Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
19 พฤศจิกายน, 2560, 20:58:55

   

ผู้เขียน หัวข้อ: พระอร่ามสาครเขตร (ตันเพ็กฮวด ตัณฑัยย์)  (อ่าน 3728 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,600
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 01 ตุลาคม, 2554, 09:30:18 »

พระอร่ามสาครเขตร (ตันเพ็กฮวด ตัณฑัยย์)



ประวัติ
         
พระอร่ามสาครเขตรเดิมชื่อว่า   ตันเพ็กฮวด   ตัณฑัยย์   เป็นบุตรคนที่  ๔  ของหลวงอร่ามสาครเขตร (ตันหงิมจ้าว)  เกิดเมื่อวันที่   ๑๑   พฤศจิกายน   พ.ศ.๒๔๒๒   เวลา   ๐๓.๐๐  นาฬิกาที่ตำบลตลาดเหนือ อำเภอทุ่งคา (อำเภอเมืองภูเก็ตปัจจุบัน)
         
พระอร่ามสาครเขตรได้ไปศึกษาภาษาอังกฤษ  ณ เกาะปินัง ประเทศสหพันธรัฐมาเลเซียเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วก็เดินทางกลับมาภูเก็ตประกอบอาชีพเหมืองแร่ดีบุกสืบต่อจากบิดาโดยเริ่มจากเหมืองหาบซึ่งต้องใช้กำลังคนงานเป็นร้อยๆ คน


         
พระอร่ามสาครเขตรมีภรรยา ๓ คน คือนางสำลี  ตัณฑัยย์  นางยกโถ้ย  ตัณฑัยย์และนางเคลือบ ตัณฑัยย์ มีบุตรธิดาทั้งหมด ๑๖ คน เป็นชาย ๑๐ คน และหญิง ๖ คน เป็นบุตรนางสำลี ๑ คน เป็นบุตรของนางยกโถ้ย ๒ คน และเป็นบุตรนางเคลือบ ๑๓ คน
         
ในบั้นปลายชีวิต    อำมาตย์ตรีพระอร่ามสาครเขตรได้เดินทางไปดูกิจการเหมืองแร่ในต่างประเทศและการท่องเที่ยวรอบโลกกับบุตรชายคนโต คือขุนประเทศจีนนิกร  (กวนฮก) ในพ.ศ.๒๔๗๗ เมื่อเดินทางกลับถึงประเทศไทยก็ล้มป่วยเป็นโรคหัวใจและถึงแก่กรรม ณ  โรงพยาบาลศิริราช  กรุงเทพฯ  เมื่อวันที่  ๒  มกราคม พ.ศ.๒๔๗๘ เวลา ๒๓.๐๐ นาฬิกา รวมอายุได้ ๕๗ ปีกับ ๒ เดือน


         
หลุมฝังศพของอำมาตย์ตรีพระอร่ามสาครเขตร ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลรัษฏา ริมถนนเทพกระษัตรี อำเภอเมืองภูเก็ต เป็นหลุมฝังศพที่ทำอย่างวิจิตรงดงาม ฝังของมีค่า เช่น เครื่องเพชร เครื่องทองคำและรัตนชาติอื่นๆไว้จำนวนมากซุ้มประตูทางเข้าหลุมฝังศพและซุ้มประตูเป็นอนุสรณ์ศิลปะที่หาดูได้ยาก นับเป็นมรดกชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต



ผลงาน
         
๑. ได้พัฒนาเป็นเหมืองสูบซึ่งปัจจุบันเหมืองแร่ในภูเก็ต  พังงา ยังใช้วิธีนี้อยู่ต่อมาได้เริ่มกิจการเหมืองแร่มีหุ้นส่วนกึ่งหนึ่งในกิจการร่วมกับหลวงอนุภาษีภูเก็ตการ  ที่เหมืองนาลึก   ตำบลบางเทา  (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต) ที่เหมืองนาลึกนี้มีความอุดมของแร่มาก ทำให้มีกำไรมากมายจนพระอร่ามสาครเขตรได้นำกำไรมาขยายกิจการเพิ่มขึ้นอีกหลายแห่งที่สำคัญคือ ได้สั่งต่อเรือขุดแร่ดีบุก โดยว่าจ้างบริษัท "Werf  Conrad" ประเทศฮอลแลนด์ เป็นเงินในขณะนั้นหลายแสนบาทแล้วนำมาประกอบบางส่วนที่ภูเก็ต เรือที่ต่อนี้เริ่มทำการขุดแร่ที่ตำบลปากถัก  อำเภอกะปง  จังหวัดพังงา  ในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๒ นับเป็นเรือขุดลำแรกที่เจ้าของเป็นคนไทยแต่ผู้เดียว
         
๒. พระอร่ามสาครเขตรได้ทำการค้นหาแหล่งแร่ตั้งแต่ภูเก็ต พังงาจนกระทั่งถึงราชบุรีและได้รับประทานบัตรแหล่งแร่ดีบุกในอำเภอตะกั่วป่ามากมายเป็นรายใหญ่ในขณะนั้น
         
๓. เป็นเจ้าของสวนยางพาราและสวนเงาะพันธุ์  "บังกะหลี" ซึ่งเป็นเงาะพันธุ์ดีที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยในสมัยนั้น จนหมู่บ้านที่พระอร่ามสาครเขตรสร้างสวนเงาะนั้นได้ชื่อว่า "บ้านสวนเงาะ" ซึ่งยังเป็นชื่อหมู่บ้านที่เรียกขานอยู่จนถึงปัจจุบัน หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ริมถนนเทพกระษัตรี  ตำบลเทพกษัตรี  อำเภอถลาง  จังหวัดภูเก็ต
         
๔.  ได้บริจาคทรัพย์ช่วยเหลือทางราชการอยู่เสมอได้สร้างสาธารณประโยชน์คือ "สะพานอร่ามสาครเขตร" ข้ามคลองบางใหญ่ที่ ถนนภูเก็ต
         
๕. ได้บริจาคทรัพย์ช่วยเหลือคนยากจนอยู่เสมอ



เกียรติคุณที่ได้รับ
         
๑. ได้รับพระราชทานนามสกุลว่า "ตัณฑัยย์"
         
๒. ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงอร่ามสาครเขตร เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๕ และในปีเดียวกันนี้เองก็ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศเป็นรองอำมาตย์เอก
         
๓. วันที่   ๒๓  มีนาคม  พ.ศ.  ๒๔๕๗  ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎสยามชั้นที่  ๕ วิจิตราภรณ์
         
๔. วันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๐ ได้รับพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ชั้นที่ ๕
         
๕. วันที่   ๑๑   มิถุนายบน  พ.ศ.๒๔๖๐  ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือกชั้นที่  ๕ ทิพยาภรณ์
         
๖. วันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๖๑ ได้รับพระราชทานยศนายหมู่ใหญ่ในกรมเสือป่า
         
๗. ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จฯ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๗๑ หลวงอร่ามสาครเขตรได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ขั้นเป็น "พระ" ในนามเดิมคือเป็น "พระอร่ามสาครเขตร" และในวาระใกล้ ๆ กันนี้ได้รับพระราชทานยศเป็นอำมาตย์ตรี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: