Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
25 กันยายน, 2560, 00:35:21

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ท้าวเทพกระษัตรี และท้าวศรีสุนทร  (อ่าน 15760 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 27 กันยายน, 2554, 16:37:48 »

ท้าวเทพกระษัตรี และท้าวศรีสุนทร



ประวัติ
         
ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร  เป็นวีรสตรีของชาวภูเก็ต ซึ่งปรากฏวีรกรรมและความกล้าในการต่อสู้กับพม่าในครั้งศึกถลาง   พ.ศ.    ๒๓๒๘    สามารถรักษาเมืองถลางไว้ได้ ท้าวเทพกระษัตรีเดิมชื่อ จัน ท้าวศรีสุนทร เดิมชื่อมุกเป็นน้องสาวของท้าวเทพกระษัตรี ทั้งสองเป็นธิดาของจอมร้างเจ้าเมืองถลาง มารดา
ชื่อหม่าเสี้ย เป็นเชื้อสายเจ้าเมืองไทรบุรี คุณจันเกิดที่บ้านตะเคียน เมืองถลาง ประมาณปี พ.ศ. ๒๒๗๘ ปลายกรุงศรีอยุธยาในรัชกาลพระเจ้าบรมโกศ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา  ๕  คน คือคุณจัน คุณมุก คุณหมา (หญิง) คุณอาด (ชาย) และคุณเรือง (ชาย)


         
ชีวิตครอบครัว  คุณจันแต่งงานกับหม่อนศรีภักดี บุตรจอมนายกองเมืองตะกั่วทุ่ง มีบุตรธิดาด้วยกัน ๒ คน คือคุณปรางและคุณเทียน  คุณจันตกพุ่มหม้ายเมื่อหม่อมศรีภักดีถึงแก่กรรม ต่อมาเมื่อพระกระบุรี (ขัน) ได้รับยศเป็นพระยาพิมลเจ้าเมืองถลาง  จึงได้มาแต่งงานกับคุณจัน   มีบุตรธิดาด้วยกัน  ๕  คน  คือแม่ทอง พ่อจุ้ย พ่อเนียม  แม่กิ่ม  และแม่เมือง  ครั้งเมื่อพระยาพิมลได้ไปเป็นเจ้าเมืองพัทลุง คุณหญิงจันก็ยังคงอยู่ที่เมืองถลาง ภายหลังกลับมาเป็นเจ้าเมืองถลางถึงกลับมาอยู่กับคุณหญิงจันอีกพระยาพิมลถึงแก่อนิจกรรม ในปี พ.ศ. ๒๓๒๘ ซึ่งเป็นระยะเดียวกับที่พม่ายกกองทัพมาตีเมืองถลาง คุณหญิงจันและคุณหญิงมุกน้องสาว เป็นผู้นำชาวบ้านต่อสู้กองทัพพม่า สามารถรักษาเมืองถลางไว้ได้  พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ตอบแทนความชอบ   มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ   ตั้งคุณหญิงจันเป็นท้าวเทพกระษัตรี   คุณหญิงมุกเป็นท้าวศรีสุนทร คุณเทียนบุตรชายท้าวเทพกระษัตรีได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองถลาง


         
ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร  ไม่ทราบว่าถึงแก่อสัญกรรมเมื่อใด เพราะไม่มีหลักฐานใด ๆ กล่าวไว้ แต่จากคำบอกเล่าต่อกันมาว่า ทั้งสองวีรสตรีพักอาศัยอยู่กับพระยาเพชรคีรีพิชัยสงคราม เจ้าพระยาถลาง (ต้นตระกูล ประทีป ณ ถลาง) อยู่จนเข้าสู่วัยชราภาพ และถึงแก่อสัญกรรมโดยสงบ



ผลงาน/เกียรติคุณที่ได้รับ
         
๑.  ผลงานของท้าวเทพกระษัตรี และท้าวศรีสุนทร ที่สำคัญคือสามารถป้องกันรักษาเมืองถลางไว้จากกองทัพพม่าได้ ซึ่งศึกสงครามครั้งนี้เป็นที่รู้จักกันดีในนามสงครามเก้าทัพ  ตีฝ่าด่านเข้ามาทางด้านด่านเจดีย์สามองค์เมืองกาญจนบุรี ฝ่ายเมืองถลางนั้นได้ข่าวว่าพม่าจะยกทัพมาตั้งแต่เดือนอ้าย จึงเตรียมตัวรับศึกป้องกันรักษาเมือง โดยการจัดคนเข้าประจำรักษาค่าย  แต่ถึงคราวเคราะห์ของชาวถลาง  ในขณะที่มีข่าวพม่ายกมาพระยาถลางเจ้าเมืองกำลังป่วยหนักและถึงแก่กรรมลงในที่สุด ยังไม่ทันได้ตั้งผู้ใดให้เป็นเจ้าเมืองแทน เป็นแต่มีกรรมการเมืองรักษาการไว้เป็นการชั่วคราว       

คุณหญิงจันจึงรวบรวมผู้คนรวมทั้งอาวุธปืนใหญ่น้อยเข้าประจำค่ายเตรียมรับทัพพม่าอย่างสามารถ คุณหญิงจันได้ประชุมกรรมการเมืองนายทัพนายกอง  ซึ่งมีความ
เห็นพร้อมต้องกันว่า ทัพเรือของพม่าจะต้องยกเข้ามาจอดยกพลขึ้นบกที่ท่าตะเภา อันเป็นท่าเรือใหญ่และใกล้เมืองถลางที่สุด  จึงได้แบ่งกองกำลังออกไปตั้งขัดตาทัพอยู่ที่หลังวัดพระนางสร้างยึดเอาวัดเป็นที่ตั้งฐานทัพ



ค่ายนี้มอบนายอาจน้องชายคุณหญิงจันเป็นแม่กอง คุมพลไทยแขกกับปืนใหญ่แม่นางกลางเมืองหนึ่งกระบอกไปประจำค่าย  มีนายทองเพ็งและกรมการเป็นผู้ช่วย  และได้ตั้งค่ายใหญ่ที่นบนางดักหนึ่งค่าย  เป็นหน้าที่ของนายทองพูนเป็นแม่กอง  มีปืนใหญ่ชื่อพระพิรุณสังหาร  ประจำค่ายหนึ่งกระบอก  (ที่ตั้งค่ายแห่งนี้ปรากฏนามว่านบนางดัก) เมื่อขุนนางนายทัพนายกองกรมการออกมาตั้งขัดตาทัพพม่าพร้อมกันแล้วก็ตั้งกองสอดแนมลาดตระเวนตามยุทธวิธีสงคราม  ส่วนคุณหญิงจันนั้นเป็นผู้บัญชาการรบทั่วไป  มีคุณมุกเป็นผู้ช่วยตรวจตราทั้งสองค่าย ศึกหนักทางไหนจะได้ช่วยทางนั้น
         
เมื่อพม่ายกมาถึงช่องแคบเข้าจอดเรือที่ท่าตะเภา  ยกพลขึ้นตั้งค่ายใหญ่ที่ริมทะเล (ปากช่องค่าย) แล้วขยับขึ้นมาตั้งค่ายรายปีกกา (โคกพม่า) ๑ ค่าย ตั้งที่บ้านนากลาง ๑ ค่าย ชักปีกกาเข้าหากันประหนึ่งล้อมที่ตั้งเมืองไว้ แล้วแต่งตั้งนายทัพนายกองนำกำลังพลมายั่วชาวเมือง ทำทีว่าจะเข้าตีค่ายของนายทองพูน นายทองเพ็ง ฝ่ายกองทัพไทยมีพลน้อย ไม่สามารถจะออกโจมตีข้าศึกโดยซึ่งหน้า   คุณหญิงจันและ   คุณมุก  จึงปรึกษาหารือกับกรมการว่าควรจะคิดอุบายให้พม่าถอยทัพกลับไปโดยเร็วให้จงได้  จึงสั่งให้คัดเลือกผู้หญิงวัยกลางคนประมาณ ๕๐๐ เศษ มาแต่งตัวอย่างผู้ชายเอาทางมะพร้าวมาตกแต่งต่างถืออาวุธ เพื่อลวงข้าศึกจัดขบวนทำที่จะยกเข้าตีทัพพม่า


         
เมื่อพม่าเห็นทัพไทยยกออกมาจะเข้าตีค่ายของตน ก็จัดขบวนออกประชุมพลอยู่หน้าค่ายตรงต้นทองหลางน้ำ มีกิริยาอาการจะตีโต้ตอบ คุณหญิงจันก็สั่งให้นายทองพูนผู้น้อง จุดปืนใหญ่พิรุณสังหารยิงตรงไปยังที่ชุมนุมพม่า กระสุนปืนใหญ่ตัดเอากิ่งไม้ทองหลางน้ำขาดลงกลางชุมนุมของพม่า  ทางฝ่ายทัพไทยก็ตีฆ้องกลองโห่ร้องสำทับข่มขวัญอยู่อย่างครื้นเครงประหนึ่งจะยกออกโจมตี ฝ่ายพม่าเห็นเป็นอัศจรรย์ก็ขวัญเสีย จึงรีบถอยทัพกลับเข้าค่าย  ทำอย่างนี้ทุกวันตลอด  ๓-๔ วัน เป็นการถ่ายเทคนเข้าออกแต่ให้พม่าเห็นแต่เวลาเข้า       

เป็นการลวงให้พม่าเห็นว่าทัพไทยมีกำลังเพิ่มเติมเข้ามาเสมอ พม่าไม่กล้าเข้าโจมตีเป็นการหน่วงเหนี่ยวไว้ให้ขาดเสบียงอาหาร โดยจัดกองกำลังออกรังควาญพวกพม่าที่ออกลาดตระเวนและหาเสบียงอาหาร บาดเจ็บล้มตายเป็นประจำทุกวัน  เมื่อเห็นว่าระส่ำระสายแล้วจะยกเข้าโจมตี พม่าจึงถอนกำลังลงไปตั้งค่ายที่นาโคกพม่า ส่วนค่ายที่นาโคกพม่าก็ถอยกลับลงไปตั้งอยู่ในเกาะ


         
เมื่อพม่าถอยลงไปตั้งเช่นนั้น    จึงสั่งให้ค่ายบ้านค่ายถอนคนลงมาอยู่ค่ายนางดัก    ส่วนค่ายนางดักก็เลื่อนลงไปตามลำคลอง ตั้งที่นาใหญ่ ได้ยกออกตั้งขบวนยิงข้าศึกด้วยปืนใหญ่น้อยทุก ๆ วัน พวกพม่าคงขาดเสบียงอาหาร    เกิดความปั่นป่วนขึ้นในกองทัพ    ประกอบกับคงเกิดความเหนื่อยหน่ายที่ได้ทำการรบมาเป็นเวลาประมาณ ๔ เดือน นับแต่ยกกองทัพออกมาจากเมืองมะริด พม่าล้อมเมืองถลางอยู่ได้ประมาณ ๑ เดือน บาดเจ็บล้มตายลงประมาณ ๓๐๐-๔๐๐  คน  หมดความสามารถที่จะตีเอาเมืองถลางให้แตกได้  จึงเลิกทัพกลับไป เมื่อวันจันทร์ขึ้น  ๑๔  ค่ำ  เดือน ๔ ปีมะเส็ง สัปตศก ๙ จ.ศ. ๑๑๔๗ ตรงกับวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๒๘


         
๒. เกียรติคุณที่รับ
                   
๒.๑  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร เพราะเมื่อพม่าเลิกทัพกลับไปจากเมืองถลาง  ทัพหลวงของสมเด็จกรมพระราชวังบวรสถานมงคล   สามารถตีทัพพม่าแตกทัพไปสิ้น  พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้คุณหญิงจัน ซึ่งออกรบต่อสู้กับทัพพม่านั้นเป็น ท้าวเทพกระษัตรี คุณมุกเป็นท้าวศรีสุนทร พระราชทานเครื่องยศแก่ทั้งสองตามสมควรแก่ความชอบ
                   
๒.๒  ประชาชนชาวภูเก็ต ได้ร่วมใจกันสร้างอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร เมื่อวันที่ ๒๘  เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๐๙  โดยอนุสาวรีย์  ตั้งอยู่บริเวณเกาะกลางถนนเทพกระษัตรี  อำเภอถลาง  เป็นอนุสาวรีย์ยืนลอยตัว มีฐานยกสูงประมาณ  ๑๐  เมตร  ใช้หินอ่อนเป็นวัสดุในการก่อสร้าง  ซึ่งได้จารึกในดวงศิลาฤกษ์ไว้ว่า
         
"ท้าวเทพกระษัตรี  (จัน) ท้าวศรีสุนทร (มุก) ได้กระทำการป้องกันเมืองไว้เป็นสามารถมิให้พม่าข้าศึกซึ่งยกมาประชิดเมืองถลาง เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๘ ตีหักเอาเมืองได้พม่าแตกทัพกลับไปเมื่อวันจันทร์ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๔  ปีมะเส็ง  จ.ศ.  ๑๑๔๗  เป็นวีรกรรมอันควรแก่ชาวเมืองถลางตลอดจนชาวไทยทั่วไป  ยกย่องสรรเสริญ..."
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: