ตำนาน พังพการ (นิทานพื้นบ้าน)

(1/1)

นภดล:
พังพการ

http://www.nakornsri.com/index.php?topic=50.0


         
 พังพการเป็นวีรบุรุษในสมัยอาณาจักรตามพรลิงค์ (ชื่อเดิมของนครศรีธรรมราช)เป็นขุนพลแก้วของพระเจ้าจันทรภาณุที่ ๓ กษัตริย์ผู้เข้มแข็งแห่งตามพรลิงค์

ประวัติ
         
พังพการ เป็นลูกชายคนเดียวของชาวนา ของบ้านนพเตียร วัยทารก  ชาวนาพ่อแม่เมื่อออกไปทำนาจะนำลูกน้อยไปด้วย  โดยผูกเปลไว้ที่กิ่งต้นหว้าซึ่งงอกที่คันนาของตน ขณะที่ทั้งสองกำลัดำนาอยู่นั้นก็ได้มีงูบองหลา (จงอาง)ใหญ่ตัวหนึ่งเลื้อยเข้าไปที่เปลของเด็กน้อยโดยได้แผ่พังพานชูขึ้นเหนือเปล แล้วได้คาแก้วไว้ในเปลนั้นด้วย เสร็จแล้วก็ได้เลื้อยเข้าป่าหายไปทางทิศตะวันตก

พ่อแม่ของทารกน้อยและเพื่อนชาวนาที่กำลังดำนาอยู่ ณ ที่นั่นต่างก็พากันตกใจ และได้รีบวิ่งเข้ามาดูที่เปลของบุตรตนทันที  จึงเห็นว่าทารกน้อยไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใดและยังนอนเล่นแก้วของพญางูอยู่ด้วย ต่างก็รู้สึกยินดีในบุญบารมีของทารกน้อยยิ่งนัก จึงได้ตั้งชื่อว่า "พังพการ"


       
วัยเด็ก  พังพการมีอายุมากขึ้นพอที่จะทำงานได้ ชาวนาพ่อแม่จึงใช้ให้นำวัวควายไปเลี้ยงในทุ่งนาใกล้บ้านเหมือนกับลูกชาวนาคนอื่น ๆ  พังพการจึงมีเพื่อนฝูงที่เป็นเด็กเลี้ยงวัวเลี้ยงควายด้วยกัน  ตั้งแต่นั้นมาในทุกๆ วันที่ได้ปล่อยวัวควายออกหากินกันตามลำพังแล้ว  เด็กๆ ก็ได้เล่นกันตามประสาเด็ก เช่น เล่นฟาดทึง ปิดตาลักซ่อน พัดราว พัดวงหรือเล่นเก้ เล่นกันเช่นนั้นทุกวันตามโอกาสที่จะเลือกเล่น แต่ทุกครั้งที่เล่นกัน ฝ่ายข้างเด็กน้อยพังพการมักจะเป็นฝ่ายชนะอยู่เสมอ   จึงได้รับยกย่องจากเด็กอื่น   ๆ   ให้เป็นหัวหน้าของเด็กทั้งหลายในละแวกบ้านนั้น


         
ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นการเล่นรบทัพจับศึก  ซึ่งต่างคนก็ได้เอาไม้พาเขมาทำเป็นดาบหอก อาวุธคู่มือ แบ่งพวกกันต่อสู้ด้วยหอกดาบไม้พาเขโดยมีพังพการเป็นผู้ควบคุมและบงการอยู่อีกเช่นเคย อยู่มาวันหนึ่งพังพการได้ชวนเพื่อนๆ ไปวิดปลาและจับปลากันในหนองน้ำ โดยชันชี (พนัน) กันว่าทุกคนต้องรับผิดชอบในหน้าที่การจับปลาให้เคร่งครัด  คือถ้าปลาหลุดออกไปทางที่ผู้ใดรับผิดชอบแล้ว ผู้นั้นก็จะได้รับโทษถึงถูกตัดศีรษะด้วยดาบไม้พาเขของพังพการผู้เป็นหัวหน้า 

ขณะนั้นได้มีปลาช่อนตัวใหญ่หลุดออกทางที่เด็กผู้หนึ่งรับผิดชอบอยู่ เด็กผู้นั้นจึงถูกพังพการตัดศีรษะด้วยดาบไม้พาเข ด้วยเหตุอย่างไรมิทราบได้ ดาบไม้พาเขอันเป็นของเด็กเล่นจึงได้คมประดุจดาบเหล็กจริงๆ ขึ้นได้ ทำให้ศีรษะเด็กผู้นั้นขาดไปเหมือนกับถูกฟันด้วยดาบจริงๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้พังพการตกใจมาก เพราะไม่คิดว่าเพื่อนของตนจะมาตายกับการเล่นเช่นนี้


         
ฝ่ายพ่อแม่ของเด็กที่เสียชีวิตได้ฟ้องร้องเรื่องที่เกิดขึ้นไปยังกรมการเมือง  เมื่อกรมการเมืองได้ออกไปไต่สวนเรื่องราว แล้วมากราบทูลให้พระเจ้าจันทรภานุทรงทราบเรื่องประหลาดนี้ ในที่สุดพระเจ้าจันทรภานุจึงให้กรมการเมืองนำพังพการมาให้พระองค์ทอดพระเนตรและรู้สึกพอพระทัยเพราะทรงเห็นว่าเป็นผู้ที่มีลักษณะดีเลิศผู้หนึ่งในแผ่นดิน จึงทรงรับเอาไว้เป็นราชบุตรบุญธรรม
       
การศึกษา 
  
ในวัยหนุ่มพังพการได้ศึกษาศิลปวิทยาและเพลงอาวุธจากพระราชบิดาจนเก่งกล้า และเชี่ยวชาญยิ่ง ซ้ำยังเป็นผู้ที่มีพละกำลังเหนือกว่าคนทั้งหลาย  และยังสามารถล่องหนหายตัวได้อีกด้วยเพราะฤทธิ์อำนาจของแก้วพญางูของประจำตัว
 
ผลงานและเกียรติคุณที่ได้รับ
         
ผลงาน พังพการมีผลงานด้านการทำสงครามคือชนะสงครามกับกองทัพชวาดังนี้
         
เมื่อได้มีกองทัพเรือชวาขึ้นมาล้อมนครตามพรลิงค์ไว้  โดยบีบบังคับให้พระเจ้าจันทรภานุยอมอ่อนน้อมต่อกษัตริย์ชวา พระเจ้าจันทรภานุได้ยกกองทัพออกไปสู้รบกับกองทัพชวาทุกวัน  โดยมีหนุ่มน้อยพังพการราชบุตรเป็นแม่ทัพหน้า แม่ทัพพังพการได้ไล่ฆ่าฟันไพร่พลของชวาล้มตายลงวันละหลายร้อยคน จนไพร่พลของชวาร่อยหรอลงทุกวัน  แม่ทัพนายกองชวาที่เหลือตายได้รวบรวมไพร่พลที่เหลืออยู่ถอยร่นไปทางทิศตะวันตกของตัวเมือง โดยไปตั้งมั่นพักพลอยู่ที่บริเวณเชิงเขาลูกหนึ่งพังพการจึงยกกองทัพตามตีทันที  กองทัพชวาแตกพ่ายยับเยินลงอีก จนกระทั่งแม่ทัพนายกองได้ล้มตายลงในสนามรบที่นั่นหมดทุกคน ภูเขาแห่งนั้นต่อมาจึงได้ชื่อว่า "เขามหาชัย" เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะของกองทัพตามพรลิงค์ต่อกองทัพชวามาจนทุกวันนี้


         
เกียรติคุณที่ได้รับ
         
พระเจ้าจันทรภานุได้ปูนบำเหน็จให้พังพการ โดยแบ่งเมืองให้ครอบครองกึ่งหนึ่งชื่อว่า  "ไชยมนตรี"หรือตำบลไชยมนตรี อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในปัจจุบัน


         
๓. หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับพังพการ
         
หลักฐานเกี่ยวกับพังพการวีรบุรุษของอาณาจักรตามพรลิงค์  ยังคงมีปรากฏอยู่ทุกวันนี้ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช คือ
                   
(๑) โคกพังพการ อยู่ในตำบลนาสาร อำเภอพระพรหม                   
(๒) บ้านนพเตียน อยู่ในตำบลไชยมนตรี อำเภอเมือง                   
(๓) เขามหาชัย อยู่ในตำบลท่างิ้ว อำเภอเมือง                   
(๔) เรื่องราวของ "พังพการ"ยังเป็นที่มาของสำนวนภาษาประจำถิ่น สำนวนหนึ่งอีกด้วย คือที่ว่า "ตายด้วยดาบไม้พาเข" หรือ  "ตายกับดาบไม้ปาเข" ซึ่งมีความหมายตรงกับสำนวนที่ว่า "ปลาใหญ่ตายน้ำตื้น"

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ