าบาติกสีสม่ำเสมอกัน จากนั้นนำผ้าไปตากให้แห้ง
         
ขั้นที่  ๒  การเขียนลายผ้า   นำผ้าที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว มาขึงบนแฟรมให้ตึง จากนั้นจึงวาดแบบลงบนเนื้อผ้าตามต้องการ เช่น ลายเรขาคณิต รูปวิวทะเล วิวธรรมชาติ หรือลายดอกไม้ ฯลฯ
         
ขั้นที่ ๓ การเทียน ขั้นนี้นับเป็นหัวใจสำคัญของการทำผ้าบาติก เพราะรอยเส้นเทียนจะเป็นตัวกั้นไม่ใช้สีซึมเข้าหากันได้เวลาลงสี
         
ขั้นที่ ๔ การลงสี  ในขั้นนี้จะต้องระมัดระวัง และใช้ความประณีตในการลงสีจึงจะออกมาสวยงาม จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ให้สีแห้ง แล้วทาทับด้วยน้ำยา กันสีตกอีกครั้งทิ้งไว้อีกประมาณ ๖-๑๒ ชั่วโมง
         
ขั้นที่ ๕ การลอกเทียนออกจากผ้า  นำผ้ามาต้มในน้ำเดือดประมาณ ๑๐-๑๕ นาที จากนั้นนำไปล้างในน้ำสะอาด แล้วนำไปแช่ในน้ำยาซิลิเกต  ผสมอยู่อีกครั้ง  เพื่อป้องกันสีตก  แล้วจึงนำไปซักในน้ำสะอาด โดยไม่ต้องใช้ผงซักผ้า         
         
ขั้นที่ ๖ การนำผ้าออกตาก  เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำผ้าบาติก เมื่อผ่านมาทุกกระบวนการแล้วก็นำผ้าไปตากในที่ร่ม หรือที่แจ้งก็ได้  ในกรณีที่บ้านมีเครื่องซักผ้า  สามารถซักและอบ  แล้วจึงนำไปตากแดดเพื่อจะได้ผ้าแห้งเร็วยิ่งขึ้น

การประยุกต์ใช้         

ผู้คนทั้งชายและหญิงในจังหวัดนราธิวาสใช้ผ้าบาติก สำหรับผู้หญิงใช้ตัดเย็บเป็นเสื้อ กระโปรง หรือนุ่งเป็นโสร่ง ถ้าไปเที่ยวทะเลกัน ส่วนชายนั้นนิยมตัดเป็นเสื้อแขนหรือยาว  ในการจัดจำหน่ายผ้าบาติกของจังหวัดนราธิวาส มีการจัดจำหน่ายอยู่  ๒  ประเภท  คือ การขายส่ง และการขายปลีก ซึ่งสามารถส่งผลผลิตออกจำหน่ายทั้งในและนอกประเทศ    ทำรายได้ให้กับประเทศเป็นจำนวนมาก

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน, 2554, 01:19:33 »

ผ้าปาเต๊ะ



เครื่องมือ - วัสดุ
         
เครื่องมือเครื่องใช้ที่สำคัญในการทำผ้าปาเต๊ะ  ได้แก่ เตาสำหรับต้มขี้ผึ้ง (เดิมใช้เตาถ่าน แต่ปัจจุบันใช้เตาไฟฟ้า  เพราะป้องกันขี้ผึ้งลุกไหม้ได้ดีกว่า)   หม้อสำหรับต้มขี้ผึ้ง   อ่างเคลือบหรืออ่างพลาสติกสำหรับใส่สีย้อมผ้า อย่างน้อย  ๒  ใบ  ถุงมือยางสำหรับสวมเวลาย้อมสี เฟรมหรือไม้กรอบสำหรับขึงผ้าเวลาเขียนขี้ผึ้ง แปรงและผู้กันจันติง (Tjanting)  ที่เขียนขี้ผึ้ง  (ลักษณะเป็นกระบอกมีกรวยสำหรับให้ขี้ผึ้งไหลออกมา) พู่กันปลายทองเหลือง สำหรับเขียนผ้าปาเต๊ะโดยเฉพาะ และเทอร์โมมิเตอร์สำหรับวัดอุณหภูมิของขี้ผึ้งเวลาต้ม
         
วัสดุที่ใช้ประกอบด้วย  ผ้า เทียน เฟรม และสี ผ้านั้นควรเป็นผ้าฝ้าย ผ้าลินินหรือผ่าป่าน หรือผ้าไหมก็ได้  แต่ต้องมีเนื้อเหนียวแน่นเนียน   มีคุณสมบัติในการดูดซึมได้ดีที่สุด   ผ้าที่มีใยสังเคราะห์ไม่เหมาะจะทำผ้าปาเต๊ะ ผ้าที่นำมาย้อมควรเป็นผ้าสีขาว  เพราะดูดสีได้ดีกว่าผ้าสี  เทียนหรือขี้ผึ้งต้องเป็นพวก  Bcc Wax ผสมพาราฟินในอัตราส่วน ๑ ต่อ ๘ หรือ ๑ ต่อ ๗ ส่วนสีที่ใช้ควรเป็นพวกสีเวต  (Vat) หรือโปรชั่น



วิธีการทำ
         
กระบวนการในการทำผ้าปาเต๊ะมี  ๔ ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นการออกแบบลาย ขั้นการเขียนขี้ผึ้ง ขั้นการย้อมสี และขั้นการเอาขี้ผึ้งออก
         
๑. ขั้นการออกแบบลาย เป็นขั้นตอนแรกที่จะต้องใช้ความสามารถในการขีดเขียน การออกแบบอาจจะร่างแบบลายลงบนกระดาษ (ถ้าชำนาญแล้วจะเขียนลงบนผ้าเลยก็ได้) ในการออกแบบลายจะต้องกำหนดสีที่ใช้ด้วย
         
๒. ขั้นการเขียนขี้ผึ้ง จะเอาผ้าขาวที่เรียกว่า ผ้า Poblcm ขึงบนเฟรมให้ตึง แล้วร่างลวดลายด้วยสีเทียนลงบนผ้า  (ใช้สีเทียนเพราะจะละลายเมื่อถูกความร้อนไม่ทำให้ผ้าเป็นรอยดินสอ)พอได้ภาพร่างแล้วก็ถึงขั้นการเขียนจริงด้วยขี้ผึ้ง การเขียนขี้ผึ้งจะต้องใช้ขี้ผึ้งที่ต้มจนเหลวในอุณหภูมิประมาณ ๑๐๐ องศาเซลเซียส จะใช้พู่กันหรือ Tigmting เขียน ในการเขียนขี้ผึ้งนี้จะต้องสังเกตุดูว่าขี้ผึ้งซึมลงไปในเนื้อผ้าดีหรือไม้ ถ้าซึมลงไปในเนื้อผ้าดี จะช่วยให้ได้ลายที่คมและชัด การเขียนขี้ผึ้งจะต้องคำนึงถึงสีที่จะย้อมด้วยว่าลวดลายแต่ละส่วนนั้นส่วนใดจะให้เป็นสีอะไร้บ้าง ทั้งนี้ เพราะส่วนทีเขียนขี้ผึ้งไว้สีจะไม่ตก และสีที่ย้อมไว้จะคงสภาพเดิมอยู่ ซึ่งจะต้องเขียนด้วยขี้ผึ้งทับอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะย้อมครั้งต่อไป
         
๓. ขั้นการย้อมสี ลำดับขั้นของการย้อมสีมีดังนี้

                    ๑) เขียนขี้ผึ้งลงบนบริเวณที่ต้องการให้เป็นสีขาว
                    ๒) ย้อมสีที่ ๑ ซึ่งควรเป็นสีอ่อนที่สุด
                    ๓) ทิ้งผ้าไว้ให้แห้งสนิท
                    ๔) เขียนขี้ผึ้งถมลายที่ต้องการให้เป็นสีเดิม
                    ๕) ย้อมสีที่ ๒
                    ๖) ทิ้งผ้าไว้ให้แห้งสนิท
                    ๗) หากต้องการให้เทียนแตกร้าว ก็นำผ้าไปจุ่มลงในน้ำเย็นเพื่อสีจะได้ซึมลงไปในลาย
         
๔. ขั้นการเอาขี้ผึ้งออก  ภายหลังจากการย้อมสีเป็นไปตามที่ต้องการแล้วก็นำผ้าที่ย้อมแล้วไปต้ม  เอาขี้ผึ้งหรือไขออก โดยต้มในน้ำที่ร้อนจัดและผสม Sodium I.C.I ลงไปด้วย เพื่อให้สีผ้าออกเหลืองสวยงาม จากนั้นจึงนำไปซักในน้ำเย็น แล้วนำกลับมาต้มในน้ำผสมสบู่อีกครั้งหนึ่ง  เพื่อให้ขี้ผึ้งหลุดออกให้หมด นำไปตากในที่ร่มแล้วนำมารีด  การทำด้วยวิธีดังกล่าว  ทำให้ประหยัดขี้ผึ้งได้อีกด้วย  เพราะน้ำที่ต้มเอาเทียนออกแล้ว เมื่อเย็นตัวลงขี้ผึ้งก็จะจับตัวเป็นก้อน สามารถนำมาใช้ได้ใหม่อีก หรืออาจใช้วิธีนำผ้าปาเต๊ะไปวางบนกระดาษซับ  (แต่อย่าใช้กระดาษที่มีสีหมึกจะทำให้สีเลอะผ้าแล้วใช้เตารีด หากกระดาษซับขี้ผึ้งมากไปก็เปลี่ยนกระดาษเสียใหม่จนกว่าจะรีดขี้ผึ้งออกหมด แต่วิธีนี้จะทำให้สูญเสียขี้ผึ้ง

การประยุกต์ใช้
         
แหล่งผลิตผ้าปาเต๊ะที่สำคัญที่สุดในภาคใต้คือ  อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส มีการทำผ้าโสร่งปาเต๊ะโดยวิธีการพิมพ์ลวดลายด้วยเทียนลงบนผ้า เป็นอุตสากรรมกันมานานแล้ว ผู้คนทั้งชายและหญิงใช้ผ้าปาเต๊ะกันโดยทั่วไป สำหรับผู้หญิงใช้ตัดเย็บเป็นเสื้อกระโปรง หรือนุ่งเป็นโสร่งออกงานสังคม และอยู่กับบ้าน ส่วนชายนั้นนิยมตัดเป็นเสื้อแขนสั้นหรือยาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: