Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
19 พฤศจิกายน, 2560, 20:56:09

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ประเพณีกินผัก (กินเจ)  (อ่าน 1713 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,600
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 01 ตุลาคม, 2554, 08:52:08 »

ประเพณีกินผัก (กินเจ)



ช่วงเวลา        ตั้งแต่วันขึ้น   ๑  ค่ำ  ถึงขึ้น  ๙  ค่ำ  เดือน  ๙  ของจีน  ตรงกับเดือน  ๑๑  ของไทย

ความสำคัญ
         
คนภูเก็ตส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ประเพณีและความเชื่อของคนจีนจึงฝั่งรากลึก และยึดถือปฏิบัติสืบทอดอยู่จนปัจจุบัน เมื่อถึงเทศกาลกินผัก ชาวภูเก็ตร้อยละแปดสิบจะปฏิบัติตามประเพณีนิยม พร้อมใจกันแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาว ร่วมกันถือศีลกินผัก เพื่อชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ และระลึกถึงวิญญาณของบรรพบุรุษที่ตนเคารพนับถือ โดยยึดถือวิญญาณนั้นๆ เป็นเสมือนเจ้าหรือเซียน ให้ช่วยปกป้องคุ้มครอง





พิธีกรรม
         
๑. การถือศีล  การปฏิบัติจะเริ่มในแรม  ๑  ค่ำเดือน ๙ ผู้ที่ถือศีลกินผักจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาว ละเว้นจากสิ่งที่ทำให้จิตใจมัวหมอง รักษากาย วาจา ใจให้บริสุทธิ์ เว้นจากการพูดโกหก เบียดเบียน ลักทรัพย์ และการข้องแวะในกาม การดื่มสุราของมึนเมา และเว้นจากการฆ่าสัตว์
         
๒. พิธีบูชาเจ้า   ประเพณีถือศีลกินผัก  เริ่มด้วยการจุดตะเกียงน้ำมัน  ขึ้นสู่เสาใหญ่สีแดง  ที่ตั้งสูงตระหง่านที่หน้าอ้าม (ศาลเจ้า) เรียกว่า เสาโกเต๊ง ซึ่งจะยกเสาในตอนเย็นก่อนเริ่มงานหนึ่งวัน เสาโกเต๊งเป็นเครื่องหมายสำคัญที่อัญเชิญดวงวิญญาณของเจ้ามาประทับ บนยอดเสาจะแขวนตะเกียงไว้ ๙ ดวง หมายถึง วิญญาณของกิ๋วอ๋องไตเต (ผู้เป็นใหญ่ทั้งเก้า) วันรุ่นขึ้นซึ่งเป็นวันงานจะมีการบูชาเจ้าด้วยการจุดธูปขนาดใหญ่ เผาไม้หอม กระดาษเงินกระดาษทอง ตั้งเครื่องเซ่นบูชาเจ้า
         
๓. การอัญเชิญเจ้าเข้าทรง จะทำที่อ้ามทุกวันโดยเฉพาะวันสำคัญคือวัน ๓ ค่ำ ๖ ค่ำ และ ๙ ค่ำ โดยมีม้าทรง (คนทรง) และพี่เลี้ยง ๒-๓ คนเป็นผู้ช่วย คอยกล่าวบทอัญเชิญ ตีล่อโก๊ะ ตีกลอง จุดธูป เผาไม้หอม เซ่นไหว้ด้วยผลไม้ เมื่อเจ้าประทับทรงแล้ว  ม้าทรงจะหยิบธงหรืออาวุธคู่มือของเจ้าได้ถูกต้อง  พี่เลี้ยงจะคอยเอาเสื้อยันต์ประจำตัวของเจ้ามาผูกใส่ให้ เจ้าจะคว้าอาวุธคู่มือมาร่ายรำฟาดฟันร่างกายตนเอง
         
๔. พิธีโขกุ้น เป็นการบวงสรวงทหารของเจ้า ซึ่งเป็นบริเวณของเจ้าแต่ละองค์ จะทำพิธีใน ๓ ค่ำ ๖ ค่ำ และ ๙ ค่ำ หลังเที่ยง จะเตรียมอาหารและเหล้า ส่วนหญ้าและถั่วจะเป็นอาหารม้า ในตอนกลางคืนจะตรวจพลทหารตามทิศต่าง ๆ ๕ ทิศ




         
๕. พิธีซ้องเก็ง คือการสวดมนต์ เริ่มสวดตั้งแต่กิ๋วอ๋องฮุดโจ้ว เข้าประทับในโรงพระจะทำพิธีสวดวันละ ๒ ครั้ง  ในตอนเช้าและตอนย่ำค่ำ  หลังจากสวดมนต์กลางคืนแล้วจะมีการอ่านรายชื่อผู้ที่เข้าร่วมกินผัก เป็นการเบิกตัวเข้าเฝ้าเจ้า
         
๖. พิธีบูชาดาว ทำในคืน ๗ ค่ำ เพื่อให้ช่วยคุ้มครองผู้ที่กินผัก ในพิธีจะมีการทำฮู้ (กระดาษยันต์)แจก
         
๗. พิธีพระออกเที่ยว (การแห่เจ้า) โดยเจ้าจะออกเยี่ยมประชาชนตามบ้าน มีขบวนธงและป้ายชื่อแห่นำหน้า มีขบวนหามเกี้ยวพระโดยมีรูปเจ้าแต่ละองค์นั่งในเกี้ยวไปตามลำดับชั้นและยศของเจ้า ขบวนเกี้ยวใหญ่ใช้คนหาบ ๘ คน จะเป็นที่ประทับของกิ๋วอ๋องฮุดโจ้ว ชาวบ้านจะตั้งโต๊ะบูชาหน้าบ้านและจุดประทัดต้อนรับเมื่อขบวนไปถึง




         
๘. พิธีลุยไฟ กองไฟถือว่าศักดิ์สิทธิ์ ใช้ชำระความสกปรกของร่างกายให้บริสุทธิ์ ในแง่ความศักดิ์สิทธิ์เป็นการแสดงอิทธิฤทธิ์บังคับไฟไม่ให้ร้อน ลุยได้ทั้งเจ้าและประชาชนทั่วไป
         
๙. พิธีโก๊ยห่าน เป็นการสะเดาะเคราะห์ ต้องตัดกระดาษทองเป็นรูปคนแทนตัวเองคนละรูป ตัดผม ตัดเล็บ เหรียญกษาปณ์ ต้นกุ้ยช่ายแทนสิ่งชั่วร้ายในตัวคน นำสิ่งเหล่านี้มาที่ศาลเจ้าแล้วให้เจ้าประทับตราที่ด้านหลังเสื้อ ผู้ที่ผ่านพิธีโก๊ยห่านมาแล้วจะมีตราประทับติดเสื้อด้านหลังทุกคน
         
๑๐. พิธีส่งพระ ทำในวันสุดท้ายของการกินผัก โดยตอนกลางวันจะมีการส่งเทวดา คือเง็กเซียนฮ่องเต้ที่เสาธง  ตอนกลางคืนจะมีการส่งพระกิ๋วอ๋องฮุดโจ้วกลับสวรรค์ โดยส่งกลับทางทะเล เมื่อขบวนส่งพระออกพ้นประตู ไฟทุกดวงในอ้ามต้องดับแล้วปิดประตูใหญ่ ตะเกียงที่เสาธงถูกดึงขึ้นสูงสุด รุ่งเช้าจึงเอาเสาธงลงและเรียกกำลังทหารกลับ


         
พิธีกินผักนอกจากจะสะเดาะเคราะห์ปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ  หรือโรคร้ายจากตัวผู้กินผักแล้ว  ยังเป็นการแสดงออกถึงการเคารพบรรพบุรุษ เป็นการฝึกจิตใจของผู้กินผักให้บริสุทธิ์เพราะได้รักษาศีลและยังสร้างความสามัคคีอีกด้วย

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: