Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
24 พฤศจิกายน, 2560, 01:39:21

   

ผู้เขียน หัวข้อ: การเพาะเลี้ยงไข่มุก  (อ่าน 20880 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,601
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 27 กันยายน, 2554, 16:19:22 »

การเพาะเลี้ยงไข่มุก



สถานที่ตั้ง          จังหวัดภูเก็ต

ความสำคัญทางเศรษฐกิจและสังคม
         
ไข่มุกที่ผลิตได้จากฟาร์มเพาะเลี้ยงในจังหวัดภูเก็ตได้ราคาดีกว่าไข่มุกญี่ปุ่น ที่ญี่ปุ่นราคาอย่างสูงประมาณเม็ดละ ๑,๐๐๐ บาท แต่ที่ภูเก็ตเคยจำหน่ายได้ถึงเม็ดละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท อย่างต่ำก็มีราคาเม็ดละ ๔๐๐ - ๘๐๐ บาท ชาวต่างประเทศนิยมมุกภูเก็ตมาก เพราะเป็นมุกน้ำดี สีสวยงามและแวววาวมาก





         
การคัดเลือกไข่มุก มีวิธีการสังเกต คือ
         
(๑)  ลักษณะของไข่มุกที่ดี  ค่อนข้างกลมอิ่มเอิบหรือเป็นรูปพุทราจีน มีลักษณะกลมรีเล็กน้อย เหมาะสำหรับใช้ทำแหวน สร้อยคอ ต่างหู และเข็มกลัด       
(๒)  สีของไข่มุก มีหลายสี แต่สีที่เป็นที่นิยมมากที่สุด ได้แก่ สีเงินที่แวววาวและสีแก้มเด็กซึ่งเป็นสีสวยสดคล้ายแก้มเด็กอ่อน
(๓)  ลักษณะที่มีความเรียบเป็นเงางาม ไข่มุกที่ดีจะต้องมีผิวเรียบ เกลี้ยง สะอาด มีเงางาม
(๔)  มีแสงสะท้อน ไข่มุกที่เลี้ยงนาน ๆ จะยิ่งมีความหนา และมีความแข็งแรงมาก จะเพิ่มความสีแสงสะท้อนแวววาวยิ่งขึ้น มองดูสวยงามและมีราคาสูง
         
ไข่มุกที่ได้จากการเลี้ยงมีสองลักษณะ  คือ มุกซีกและมุกกลม มุกซีกได้จากหอยมุกกัลปังหา มีขนาดตั้งแต่ ๑๐ - ๑๔ มิลลิเมตร ส่วนซีกที่ได้จากหอยมุกจาน มีขนาดตั้งแต่ ๑๐ - ๑๘ มิลลิเมตร มุกซีกนี้เหมาะที่จะใช้ทำเป็นเครื่องประดับ เช่น แหวน ต่างหู จี้แขวนคอ ส่วนมุกกลมมีราคาสูงกว่า เพราะใช้ประโยชน์ได้รอบข้างดูงามทุกส่วน ทำเป็นเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ สร้อยมือ ต่างหู เข็มกลัด จี้แขวนคอ เป็นต้น
         
มุกเลี้ยงที่เลี้ยงอยู่ในภูเก็ตขณะนี้  ส่วนใหญ่เป็นการเลี้ยงมุกซีก และมีคนภูเก็ตเป็นเจ้าของกิจการเอง โดยใช้หอยกัลปังหาเลี้ยงสำหรับมุกกลมมีกรรมวิธีซับซ้อนมาก ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญจริง ๆ และโดยมากต้องใช้หอยมุกจานเลี้ยงเพราะตัวโตกว่า ต้องทำการผ่าตัดและเย็บแผลหลังจากนำวัตถุ  (เปลือกหอยมุก) ใส่เข้าไปในตัวมุก
         
ฟาร์มเลี้ยงไข่มุกที่จังหวัดภูเก็ตที่ใหญ่ที่สุดคือ  ฟาร์มเลี้ยงไข่มุกที่เกาะนาคา ที่สะปำและฟาร์มที่อ่าวยน สำหรับฟาร์มเลี้ยงไข่มุกที่เกาะนาคานั้น ดร.สุจิตต์ หิรัญพฤกษ์ ได้เข้าหุ้นร่วมกับชาวญี่ปุ่น ปีหนึ่ง ๆ ผลิตไข่มุกออกจำหน่ายต่างประเทศไม่ต่ำกว่า ๓,๐๐๐ เม็ด ทำรายได้เข้าประเทศปีละไม่น้อย


         
กรรมวิธีการเลี้ยงไข่มุกอาศัยวิธีแอบอิงธรรมชาติของหอยที่ว่าถ้ามีสิ่งอะไรแปลกปลอมเข้าไป   เซลของเนื้อเยื่อที่หุ้มเกาะติดแน่นอยู่กับเปลือกหอยชั้นใน    มุกก็จะแบ่งตัวออกมาเกาะตรงบริเวณที่ระคายเคืองและเคลือบเป็นเม็ดเล็กๆ ขึ้น เมื่อนานๆ เข้าก็จะทำให้เม็ดนั้นกลายเป็นเม็ดมุกสีสวยงาม เป็นสีขาว สีเงิน สีชมพู สีเหลือง สีเทา  และสีดำ พร้อมทั้งมีสีประกายรุ้งอยู่ในตัวจากธรรมชาติดังกล่าวนี้ ผู้เลี้ยงมุกจึงใช้วิธีเอาวัตถุใส่เข้าไปในเปลือกหอยมุกที่ยังมีชีวิตอยู่โดยวิธีนำเอาเปลือกหอยตัวอื่นๆ  มาเจียระไนให้เป็นเม็ดเล็กๆ แล้วนำไปติดที่เปลือกชั้นในของหอยเลี้ยง เพื่อให้เกิดระคายเคืองและงอกไข่มุก
         
หอยที่งอกไข่มุกได้สวยที่สุด  ได้แก่ หอยมุกจาน ซึ่งชอบอาศัยอยู่ตามทะเลที่มีอุณหภูมิอบอุ่น น้ำทะเลไหลไม่เชี่ยวนัก คลื่นลมไม่แรง น้ำทะเลใสสะอาด ไม่ขุ่น มีพื้นดินปนทราย ลึกประมาณ ๑๐-๓๐ เมตร ขนาดอุณหภูมิประมาณ ๑๔-๒๗ องศาเซลเซียส
         
ในการเลี้ยงหอยมุกที่ภูเก็ต  เจ้าของฟาร์มมุกจะว่าจ้างชาวเล (ชาวน้ำ) นำเรือหางยาวออกไปดำหาหอยมุก  โดยใช้ถังออกซิเจนวางไว้บนเรือ  แล้วต่อท่อยางเข้ากับหน้ากาก  ให้คนดำลงไปงมเอาหอยมุกขึ้นมา  คนพวกนี้จะดำน้ำได้นาน ๆ  และเขาสามารถดำได้ลึกถึง ๑๐-๓๐ เมตร หอยที่จะหามาเลี้ยงจะต้องเป็นหอยมุกพันธุ์ที่ดี ๆ คือ หอยมุกจาน (pearl oyster) ซึ่งจะงอกเม็ดมุกโต พันธุ์ที่รองลงมาคือ หอยมุกกัลปังหากาบสีดำ ซึ่งจะงอกเม็ดมุกไม่ค่อยโตหอยมุกที่จะนำมาเลี้ยงจะต้องเป็นหอยหนุ่มสาว



         
ฤดูที่เหมาะแก่การเลี้ยงหอยมุก   คือ  ระหว่างเดือนพฤศจิกายน  ถึงเมษายน  เมื่อได้หอยมุกมาแล้วจะต้องนำหอยมุกนั้นไปพักฟื้นในสถานที่ที่ได้จัดเตรียมไว้แล้วสักประมาณ ๒-๓ สัปดาห์ หลังจากนั้นก็ทำการคัดเลือกหอยที่โตขนาด ๔  นิ้ว  ถึง  ๖ นิ้ว จัดใส่ลงในกรงเลี้ยงไว้ ขนาดของกรงให้มีช่องรูกว้างประมาณ ๐.๗๕-
๐.๙ เซนติเมตร เมื่อหอยโตขึ้นก็แยกย้ายให้ห่างออกโดยใช้กรงที่มีขนาดโตขึ้น ในการเลี้ยงต้องคอยหมั่นตรวจตรา  คอยยกขึ้นมาดูเสมอ   ถ้าหากมีสิ่งมีชีวิตอื่นมาเกาะติดอยู่ต้องคอยทำความสะอาดโดยใช้แปรงขัดออก

เมื่อเห็นว่าหอยมุกแข็งแรงดีแล้วและตัวโตได้ที่แล้ว ก็ตัดมาทำการเพาะไข่มุกต่อไป โดยใช้เปลือกหอยตัวอื่นทีเจียระไนเป็นเม็ดเล็ก ๆ ไปติดที่เปลือกชั้นในของหอยที่เพาะเลี้ยงเพื่อให้เกิดการระคายเคือง ในระหว่างที่เพาะไข่มุกจะต้องย้ายแพมุกไปไว้ในสถานที่คลื่นลมสงบ  เพื่อไม่ให้แผลที่ระคายเคืองอับเสบ   ระยะเวลาของการเพาะเลี้ยงประมาณ ๑-๒  ปี  ในช่วง ๕-๖ เดือน หลังจากที่ได้ใส่วัตถุเข้าไปในปากของหอยมุกแล้วต้องนำมาตรวจสอบดูว่าเม็ดวัตถุนั้นยังผลให้เกิดไข่มุกงอกขึ้นหรือไม่ตามปกติ   ถ้ายิ่งเลี้ยงไว้นานเท่าไรก็ยิ่งทำให้ได้มุกหนาขึ้น เป็นเงางามขึ้น และมีราคาดีขึ้นตามลำดับ








ปัญหาที่อาจมีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

          ๑. ทำให้เสียทัศนียภาพความงามของชายทะเลได้
          ๒. ทำให้ปะการังในทะเลเกิดความเสียหายและเสียสมดุลทางธรรมชาติไปได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,601
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 28 กันยายน, 2554, 06:42:48 »

เครื่องประดับไข่มุก



วัสดุ
         
ไข่มุกเลี้ยงที่ผลิตได้จากฟาร์มเพาะเลี้ยงในจังหวัดภูเก็ต  ซึ่งเป็นมุกน้ำดี สีสวยงามและแวววาวมาก มีทั้งมุกซีก  และมุกกลม  นอกจากนี้ก็มีวัสดุสำหรับประกอบเข้ากับไข่มุกออกมาเป็นเครื่องประดับแบบต่างๆ เช่น สายเอ็นอย่างดี  ตัวเกลียวสำหรับต่อกับเอ็นเพื่อใช้ในการสวมใส่หรือถอดออก  แป้นเข็มกลัด แป้นต่างหู ทั้งประเภทหนีบและประเภทสวมกับติ่งหู เรือนแหวน และกาว เป็นต้น



วิธีการการทำ
         
การทำสร้อยคอและสร้อยข้อมือ    ให้นำมุกที่ขัดจนขึ้นเงาแล้วเจาะรูนำมาร้อยกับสายเอ็นอย่างดีจนได้ความสั้นยาวตามต้องการ แล้วที่ปลายเอ็นทั้งสองข้างก็ติดตัวเกลียวสำหรับปลดสายสร้อยเวลาสวมหรือถอดออก หากทำต่างหูก็ติดไข่มุกที่แป้นต่างหู ทำแหวนก็นำไข่มุกไปเข้าเรือนแหวน ทำเข็มกลัดก็นำไข่มุกไปติดกับแป้นเข็มกลัด เป็นต้น





การประยุกต์ใช้
         
การร้อยไข่มุกเป็นสร้อยคอหรือสร้อยข้อมือ     อาจร้อยมากกว่าหนึ่งสายเป็นสองสายหรือสามสายก็ได้ โดยให้มีความสั้นยาวลดหลั่นกันลงไป  ขนาดของมุกอาจมีขนาดเดียวกันทั้งสายหรือไล่ขนาดเล็กไว้โดนสาย ขนาดกลางไว้ถัดมาและขนาดใหญ่ไว้ตรงกลางสายก็ได้
         
นอกจากมุกกลมแล้วยังอาจใช้มุกซีกในการทำต่างหู  หัวแหวน กำไลมือ เข็มกลัดติดเสื้อ หรือออกแบบเป็นชี้ห้อยคอ ที่คาดผมหรือปิ่นปักผมอีกก็ได้

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,601
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 28 กันยายน, 2554, 06:44:36 »

เครื่องมุกภูเก็ต



วัสดุ
         
เปลือกหอยมุก  ทั้งหอยมุกโข่ง  หอยมุกกาบ  หอยมุกจาน และเปลือกหอยชนิดอื่นๆ ที่มีสีสันสวยงามตามธรรมชาติ มาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ตลอดจนเป็นเครื่องตกแต่งบ้านเรือน จนเป็นศิลปหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงของภูเก็ต



วิธีการทำ
         
นำเปลือกหอยมาร่างและใช้แผ่นเหล็กกล้าแต่งให้คม  มากรีดหรือเจียนเปลือกหอยให้ได้รูปร่างคร่าว ๆ ตามที่ร่างแบบไว้ สลักหรือฉลุให้มีลวดลายสวยงามในกรณีที่ชิ้นงานต้องการความละเอียด เช่นที่เขี่ยบุหรี่ จัดตกแต่งชิ้นส่วนของเปลือกหอยให้เป็นแบบต้องการ  และนำไปขัดแต่งผิวให้ลื่นเป็นเงา   ชิ้นงานใดต้องมีวัสดุอย่างอี่นเพิ่มเติมก็ต้องเพิ่มเข้าไปเพื่อให้เป็นงานที่สมบูรณ์ออกมา เช่น ทัพพีต้องใช้ไม้หรือเขาสัตว์ทำเป็นด้าม ผูกร้อยเชือกกับด้ามด้วยเส้นสวด เป็นต้น



การประยุกต์ใช้
         
เครื่องมุกภูเก็ตเริ่มจากการทำทัพพีตักข้าวของเรือนจำภูเก็ตใน  พ.ศ.  ๒๔๘๐ ผลก็คือทัพพีจากเปลือกหอยขายดีมาก เพราะเป็นของแปลกสำหรับผู้มาเยือนและการเป็นของฝากสำหรับผู้หลักผู้ใหญ่หรือซื้อเอาไปใช้เองเป็นของที่ระลึก ฯลฯ จึงมีการคิดทำเลียนแบบ และสร้างสรรค์ชื้นงานอย่างอื่นเพิ่มเติม เช่น ทำกระเป๋า กรอบรูป โคมไฟฟ้าทั้งแบบแขวนและแบบตั้งโต๊ะ  รูปสัตว์ต่าง  ๆ  เช่น  นกยูง  มังกร  หงส์ฟ้า ภาพประดิษฐ์สำหรับตกแต่งบ้าน ถาด กล่องใส่กระดาษ จานรองถ้วยแก้ว พวงกุญแจ ที่เขี่ยบุหรี่ โมบาย เป็นต้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: