Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
19 พฤศจิกายน, 2560, 20:58:10

   

ผู้เขียน หัวข้อ: พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ผู้ว่าราชการมณฑลภูเก็ต  (อ่าน 3376 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,600
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 27 กันยายน, 2554, 16:30:41 »

พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ผู้ว่าราชการมณฑลภูเก็ต



ประวัติ
         
ชื่อเดิมคือ  ซิมบี้  แซ่คอ  หรือคอซิมบี้ ซิมบี้แปลว่าผู้มีจิตใจงาม เกิดเมื่อวันพุธ เดือน ๕ ปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๔๐๐ ที่เมืองระนอง บิดาคือ พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซู้เจียง) จางวางผู้กำกับราชการเมืองระนอง มีพี่ชายต่างมารดาถึง ๕  คน คือ คอซิมเจ่ง คอมซิมก๊อง คอซิมจั๊ว คอซิมขิม คอซิมเต็ก ซึ่งแต่ละท่านก็ล้วนมีบทบาทในการเข้ารับราชการต่างพระเนตรพระกรรณทั้งสิ้น
         
คอซิมบี้  เป็นบุตรชายที่บิดารักมาก เนื่องด้วยเป็นบุตรชายคนสุดท้องและเป็นเด็กที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด การที่บุตรชายคนอื่น  ๆ  ล้วนแต่เข้ารับราชการ คอซู้เจียงจึงมุ่งหวังให้คอซิมบี้เป็นพ่อค้า ดังนั้นเวลาไปไหนจึงมักพาลูกชายคอซิมบี้ไปด้วยเสมอ พ.ศ.  ๒๔๑๗  คอซิมบี้ได้ติดตามบิดาไปเมืองจีน  มีโอกาสได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีน เมื่อกลับมาก็ได้พัฒนาการค้าและเป็นผู้จัดการผลประโยชน์ของตระกูลคือห้างโกหงวนที่ปีนัง
         
อย่างไรก็ตาม   พ.ศ.  ๒๔๒๕  คอซิมบี้ได้เริ่มต้นเข้ารับราชการโดยการฝากฝังของพี่ชายคือพระยารัตนเศรษฐี (คอซิมก๊อง)  นำไปถวายตัวเป็นมหาดเล็ก  ซึ่งรัชกาลที่  ๕  ทรงคาดหวังว่าคอซิมบี้จะมีความชำนาญด้านการค้า ด้วยเคยเป็นพ่อค้ามาก่อนในสมัยที่บิดายังมีชีวิตอยู่
         
บั้นปลายชีวิต  พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี  ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานราชการ  ได้รับเกียรติยศเป็นอันมาก วันที่  ๒๕  กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๕๕  ถึงแก่อนิจกรรม รวมอายุได้   ๕๕   ปี



ผลงานและเกียรติคุณที่ได้รับ
         
๑. ด้านการปกครอง
                   
๑.๑  เป็นผู้วางรากฐานความเจริญให้แก่หัวเมืองทางภาคใต้โดยเฉพาะเมืองภูเก็ต ทั้งนี้ได้รับการวางรากฐานมาตั้งแต่สมัยพระยาทิพรักษา (โต  เชติกเสถียร) ผู้ว่าราชการมณฑลภูเก็ตระหว่าง พ.ศ. ๒๔๓๗-๒๔๔๑ และมาสำเร็จในสมัยพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ
                   
๑.๒  ได้ปรับปรุงการรักษาความสงบภายในทั้งด้านระบบและวิธีการ เช่น การดึงประชาชนให้มามีส่วนร่วมในการปราบปรามโจรผู้ร้าย ทั้งนี้ยึดหลักการปกครองแบบพ่อปกครองลูก  วางตัวใกล้ชิดประชาชน กระจายงานและความรับผิดชอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชา จัดตั้งที่ว่าการกำนันแห่งแรกขึ้นในมณฑลภูเก็ต
                   
๑.๓  เป็นนักปกครองที่สามารถแก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นประจำระหว่างนายเหมืองกับกรรมกรจีน โดยใช้วิธีไกล่เกลี่ยประนีประนอมมากกว่าการใช้กำลังปราบปราม และยังแต่งตั้งชาวจีนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาอั้งยี่
                   
๑.๔  จัดตั้งสุขาภิบาลแห่งแรกที่ภูเก็ตเพื่อเป็นตัวอย่างแก่มณฑลอื่น ๆ
         
๒. ด้านเศรษฐกิจ
                   
๒.๑  ส่งเสริมการประกอบอาชีพการทำเหมืองแร่ การเกษตร การนำเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเข้ามาใช้ เช่น เครื่องสูบน้ำ ดูดแร่ ต่อเรือขุดแร่ขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้นายทุนตะวันตกเข้ามาแทนที่นายทุนจีน นอกจากนี้ยังพัฒนาเส้นทางคมนาคมทางถนนโดยการจัดสร้างถนนเพิ่มขึ้นหลายสาย  ทั้งถนนภายในเมืองภูเก็ตและถนนเชื่อมระหว่างเมืองภูเก็ต เช่น  พังงา  กระบี่ ระนอง ตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราช รวมทั้งถนนภายในเมืองเหล่านั้นด้วย
                   
๒.๒  เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียดอกเบี้ยแพง ๆ แก่ชาวจีน จึงได้ชักจูงให้ธนาคารชาร์เตอร์เข้ามาตั้งที่ทำการในภูเก็ตเพื่อเป็นประโยชน์ในการค้าดีบุกและประโยชน์ในการกู้เงิน
                   
๒.๓  ส่งเสริมการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อการค้า  ที่สำคัญคือการริเริ่มนำพันธุ์ยางพาราเข้ามาปลูกในภูเก็ต ส่งเสริมการปลูกพริกไทย  กาแฟ  มะพร้าว หมาก จาก รวมทั้งการเลี้ยงสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ หมู แล้วส่งไปขายปีนัง
         
๓. ด้านการศึกษา จัดสร้างโรงเรียนเพิ่มเติมเป็น ๑๑๗ แห่ง         
๔. ด้านสาธารณสุข ได้จัดตั้งแพทย์ประจำตำบล มีเครื่องเอกซเรย์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
         
เกียรติภูมิที่ได้รับ
         
๑. ได้รับการยกย่อง
                   
๑.๑  ได้รับยกย่องว่าเปรียบดังพระหัตถ์ข้างซ้ายของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพในการปฏิบัติงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายสมดังพระประสงค์โดยไม่มีการติดขัด
                   
๑.๒  ได้รับยกย่องจากรัชกาลที่ ๖ ว่า เป็นพระสหายใกล้ชิด ปรึกษาหารือกันได้ทั้งนี้ทรงโปรดฯ ให้เป็นองคมนตรี และมีพระราชดำริจะแต่งตั้งให้เป็นเสนาบดีกระทรวงเกษตรแต่คอซิมบี้ขอผัดผ่อนไว้ก่อน
                   
๑.๓  คณะทำงานกิจกรรมข้าราชการพลเรือน ยกย่องท่านให้เป็นนักปกครอง ๑ ใน ๕ ของข้าราชการพลเรือนดีเด่นสาขาการปกครองในรอบ ๒๐๐ ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และเป็นนักปกครอง ๑ ใน ๕ ที่ไม่มีความรู้ทางหนังสือ อ่านเขียนไม่ได้ ได้แค่เพียงเซ็นชื่อตนเองเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันก็สามารถเจรจาภาษาต่างประเทศได้ถึง ๙ ภาษา เป็นภาษาจีนต่าง ๆ ๕ ภาษา ที่เหลือ คือภาษาไทย อังกฤษ มลายู และฮินดูสตานี
                   
๑.๔  รับราชการฉลองพระเดชพระคุณสืบต่อกันถึง ๒ รัชกาล คือรัชกาลที่ ๕ กับรัชกาลที่ ๖ โดยเฉพาะรัชกาลที่  ๕  ทรงโปรดปรานมาก  ด้วยเชื่อถือในความสามารถ  ทรงหารือเรื่องราชการบ้านเมือง  ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ห้อยกระบี่เข้าเฝ้าได้และไม่ต้องหมอบคลาน
         
๒. ได้รับบรรดาศักดิ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์
                   
๒.๑  เมื่อเข้ารับราชการใน พ.ศ. ๒๔๒๕ ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหลวงบริรักษ์โลหะวิไสย ผู้ช่วยราชการเมืองระนอง
๒.๒  พ.ศ. ๒๔๒๘ ได้บรรดาศักดิ์เป็นพระอัษฎงคตทิศรักษา เจ้าเมืองกระบุรี
๒.๓  พ.ศ. ๒๔๓๓ ได้บรรดาศักดิ์เป็นพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี เจ้าเมืองตรัง
๒.๔  พ.ศ. ๒๔๔๔ ได้รับแต่งตั้งเป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต ดูแลเมืองขนาดเล็กในภาคใต้ได้แก่ เมืองกระบุรี  ภูเก็ต  พังงา  กระบี่  ระนอง ตะกั่วป่า ตรัง สตูล ซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็นสมุหเทศาภิบาลผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดคนหนึ่งของภาคใต้ในยุคนั้น
๒.๕  ได้รับพระราชทานสายสะพายช้างเผือกชั้น   ๑   แต่ยังไม่ทันได้รับก็ถึงแก่อนิจกรรมก่อน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: