Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
19 พฤศจิกายน, 2560, 20:58:24

   

ผู้เขียน หัวข้อ: พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี (หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง)  (อ่าน 3496 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,600
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 27 กันยายน, 2554, 16:45:05 »

พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี (หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง)



ประวัติ
         
พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี  หรือหลวงพ่อแช่ม  เดิมชื่อ แช่ม เป็นชาวจังหวัดพังงา เกิดที่บ้านบ่อแสน อำเภอทับปุด ในปี พ.ศ. ๒๓๗๐ ต่อมาบิดามารดาได้อพยพครอบครัวหนีภัยพม่ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านฉลอง เมืองภูเก็ต ตั้งแต่เล็ก บิดามารดาฝากให้เป็นลูกศิษย์ของพ่อท่านเฒ่าและมาอยู่ที่วัดฉลอง
         
การบรรพชาและอุปสมบท  เมื่ออายุ ๑๙ ปี ได้บรรพชาที่วัดฉลอง เมื่ออายุครบกำหนดก็ได้อุปสมบทอยู่ในสมณเพศเรื่อยมา หลวงพ่อแช่มได้ศึกษาวิปัสสนาธุระ และคาถาอาคมจากพ่อท่านเฒ่า จนเป็นผู้เชี่ยวชาญทางวิปัสสนาเป็นอย่างสูงและมีอำนาจจิต เมื่ออายุได้ ๒๓ ปี ในปี พ.ศ. ๒๓๙๓ ก็ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดฉลอง
         
ชีวิตของท่านเรียบง่ายมาก   จนเมื่อการกบฎของพวกอั้งยี่ใน  พ.ศ.  ๒๔๑๙  ที่คิดกำเริบก่อการจลาจลและจะยึดอำนาจการปกครองของภูเก็ต แต่ด้วยบารมีของหลวงพ่อแช่ม  ท่านสามารถปลุกขวัญและกำลังใจของประชาชนชาวภูเก็ตให้หันมารวมกำลังกันต่อต้านพวกกบฎอั้งยี่ได้สำเร็จ โดยใช้วัดฉลองเป็นที่มั่น เท่ากับท่านมีบทบาทในการช่วยรักษาเมืองภูเก็ตให้รอดพ้นจากการยึดครองของพวกอั้งยี่ได้
         
หลวงพ่อแช่ม มรณภาพในวันที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๑ รวมอายุได้ ๘๑ ปี


         
ผลงาน
         
๑.  เป็นผู้นำด้านขวัญและกำลังใจให้ชาวบ้านต่อสู้กับพวกกบฎอั้งยี่ใน พ.ศ. ๒๔๑๙ เนื่องจากพวกอั้งยี่คิดร้ายจะยึดเมืองภูเก็ต เที่ยวปล้นสะดมภ์ชาวบ้าน ระยะนั้นรัฐบาลไม่มีกำลังพอที่จะปราบปรามพวกอั้งยี่ได้ ชาวบ้านกลัวภัยต้องหนีเข้าป่า ลูกศิษย์ขอให้หลวงพ่อแช่มหนีไปด้วยแต่หลวงพ่อไม่ยอมทิ้งวัด บรรดาลูกศิษย์จึงรวมตัวกันต่อสู้กับอั้งยี่ โดยขอผ้าขาวลงยันต์ของหลวงพ่อแช่มไว้คุ้มกัน  เป็นผ้าประเจียดโพกศีรษะ เป็นที่น่าอัศจรรย์ที่บรรดาชาวบ้านที่ได้เครื่องคุ้มกันตัวจากหลวงพ่อแช่มต่างก็แคล้วคลาดไม่ถูกอาวุธของอั้งยี่เลย รบกันจนอั้งยี่แตกพ่าย ในที่สุดรัฐบาลก็สามารถปราบกบฎอั้งยี่ได้


         
๒.  ชาวบ้านยึดหลวงพ่อแช่มเป็นที่พึ่งทางใจ  เมื่อมีเรื่องเดือดร้อนก็จะบนบานขอให้พ้นภัย ออกเรือหาปลาในทะเลเจอพายุก็บนบานขอให้หลวงพ่อแช่มบันดาลให้คลื่นลมสงบ แล้วจะแก้บนโดยปิดทองหลวงพ่อ เมื่อเรื่องเหล่านี้แพร่หลายออกไป ชาวบ้านคนใดประสบเคราะห์กรรมก็จะบนบานปิดทองหลวงพ่อ  จนหลวงพ่อแช่มออกจากวัดไปทำธุระในเมือง ชาวบ้านต่างก็นำทองคำเปลวมาปิดที่หน้าแข้งของหลวงพ่อแทบทุกบ้าน จนถือเป็นธรรมเนียมในการปิดทอง นับเป็นพระภิกษุรูปแรกของไทยที่ชาวบ้านปิดทองแก้บนทั้งๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่
         
๓.  ผลงานด้านการรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้แก่ชาวบ้าน  โดยหลวงพ่อแช่มใช้ไม้เท้าสำหรับจี้เด็กที่เป็นไส้เลื่อน เป็นฝี  เป็นปาน  จุกเสียด อาการเหล่านี้ก็จะหาย หรือหยุดชะงักการลุกลามต่อไป ไม้เท้าประจำตัวของหลวงพ่อแช่ม จึงมีความขลัง
         
๔.  ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดฉลองติดต่อกันเป็นเวลานานตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๙๓-๒๔๕๑ หรือตั้งแต่อายุ ๒๓-๘๑ ปี
         
๕.  ได้รับนิมนต์ให้ไปประกอบพิธีกรรมต่าง  ๆ  อยู่เสมอ  เช่น  พิธีผูกพัทธสีมา การเป็นพระอุปัชฌาย์ การไต่สวนไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทระหว่างพระสงฆ์ เป็นต้น ซึ่งแสดงถึงบารมีของท่านที่แผ่ออกไปเป็นที่ยอมรับนับถืออย่างกว้างขวาง




         
เกียรติคุณที่ได้รับ
         
๑.  ได้รับพระราชทานสมศักดิ์จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นพระวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี ให้มีตำแหน่งเป็นสังฆปาโมกข์เมืองภูเก็ต อันเป็นตำแหน่งสูงสุดซึ่งบรรพชิตจักมีในสมัยนั้น และในโอกาสเดียวกันทรงพระราชทานนามวัดฉลอง เป็นวัดไชยธาราราม
         
๒.  เป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วไป  เพราะชื่อเสียงของหลวงพ่อแช่มเลื่องลือไปไกล  เป็นที่เคารพของชาวจังหวัดใกล้เคียงทั้งในปีนัง มาเลเซีย ต่างให้ความเคารพนับถือหลวงพ่อแช่มอย่างสูง ทุกวันนี้รูปหล่อของหลวงพ่อแช่มประดิษฐานอยู่ในวัดฉลอง  มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มา
สักการะกราบไหว้ จนบัดนี้หลวงพ่อแช่มยังคงเป็นที่พึ่งทางใจของชาวบ้านเสมอ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: