Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
25 กันยายน, 2560, 00:36:50

   

ผู้เขียน หัวข้อ: จอมร้าง  (อ่าน 2163 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
ยามเฝ้าบอร์ด
ผู้ดูแลบ้าน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,462
สมาชิกลำดับที่ 1
มือปราบเกรียน



| |

« เมื่อ: 20 กันยายน, 2554, 21:34:51 »

จอมร้าง



พระราชประวัติ
         
จอมร้าง หรือจอมรั้ง เป็นบิดาท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร วีรสตรีแห่งเมืองถลาง
         
จอมร้างนี้พงศาวดารเมืองถลางบ่งว่า  แม่ชื่อดำ ตัวชื่อเรื่อง หรือ "เรือง" ส่วนที่เรียกกันว่าจอมร้างนั้น สุนัย ราชภัณฑารักษ์ แสดงทรรศนะไว้ในเรื่องท้าวเทพกษัตรีว่า "จอมร้างนั้นก็เป็นสมญาที่เกิดขึ้นจากการที่เป็นผู้รั้งตำแหน่งอยู่ตลอดอายุขัยไม่ได้รับพระราชทานเครื่องยศตราตั้งกับเขาสักที   ก็เรียกกันเลยตามเลยว่าจอมรั้ง ซึ่งภายหลังก็เพี้ยนไปเป็นจอมร้าง"


         
พงศาวดารเมืองถลางกล่าวว่า  "เมืองถลางแต่ก่อนนั้นจอมร้างบ้านตะเคียนเป็นเจ้าเมือง  เมียจอมร้างเป็นแขกเมืองไทร (ชื่อ)  หม่าเสี้ย  ลูกมะหุมเถ้าแต่ก่อน  ผัวตายเป็นหม้ายอยู่  มะหุมน้องบากมาเงินมรดกห้าแสนเศษ หม่าเสี้ยขัดใจไม่อยู่เมืองไทรมาอยู่เมืองถลาง ได้กับจอมร้างเป็นผัว มีลูกชาย ๒ หญิง ๓ รวม ๕ คน หญิงชื่อจัน เป็นท้าวเทพกระษัตตรี หญิงน้องถัดมาชื่อมุก เป็นท้าวศรีสุนทร       

ครั้นต้นแผ่นดินพระบรมอัยกาธิราช น้องหญิงคนหนึ่งชื่อหมา  น้องชายชื่ออาด  เป็นพระยาถลาง  น้องชายคนหนึ่งชื่อเรืองที่เป็นพล"  จากพงศาวดารตอนนี้แสดงว่าภรรยาของจอมร้างเป็นเชื้อสายขุนนางเมืองไทรบุรี  ชื่อหม่าเสี้ย  เป็นหม้ายเพราะสามีตาย    เกิดขัดใจเรื่องการแย่งชิงมรดกจึงมาอยู่เมืองถลางและได้เป็นภริยาของจอมร้างจนมีบุตรชาย ๒  คน  บุตรี ๓ คน รวม ๕ คน เรียงตามลำดับ คือ จัน (ท้าวเทพกระษัตรี) มุก (ท้าวศรีสุนทร) หมา อาด (พระถลาง) และเรือง (พระปลัด)


         
จอมร้างถึงแก่กรรม   พ.ศ.๒๓๐๙   พระยาถลาง (เทียน)  บุตรของคุณหญิงจัน  กับนานภักดีภูธร (หม่อมศรีภักดี) ได้เป็นเจ้าเมืองถลางสืบต่อมา
         
บ้านตะเคียนซึ่งเป็นถิ่นฐานบ้านเกิดของจอมร้างนั้น  ได้เปลี่ยนเป็นตำบลตะเคียนในปี  พ.ศ.  ๒๔๓๙ ครั้นถึง พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้รวมกับบ้านดอนซึ่งเป็นบ้านเดิมของจอมเฒ่าแล้วเปลี่ยนชื่อเป็นตำบล "เทพกษัตรีย์" เพื่อเป็นเกียรติอนุสรณ์แก่ท้าวเทพกระษัตรีและเป็นที่ตั้งที่ทำการของอำเภอถลางมาจนถึงปัจจุบัน



ผลงาน
         
พงศาวดารเมืองถลางกล่าวว่า   "จอมเฒ่าอยู่บ้านดอน  จอมร้างอยู่บ้านตะเคียน  จอมเฒ่ากับจอมร้างเป็นลูกพ่อเดียวกันคนละมารดา ลูกหลานมะหุมอยู่บ้านดอนได้เป็นพระยาถลางเจียดทอง" แสดงว่าจอมเฒ่าและจอมร้างมีบิดาเป็นเชื้อเจ้าที่นับถือศาสนาอิสลาม ครั้นบิดามารดาเสียชีวิตจึงได้มีการสถาปนาชื่อเมื่อตายเป็นมรหุม  (ดู   มรหุม) และทั้ง   ๒   ท่านนี้ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรมการเมืองผู้น้อยจากเจ้าเมืองถลางให้มีตำแหน่งบรรดาศักดิ์เป็น  "หลวง" โดยเจ้าเมืองเป็นผู้คัดเลือกออกหมายตั้งเอง  จึงเรียกท่านทั้ง  ๒  เป็นการเคารพว่า "จอม" ทั้งยังเป็นขุนนางเมืองถลางมาก่อน
         
จอมเฒ่าพี่ชายต่างมารดาของจอมร้างได้รับการแต่งตั้งจากพระเจ้าอยู่หัวให้เป็นเจ้าเมืองถลางอย่างสมบูรณ์สืบแทนพระยาถลางคางเซ้งผู้ต้องโทษเข้าไปตายในกรุง  จึงได้รับพระราชทานเครื่องยศครบถ้วนเต็มตามตำแหน่ง มีถาดทองคำ  (เจียดทอง)  เป็นต้น  ครั้นพระยาถลาง (จอมเฒ่า บ้านดอน) ถึงแก่อนิจกรรมในตำแหน่งในปลายรัชกาลพระเจ้าบรมโกศ จอมร้างบ้านตะเคียนได้รั้งตำแหน่งเจ้าเมืองสืบแทนมาจนตลอดรัชสมัยพระเจ้าเอกทัศ (พ.ศ.  ๒๓๐๑  - ๒๓๑๐) เนื่องจากในระยะนี้ทางกรุงติดการรบพุ่งแย่งราชสมบัติกันเองบ้าง  ติดการสงครามกับพม่าบ้างจึงไม่มีเวลาที่จะตั้งตำแหน่งข้าราชการหัวเมือง   จอมร้างจึงมิได้รับพระราชทานเครื่องยศตราตั้งจากกรุงให้เป็นพระยาสุรินทราชา  พระยาถลางเจียดทอง  จึงเรียกกันว่าจอมรั้งหรือจอมร้างตลอดมาจนถึงแก่กรรม

เกียรติคุณที่ได้รับ
         
จอมร้างได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองถลาง ตลอดรัชสมัยพระเจ้าเอกทัศ (พ.ศ. ๒๓๐๑-๒๓๑๐)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: