Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 กันยายน, 2560, 08:23:41

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ชาวเล ภูเก็ต  (อ่าน 5465 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 01 ตุลาคม, 2554, 08:39:26 »

ชาวเล



ความเป็นมา
         
ชาวเลเป็นกลุ่มชนพวกแรกที่มาถึงภูเก็ต ในครั้งที่ยังมีสภาพเป็นแหลมถลางและเรียกชื่อว่าบูเก๊ะหรือบูกิ๊ต ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเกาะภูเก็ต  ถิ่นฐานเดิมของชาวเลมาจากมลายู  และอพยพเข้ามาอยู่ในแหลมมลายูโดยแบ่งออกเป็น ๒  กลุ่มคือกลุ่มที่อยู่บนเขาหรือโอรังบูกิ๊ต และกลุ่มที่อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเลหรือคนทะเลหรือโอรังละอุด
         
กลุ่มโอรังละอุดเข้ามาอาศัยในไทยเมื่อใดไม่ชัดเจน แต่สันนิษฐานว่าหมู่เกาะชายฝั่งตะวันตกของประเทศ เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเลมาแล้ว  และน่าจะเป็นชนพื้นเมืองของเกาะก่อนที่ชาวพื้นเมืองปัจจุบันจะเข้าไปอาศัยอยู่
         
สำหรับชาวเลในภูเก็ตนั้นจะอพยพมาจาก  ๒ แหล่งใหญ่ ๆ คือจากหมู่เกาะแถบมาเลเซียและจากพม่า นอกจากนี้ยังมีมาจากหมู่เกาะที่ใกล้เคียงกับภูเก็ต แหล่งที่พบชาวเลในภูเก็ตมี  ๕  แหล่งด้วยกันคือ ที่หาดราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต ที่แหลมหลาและบ้านเหนือ ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง ที่เกาะสิเหร่ (แหลมตุ๊กแก) และที่บ้านสะปำ ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง โดยที่แหลมหลา และบ้านเหนือ เป็นพวกชาวเลสิงห์ (มอเก็น) ที่แหลมตุ๊กแกและบ้านสะปำเป็นชาวเลซึ่งเรียกตนเองว่าอุรัคลาวุย    (Urak     Lawoi)    ขณะที่ภาษามลายูเรียกว่า โอรังละอุด  ส่วนชาวเลที่หาดราไวย์จะเป็นชาวเลกลุ่มผสมคือมีทั้งชาวเลและชาวเลสิงห์อาศัยอยู่   เชื่อกันว่าชาวเลที่เกาะสิเหร่ (แหลมตุ๊กแก)  เป็นกลุ่มที่เก่าแก่ที่สุด  และมีจำนวนมากกว่า ๒๐๐ หลังคาเรือน เป็นศูนย์กลางการประกอบพิธีลอยเรือของชาวเลในภูเก็ต




วิถีชีวิตและภาษา
         
ชาวเลมีสภาพความเป็นอยู่ง่ายๆ   โดยทั่วไปจะชอบท่องเที่ยวขึ้นล่องตามชายฝั่งทะเลตะวันตกของแหลมมลายู ช่วงฤดูมรสุมจะขึ้นบก  พ้นฤดูมรสุมก็จะลอยเรือท่องทะเลต่อไป แต่ปัจจุบันชาวเลหลายกลุ่มได้ตั้งหลักแหล่งเป็นหมู่บ้านตามชายทะเล โดยเฉพาะชาวเลในภูเก็ตเกือบทุกกลุ่มจะตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนบริเวณชายหาดริมทะเล ยกเว้นกลุ่มที่บ้านเหนือซึ่งจะอยู่ลึกเข้ามา ชาวเลไม่มีที่ดินของตนเองอาศัยอยู่ในการเช่าจากเจ้าของที่ดิน เช่น  ชาวเลที่หาดราไวย์  หรือด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น ชาวเลที่เกาะสิเหร่ ไม่ต้องเช่าที่ดินแต่ต้องขายสัตว์น้ำที่จับได้ให้แก่เจ้าของที่ดิน  รวมทั้งซื้อสินค้าจากร้านค้าของเจ้าของที่ดิน   ชาวเลที่สะปำ  ต้องเช่าเครื่องมือจับสัตว์น้ำและขายสัตว์น้ำที่จับได้ให้กับเจ้าของที่ดิน ชาวเลที่แหลมหลาไม่ต้องเช่าเพราะที่ดินที่อาศัยอยู่เป็นของกระทรวงมหาดไทย เป็นต้น


         
ชาวเลกลุ่มต่าง ๆ ในภูเก็ตมีการประกอบอาชีพต่างๆ กัน เช่น
         
ชาวเลที่สะปำ  จับหอยแครง เลี้ยงหมู ที่เกาะสิเหร่ หาหอยดิบ แมงกะพรุน จับปลาที่หาดราไวย์ งมหอยมุก จับปลา  หาหอยดิบ เลี้ยงหมู รับจ้างดายหญ้า ทำสวนสับปะรด ที่แหลมหลาและบ้านเหนือ จับปู จับกุ้ง รับจ้างซ่อมเรือ หาเศษแร่ เศษเหล็ก เป็นต้น
         
ชาวเลเป็นกลุ่มชนที่รักพวกพ้อง  เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  รักธรรมชาติ  โดยเฉพาะทะเล คลื่น ลม เสียงดนตรี ชอบการร้องรำทำเพลง มีความเชื่อของตนเอง เช่น เชื่อในไสยศาสตร์ โชคลาง การใช้เวทย์มนต์คาถา นับถือผีสางเทวดา วิญญาณบรรพบุรุษ มีการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับชีวิต เช่นการเกิด การแต่งงาน การตาย ปัจจุบันชาวเลบางกลุ่มหันมานับถือพระพุทธศาสนา ศาสนาอิสลาม
         
ชาวเลมีแต่ภาษาพูดไม่ใช้ภาษาเขียน  สำเนียงคล้ายภาษามลายู  แต่ไม่มีระบบเสียงวรรณยุกต์ หลายกลุ่มยังพูดภาษาไทยไม่ได้




การปรับปรนในสังคมปัจจุบัน
         
ชาวเลมีการติดต่อกับสังคมภายนอกมานานแล้ว ด้วยการนำสัตว์น้ำที่ตนจับได้มาแลกเปลี่ยนกับข้าวสาร  เสื้อผ้าและอุปกรณ์ในการยังชีพ 

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันชาวเลโดยเฉพาะที่ภูเก็ตมีการเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่ของตนหลายประการที่ชัดเจน คือการจัดตั้งถิ่นฐานแน่นอน  มีทะเบียนบ้าน มีสิทธิเลือกผู้แทนราษฎร ต้องเข้าเรียนในระดับการศึกษาภาคบังคับ มีนามสกุลใช้ รู้จักสะสมทรัพย์ เช่น มีเงินฝากธนาคาร แต่งงานกับคนในท้องถิ่นที่ไม่ใช่ชาวเล 

พวกที่ประกอบอาชีพค้าขายต้องเสียภาษาอากร   ชาวเลที่แหลมหลาต้องถูกเกณฑ์ทหาร เทคโนโลยีที่เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันของชาวเล  เช่น  การใช้เครื่องเรือ  ยารักษาโรค วิทยุ จักรยาน จักรยานยนต์ ไฟฟ้า ฯลฯ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 01 ตุลาคม, 2554, 08:44:38 »

การลอยเรือชาวเล        



เนื่องจากชาวเลซึ่งเป็นชนพื้นเมืองที่เร่ร่อนเลี้ยงชีพในทะเลในจังหวัดภูเก็ต จำแนกตามกลุ่มที่ทำใช้ภาษาได้ ๒ กลุ่ม มีการประกอบพิธีกรรมที่แตกต่างกันดังนี้
         
๑. ชาวเล 

คือกลุ่มที่อาศัยอยู่บ้านสะบำและบ้านแหลมตุ๊กแก ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต จะทำพิธีการลอยเรือชาวเลในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ และเดือน ๑๑ เวลา ๐๖.๐๐ น.
         
๒. ชาวเลสิงห์ 

คือกลุ่มที่อาศัยอยู่ที่บ้านแหลมหลาและบ้านเหนือ  ตำบลไม้ขาว  อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต จะทำพิธีการลอยเรือชาวเลในวันขึ้น๑๕ ค่ำ เดือน ๖ และเดือน ๑๑ เวลา ๑๘.๐๐ น.



ความสำคัญ
         
การลอยเรือของชาวเลสิงห์   ถือว่าเป็นการนำสิ่งชั่วร้ายที่มีอยู่ในร่างกายและหมู่บ้านของชาวเลทั้ง  ๒ กลุ่ม ออกไปทิ้งในท้องทะเลลึก เพื่อให้ชาวเลทั้ง ๒ กลุ่มมีชีวิตที่เป็นสุข เป็นความเชื่อที่ก่อให้เกิดความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ ของผู้ที่ได้ใช้ทะเลเพื่อการดำรงชีวิต
         
การประกอบพิธีลอยเรือนั้น  ชาวเลและชาวเลสิงห์ ได้ประกอบพิธีปีละ ๒ ครั้ง ทำให้ชาวเลและชาวเลสิงห์มีความสัมพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้น



พิธีกรรม
         
ทั้งชาวเลและชาวเลสิงห์มีการเตรียมสร้างเรือพิธี พิธีกรรมก่อนลอยเรือดังนี้
         
ชาวเล
         
๑.  ใช้ไม้ทองหลางเป็นโครงแกนของท้องเรือพิธี หัวเรือท้ายเรือและจังกูดมีความยาว ๕-๗ เมตร ใช้ไม้ระกำต่อเป็นตัวเรือกว้างประมาณ ๑ เมตร ความสูงท้องเรือ ถึงกราบขอบเรือประมาณ ๗๐ เซนติเมตร ติดเสากระโดงเรือด้วยไม้ขนาดนิ้วหัวแม่มือ ๓ เสา สูงประมาณ ๒ เมตร มีผ้าขาวเป็นใบเรือ
         
๒.  การไปตัดไม้ทองหลางไม้ระกำเพื่อประกอบเป็นเรือพิธีและไม้กายู่ฮาดั๊กทำในตอนเช้าวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ และเดือน ๑๑
         
๓.  ชาวเลจะไปหลา หลาคือศาลาหรือศาลพระภูมิเจ้าของชาวเลเป็นที่สิงสถิตของโต๊ะตามี่ หัวหน้าทำพิธี ผู้ติดต่อกับโต๊ะตามี่เรียกว่า  โต๊ะหมอ ชาวเลจะไปหลาเวลา ๑๖.๐๐ น. ของวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ และเดือน ๑๑ ชาวเลผู้ชายผู้ติดตามคนหนึ่งจะถือตะกร้าใส่ไก่ย่าง หัวเล็บเท้าและเครื่องในก็เอาไปด้วย นอกนั้นก็มีเหล้า น้ำ เปลือกหอย ข้าวตอกและกำยาน ชาวเลคนอื่น ๆ ถือจานใส่ขนมหัวล้าน เทียน หมากพลูและยาสูบ เดินตามโต๊ะหมอไปร่วมพิธีที่หลาโต๊ะตามี่ เมื่อพิธีที่หลาเสร็จแล้วชาวเลจะแห่ไม้และวัสดุเตรียมสร้างเรือพิธี
         
๔. ตอนเย็นเวลาประมาณ ๑๗.๐๐ น. ชาวเลทั้งหญิงและชาย  ช่วยกันขนวัสดุที่จะใช้ประกอบพิธีมีขบวนแห่โดยมีดนตรีพื้นเมืองนำหน้า และช่วยกันต่อเรือพิธีให้เสร็จก่อนฟ้าสาง
         
๕.  เมื่อชาวต่อเรือเสร็จ ชาวเลจะทยอยไปที่เรือพิธีตั้งแต่เวลา ๐๔.๐๐ น. ของเช้า มืดขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ และเดือน ๑๑ สิ่งของที่แต่ละครอบครัวจะเอาใส่เรือพิธีคือ ไส้ไม้ระกำ ที่แกะเป็นตุ๊กตาแทนคนในครอบครัวจำนวนเท่าสมาชิกในครัวเรือน เล็บ  ผม  และข้าวตอก  ก่อนจะซัดข้าวตอกใส่เรือ ชาวเลจะกำข้าวตอกลูบไล้ตามตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า ให้ข้าวตอกเอาความชั่วร้ายออกจากร่างกาย แล้วซัดใส่เรือพิธี
         
๖.  เวลา ๐๖.๐๐ น. โต๊ะหมอมาสวดคาถาที่ท้ายเรือ ชาวเลชายช่วยกันยกเรือพิธี แบกหามลงไปบรรทุกเรือหางยาวที่เตรียมไว้นำไปลอยเรือพิธีที่ทะเลลึก เป็นการกันไม่ใช่ตามชั่วร้ายในลำเรือย้อนกลับมาสู่หมู่บ้าน หากเรือย้อนกลับเข้ามาสู่หมู่บ้านพวกชาวเลต้องเริ่มพิธีกันใหม่


         
ชาวเลสิงห์
         
๑. จะใช้ต้นกล้วยทั้งต้นเป็นโครงแกนท้องเรือ  ใช้ไม้สักหินขนาดหัวแม่มือเป็นแกนยึดต้นกล้วยไว้ด้วยกัน  กราบข้างเรือจะใช้กาบกล้วยแทนกระดาน  ขนาบไว้ด้วยไม้สักผูกด้วยหวายนา  ท้ายเรือรูปทรงคล้ายท้ายเรือสำเภา  หัวเรือทำด้วยก้านเครือกล้วยทั้งท่อน  ความยาวของเรือพิธีจากหัวเรือจดท้ายเรือยาวประมาณ ๓ เมตร กว้าง ๑.๕ เมตร สูง ๑.๓๐ เมตร เมื่อติดตั้งเสากระโดงจะสูงเป็น ๒ เมตร
         
๒. ชาวเลสิงห์ผู้ชายจะไปตัดไม้สัก หวายนาและต้นกล้วยในตอนเช้าของวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ และเดือน ๑๑ เริ่มประกอบเป็นลำเรือพิธีเวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น. จะต่อเรือและติดใบเรือเสร็จสิ้นประมาณเวลา ๑๕.๐๐ น.
         
๓. เวลา ๑๕.๐๐ น. ของวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ และเดือน ๑๑ ชาวเลสิงห์ จะเอาเสื้อผ้าเก่าๆ ตุ๊กตากาบกล้วยแทนคนในครอบครัว จำนวนเท่าสมาชิกในครอบครัวและกระทงน้ำไปใส่ในเรือพิธี
         
๔. ชาวเลสิงห์จะไปประกอบพิธีที่หลา    หลาคือศาลาหรือศาลพระภูมิเจ้าที่ของชาวเลสิงห์    เวลาประมาณ ๑๗.๐๐ น. ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ และเดือน ๑๑ ชาวเลสิงห์จะประกอบพิธีเมื่อชาวเลสิงห์ได้เขาขนมข้าวปลาอาหารใส่จาน  หรือถาดไปวางไว้ที่หลาแล้ว  อาหารแต่จะถาดมีข้าวสุก  ข้าวเหนียว  ขนมเปียก แกงปลา ปลาทอด หมากพลู ยาสูบ และน้ำ เป็นต้น
         
๕. โต๊ะหมอนั่งทำพิธีหน้าหลา  ชาวเลสิงห์นั่งอยู่ใกล้โต๊ะหมอเป็นรูปครึ่งวงกลม เว้นที่ไว้ทางด้านหลังหลาเท่านั้น โต๊ะหมอให้ชาวเลชายคนหนึ่งถือกะลาใส่กำยานเดินวนรอบหลานซ้าย ๓ รอบ เอาข้าวตอกซัดไปที่หลา  โต๊ะหมอใช้มือกำควันกำยานมาลูบไล้ตัวและใช้มือป้องเปลวเทียนพร้อมสวดคาถาแล้วดับเทียน ตัวแทนโต๊ะหมอจึงไปดับเทียนบนหลา
         
๖. เมื่อทำพิธีที่หลาเสร็จเรียบร้อย ก็จะมาร่วมประกอบพิธีที่เรือพิธี  ชาวเลสิงห์ถือจานใส่ข้าวสารซึ่งย้อมสีเป็นสีต่าง ๆ เช่น เหลือง แดง เขียว ฟ้า ส้ม เป็นต้น พร้อมด้วยด้ายสีแดงมามอบให้โต๊ะหมอสวดคาถาใส่จานให้ แล้วจึงเอาด้ายไปผูกข้อมือให้กับสมาชิกในครอบครัวและเอาข้าวสารที่ประกอบพิธีแล้วไปซัดรอบๆ บ้านของตน โต๊ะหมอก็ประกอบพิธีที่เรือพิธีในขณะที่ประกอบพิธีห้ามคนเดินผ่านหัวเรือ โต๊ะหมอเดินวนรอบเรือวนซ้าย  ๓   รอบ   รอบสุดท้ายจะเปล่งเสียงนำโห่ทิศละลาชาวเลสิงห์จะชัดข้าวสารที่เหลือใส่เรือพิธี   รอสัญญาณจากโต๊ะหมอแล้วยกเรือพิธีไปบรรทุกเรือหางยาวไปลอยกลางทะเลลึก เหมือนกับของกลุ่มชาวเล




         
การลอยเรือชาวเลให้สาระดังนี้
         
๑. ประเพณีลอยเรือชาวเลและชาวเลสิงห์ เป็นพิธีกรรมยึดเหนี่ยวจิตใจให้ดำรงเผ่าพันธุ์สืบต่อกันมาเป็นกลุ่มเผ่าอยู่ได้ ทั้งนี้เพราะชาวเลและชาวเลสิงห์ เป็นกลุ่มที่เร่ร่อนเป็นการได้มาร่วมพิธีกรรมของกลุ่มอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง  หากไม่มีประเพณีลอยเรือชาวเลทั้ง ๒ กลุ่มก็จะแยกย้ายหรือล้มหายตายจากพลัดพรากจากกลุ่มเผ่าของตนออกไป
         
๒. เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี ความสนุกสนานรื่นเริง ตามลำดับขั้นตอนในการประกอบพิธีลอยเรือ ตั้งแต่การเตรียมวัสดุสำหรับสร้างเรือ การต่อเรือ การตกแต่ง การละเล่น การประกอบพิธีทางความเชื่อและการลอยเรือ เพื่อขจัดความทุกข์และโรคภัยที่มาเบียดเบียน
       
๓. เป็นความเชื่อเกี่ยวกับการลอยความไม่ดีของร่างกายออกไป เพื่อนำไปทิ้งไม่ให้กลับมาสู่ร่างกายและหมู่บ้าน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: