Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
20 พฤศจิกายน, 2560, 10:59:54

   

ผู้เขียน หัวข้อ: พระราชปฏิภาณมุนี (ดำ ยโสธโร)  (อ่าน 1941 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,600
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 17 กันยายน, 2554, 12:49:29 »

พระราชปฏิภาณมุนี (ดำ ยโสธโร)



ประวัติ
         
เดิมชื่อ  ดำ นามสกุล คิดดี เกิดเมื่อวันเสาร์ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๗ ตรงกับวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๔๕๒ บิดาชื่อ นก มารดาชื่อช้อย ภูมิลำเนาอยู่ที่หมู่ ๒ ตำบลทุ่งคาโงก อำเภอเมือง จังหวัดพังงา สำเร็จการศึกษาหนังสือขอมและไทย โดยมีพระครูเหมือน อินฺทสุวัณฺโณ วัดมงคลสถิตย์ (วัดในโตน) ตำบลป่ากอ อำเภอเมือง จังหวัดพังงา บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่  ๓ มิถุนายน ๒๔๖๘ ณ วัดมงคลสุธาวาส ตำบลท้ายช้าง อำเภอเมือง จังหวัดพังงา  และอุปสมบทเมื่อวันที่  ๒๑  กรกฎาคม ๒๔๗๒ ณ วัดประชุมโยธี ตำบลท้ายช้าง อำเภอเมืองจังหวัดพังงา โดยมีพระวินัยธรอินทร์ อินฺทโชโต วัดทักษิณาวาส ตำบลท้ายช้าง อำเภอเมือง จังหวัดพังงา เป็นพระอุปัชฌาย์ สอบได้นักธรรมเอก  สำนักศาสนศึกษา  วัดประชุมโยธี  มีความรู้พิเศษทางด้านการแพทย์แผนโบราณของไทยและโหราศาสตร์
         
พ.ศ.  ๒๔๘๒  ได้เป็นเจ้าคณะตำบลนบปริง  อำเภอเมือง จังหวัดพังงา ต่อมา พ.ศ.๒๔๘๕ ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดชนาธิการาม และเป็นรองเจ้าคณะอำเภอเมืองพังงา  พ.ศ. ๒๔๙๑ ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกที่ พระครูประสารนวกรรม  ในตำแหน่ง สาธารณูปการจังหวัด พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระพิศาลสาธุกิจ  พ.ศ.  ๒๕๐๙ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดพังงา  และได้เป็นเจ้าคณะจังหวัดพังงาในปี   พ.ศ.  ๒๕๑๕  จนกระทั่งถึงปี  พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชปฏิภาณมุนี

ผลงาน
         
พระราชปฏิภาณมุนี  มีผลงานทางด้านการส่งเสริมเผยแพร่ศาสนาและพัฒนาสังคมมากมายเกินกว่าที่จะยกมากล่าวให้หมดได้ จึงขอยกตัวอย่างเฉพาะที่สำคัญเพื่อให้ทราบ คือ
         
๑. พ.ศ.๒๔๙๔
จัดตั้งสำนักศาสนศึกษาขึ้นที่วัดชนาธิการาม ตำบลนบปริง อำเภอ เมือง จังหวัดพังงา
         
๒. พ.ศ.๒๕๐๒ 
ปลูกสร้างเมรุเผาศพ ลักษณะแบบถาวร ๑ หลังร่วมกับทางราชการ สิ้นค่าก่อสร้าง ประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท
         
๓. พ.ศ.๒๕๑๒ 
ช่วยเหลือทางราชการปลูกสร้างอาคารเรียน  ซึ่ง  ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัด  ๑  หลัง ลักษณะแบบกึ่งถาวร ๓ ห้องเรียน
         
๔. พ.ศ. ๒๕๒๑
สร้างสะพานสาธารณะข้ามคลองปากหรา จากวัดไปสู่ถนนเพชรเกษม สำหรับคนเดิน เป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท
         
๕. พ.ศ. ๒๕๒๕
สร้างอุโบสถหนึ่งหลัง ลักษณะ ๒ ชั้น ขึ้นไปมีระเบียงรอบข้างแบบถาวรคอนกรีตเสริมเหล็กหลังคามุงกระเบื้องเคลือบอย่างดี กว้าง ๑๒ เมตร   ยาว   ๒๔.๗๕   เมตร   สิ้นเงินค่าก่อสร้าง ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท(สิบล้านบาท)
         
๖. พ.ศ. ๒๕๓๑
สร้างตึกสงฆ์อาพาธ (ตึกพระราชปฏิภาณมุนี) โรงพยาบาลพังงาเป็นตึก ๒ ชั้น รวม ๑๒ ห้อง สิ้นค่าก่อสร้าง ๒,๘๐๐,๐๐๐ บาท
         
๗. พ.ศ. ๒๕๓๗
ซื้อเครื่องไตเทียมมอบให้โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ๑ เครื่อง เป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท
         
นอกจากนั้นท่านยังมีคุณูปการต่อวงการศาสนาด้านต่างๆอีกเป็นอันมาก เช่น เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เป็นกรรมการตรวจข้อสอบธรรมสนามหลวงฯลฯ และมีกิจกรรมเผยแพร่อบรมสั่งสอนธรรมะแก่พุทธศาสนิกชนอีกนานับประการ  นับว่าท่านเป็นผู้นำทางศาสนาที่ควรได้รับการสรรเสริญยิ่ง   

ท่านมรณภาพเมื่อวันพุธที่ ๓ มกราคม ๒๕๓๗ สิริรวมอายุได้ ๘๕ ปี ๖ เดือน ๒๒ วัน ๖๕ พรรษา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: