Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
24 กันยายน, 2560, 11:47:24

   

ผู้เขียน หัวข้อ: กำแพงค่ายตะกั่วป่า  (อ่าน 3837 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 17 กันยายน, 2554, 13:29:13 »

กำแพงค่ายตะกั่วป่า



สถานที่ตั้ง          เขตเทศบาลเมืองตะกั่วป่า จังหวัดพังงา

ประวัติความเป็นมา
         
เมืองตะกั่วป่าในระยะระหว่างปี  พ.ศ.๒๔๐๔  -๒๔๓๓  ได้รับการเชิดชูให้สูงขึ้นมากกว่าหรือเทียบเท่ากับเมืองพังงาและถลางในอดีตอย่างแท้จริง เจ้าเมืองมีอำนาจมาก เป็นผู้สำเร็จราชการเมือง และมีหน้าที่ดูแลเมืองอื่น ๆ  ด้วย  โดยเฉพาะเมืองตะกั่วทุ่ง  แต่อย่างไรก็ตามหัวเมืองชายฝั่งตะวันตก ในระยะดังกล่าวต่างก็เจริญรุ่งเรืองขึ้น  จากการขยายตัวของความต้องการดีบุกในตลาดโลก เพื่อนำไปทำแผ่นเหล็กอาบดีบุก ในขณะเดียวกันเจ้าเมืองตะกั่วป่าและเมืองอื่น ๆ  มั่งคั่งจากการผูกขาดทางภาษีแบบ "เหมาเมือง" ดังจะเห็นได้จากจำนวนภาษีที่รับผูกขาดไปจากสมุหกลาโหมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  จากปีละ  ๒๖,๙๖๐  บาท  ต่อปี  พ.ศ.๒๔๑๕ เป็นปีละ ๒๙,๐๔๐ บาท ในปี พ.ศ.๒๔๑๕ และปีละ ๑๒๐,๐๐๐ บาท ในปี พ.ศ.๒๔๑๘ หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า ๔ เท่าตัว ในระยะเวลาเพียง ๓-๔ ปีเท่านั้น ความมั่งคั่งของเมืองตะกั่วป่า และเจ้าเมืองตะกั่วป่าเกิดขึ้นในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ทั้งในเมืองตะกั่วป่าเอง และในส่วนถลาง


         
ในเมืองตะกั่วป่า  ชาวจีนได้อพยพเข้ามาทำเหมืองแร่จำนวนมาก และแบ่งเป็นพวก ๆ ได้แก่ พวกยี่หิน พวกปูนเถ้าก๋ง  และพวกโฮเซ่ง  เกิดการแย่งชิงผลประโยชน์จากการทำเหมืองแร่และกลายเป็นกลุ่มอิทธิพลที่เจ้าเมืองและกรรมการเมืองอื่น ๆ  ต้องยอมรับโดยแต่งตั้งหัวหน้าชาวจีนขึ้นเป็นกรมการเมือง  ตำแหน่งหลวงบำรุงจีนประชา และขุนรักษาจีนประเทศ นายอำเภอจีนที่ ๑ และที่ ๒ แต่ก็ไม่สามารถระงับปัญหาข้อขัดแย้งต่างๆ ได้ ชาวจีนจึงก่อความวุ่นวายขึ้นบ่อย ๆ แต่โชคดีที่เมืองตะกั่วป่ามีคนจีนอยู่น้อย การจลาจลเกิดขึ้นในเมืองที่มีคนจีนมาก แล้วจึงลุกลามมาถึงเมืองตะกั่วป่า ซึ่งไม่รุนแรงมากนัก เจ้าเมืองและกรมการเมืองสามารถรักษาสถานการณ์ไว้ได้ทุกครั้ง เพื่อป้องกันความวุ่นวายจึงมีการสร้างกำแพงเมืองค่ายตะกั่วป่าขึ้น
         
กำแพงค่ายตะกั่วป่า สร้างขึ้นในสมัยพระยาเสนานุชิต  (นุช  ) ผู้ว่าราชการเมืองตะกั่วป่าเป็นผู้สร้างล้อมรอบจวนที่พำนัก  เป็นกำแพงค่ายป้องกันศัตรูที่ก่อด้วยกรวดทรายผสมปูนด้วย   เล่ากันว่าเมื่อคราวอั้งยี่ พวกโฮเซ่งกับอั้งหิน (หรือยี่หิน)  ในเมืองตะกั่วป่ารบกันเมื่อราว  พ.ศ.๒๔๒๔ ผู้คนแตกตื่นหนีภัยเข้ามาอยู่ในกำแพงค่าย พวกอั้งยี่ที่สู้ไม่ได้  ก็หลบหนีเข้ามาอยู่ในค่ายด้วย  ในค่ายจึงมีทั้งพวกอั้งยี่ที่บาดเจ็บและแตกหนีศัตรูมา ผลจากการก่อความวุ่นวายของชาวจีนทำให้การผลิตแร่ดีบุกต้องชะงักลง ผลิตได้น้อยลง มีผลเสียต่อภาวะเศรษฐกิจของหัวเมืองภาคใต้เป็นอย่างมาก เพราะคนจีนอพยพกลับประเทศจีนจำนวนมาก เมืองแถบนี้จึงซบเซา และยังถูกซ้ำเติมจากราคาดีบุกตกต่ำ ทำให้เมืองตะกั่วหมดความสำคัญ กำแพงค่ายได้ถูกทิ้งรกร้าง



ความสำคัญต่อชุมชน
         
กำแพงค่ายตะกั่วป่า  บ่งบอกถึงแหล่งสำคัญทางประวัติศาสตร์ในอดีตกาลที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความเจริญงอกงามในชุมชนตะกั่วป่า ได้ช่วยร่วมแรงกันก่อสร้างด้วยความรัก ความสามัคคี เพื่อป้องกันพวกที่ต่อต้านพวกก่อความวุ่นวายของบ้านเมืองในตะกั่วป่า จนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม
         
กำแพงค่ายสร้างขึ้นเพื่อป้องกันศัตรู  ก่อด้วยกรวดทรายผสมปูนล้วน หนา ๕๘.๕ เซนติเมตร สูง ๓.๘๐ เมตร ไม่ใช่ก่ออิฐถือปูนอย่างกำแพงทั่วไป  ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง  ๙๕  เมตร  ยาว ๑๕๘ เมตร ภายในแบ่งเนื้อที่ออกเป็นสองส่วน โดยมีกำแพงกั้น คือส่วนหนึ่ง ยาว ๑๐๗ เมตร อีกส่วนหนึ่งยาว ๕๑ เมตร ในปัจจุบันยังคงปรากฏร่องรอย และซากกำแพงอยู่ด้านหนึ่งที่เห็นเด่นชัด

เส้นทางเข้าสู่กำแพงค่ายตะกั่วป่า
         
เดินทางจากเทศบาลเมืองตะกั่วป่าไปตามถนนเส้นทางตลาดย่านยาว - ตลาดเก่า   ประมาณ   ๗ กิโลเมตร จะถึงสี่แยกหน้าโรงเรียนเทศบาลบ้านเสนารังสรรค์  เลี้ยวซ้ายไปนิดหน่อยก็จะเจอสามแยกซัมเต่ให้เลี้ยวซ้ายไปทางจับเส ไปถนนอุดมธารา  ประมาณ  ๓๐๐  เมตร ก็จะพบซากกำแพงค่ายตะกั่วป่าอยู่ทางด้านซ้ายมือ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: