Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 กรกฎาคม, 2561, 08:55:43

   

ผู้เขียน หัวข้อ: การแสดงลิเกป่า ภาคใต้  (อ่าน 1813 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
BAY
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 252
สมาชิกลำดับที่ 14700
ดี ไม่ดี อยู่ที่การกระทำ



| |

« เมื่อ: 13 กันยายน, 2554, 12:42:47 »

ที่มาจาก [url=http://www.moradokthai.com]www.moradokthai.com[/url][/color]

การแสดงลิเกป่า ภาคใต้

ลิเกป่า เป็นศิลปะการละเล่นอีกอย่างหนึ่งของชาวปักษ์ใต้และชาวพัทลุง นอกจากหนังตะลุงและมโนรา แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยมจากผู้ดูแล้ว แต่ลิเกป่าในพัทลุงก็ยังพอมีอยู่ ลิเกป่ามีชื่อเรียกอีกหลายชื่อ เช่น ” ลิเกรำมะนา ” ซึ่งเป็นชื่อเรียกที่สันนิษฐานกันว่าน่าจะมาจากเรียกตามชื่อเครื่องดรตรีที่ใช้กลองรำมะนาเป็นหลักในการแสดง บางแห่งเรียก ” แขกแดง ” บางแห่งเรียก ” ลิเกบก ” บางแห่งเรียกตัวละครที่ออกมาแสดงว่า ” แขกเทศ ” ลิเกป่านิยมเล่นกันในจังหวัดกระบี่ พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช สงขลา สตูล และบางพื้นที่ในจังหวัดสุราษฏรธานี คำว่า ” แขกแดง ” ทางปักษ์ใต้หมายถึงแขกอาหรับ แต่ถ้าใช้คำว่า ” เทศ ” จะหมายถึงแขกอินเดีย ตัวอย่างเช่น เทศบังกลาหลี ( จากเบงกอล ) เทศคุรา เทศขี้หนู ( อินเดียตอนใต้ ) ถ้าใช้คำว่า ” แขก ” จะหมายถึงแขกมาลายู และแขกชวา ( อินโดนีเซีย, มาเลเซีย )


ผู้แสดงลิเกป่าและการแต่งกาย
ลิเกป่าคณะหนึ่ง ๆ จะมีประมาณ 20 – 25 คน ซึ่งรวมทั้งลูกคู่ด้วย ส่วนตัวละครที่สำคัญ ๆ ก็มี แขกแดง ยาหยี เสนา และเจ้าเมือง ส่วนที่เหลือเป็นตัวละครตามท้องเรื่องของนิยายที่แต่ละคณะจะแสดง
1. แขกแดง จะแต่งตัวนุ่งกางเกงขายาว นุ่งผ้าโสร่ง ( ผ้าถุง ) ทับด้านนอกกางเกงขายาวสูงเหนือเข่า สวมหมวกแขก แต่งแต้มหนวดเคราให้ยาวรกรุงรัง แขวนสร้อยทองสร้อยเงินหลายเส้น
2. ยาหยี แต่งตัวแบบสตรีมุสลิมในภาคใต้ หรือแต่งแบบคนไทยทางฝั่งทะเลตะวันตก ( ฝั่งอันดามัน ) คือใส่เสื้อแขนยาว นุ่งผ้าปาเต๊ะ บางคณะจะมีผ้าสไบคล้องบ่าทั้งสองข้างปล่อยชายผ้าไว้ด้านหน้า
3. เสนา แต่งตัวแบบคนรับใช้ธรรมดา
4. เจ้าเมือง แต่งตัวแบบชุดข้าราชการไทยสมัยก่อน อาจจะเป็นเสื้อราชประแตน นุ่งผ้าม่วง ปัจจุบันนิยมแต่งชุดสากล

เครื่องดนตรี
มีกลองรำมะนา หรือโทน 2 – 3 ใบ โหม่ง ฉิ่ง ปี่ ซอ

เวทีการแสดง
ในตอนแรก ๆ ใช้แสดงบนพื้นดิน เช่นเดียวกับมโนราในสมัยก่อน มีฉากกั้น 2 – 3 ชั้นแล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละคณะ แต่มาในระยะหลัง ๆ หากเป็นงานใหญ่ ๆ มีคนดูมาก ๆ เกรงกันว่าคนดูจะมองเห็นการแสดงไม่ทั่วถึงจึงได้มีการปลูกสร้างโรง ยกพื้นโรงแสดงให้สูงขึ้น

โอกาสที่จะแสดง
โดยมากจะแสดงในงานรื่นเริง เช่น ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน งานประเพณีต่าง ๆ และงานเทศกาลประจำปี นิยมแสดงในเวลากลางคืนมากกว่ากลางวัน หากเป็นงานใหญ่และมีคนดูมาก ๆ ก็จะแสดงจนรุ่งสว่าง แต่การแสดงออกแขก ( ตามธรรมเนียมนิยมต้องออกก่อนการแสดงเรื่อง ) ใช้เวลายืดหยุ่นได้ ขึ้นอยู่กับผู้ชม และผู้แสดงจะใช้ไหวพริบปฏิภาณได้ดีเพียงใดว่าคนดูจึงจะไม่เบื่อ เมื่อแสดงออกแขกจบแล้วก็จะแสดงเรื่อง ซึ่งเรื่องที่นิยมแสดงครั้งก่อน ๆ จะนิยมแสดงเรื่องเกี่ยวกับจินตนิยาย เช่น โคบุตร จันทรโครพ ลักษณาวงศ์ แต่ปัจจุบันนิยมแสดงเรื่องที่เป็นนวนิยายสมัยใหม่


เพลงรับ
เพลงรับก็คือ เพลงที่ลูกคู่ใช้สำหรับร้องรับนั่นเอง กล่าวคือ เมื่อผู้แสดงจบบทร้อง 2 วรรค หรือ 1 บท ลูกคู่จะร้องรับ 1 ครั้ง ตัวอย่าง เช่น ร้องรับเพลงแขก ซายังบังเหอเบซา ซายะนาบุเรซายัง ลูกคู่จะร้องรับว่า ซายังเหอ บุเรซายัง หรือตอนยาหยีแต่งตัว แต่งเสียแต่งเสียแหละน้อง ยาหยีร่วมห้องเทศต้องพาไป ลูกคู่จะร้องรับว่า พาไปเหอ เทศต้องพาไป ตอนยาหยีลา ลาใครลาเสียแหละน้อง ยาหยีร่วมห้องเทศต้องพาไป ลูกคู่ร้องรับ พาไปเหอเทศต้องพาไป ลาเสีย ลาเสียตะน้อง คิ้วต่อคอปล้องบังต้องพาไป ลูกคู่ร้องรับ พาไปเหอ บังต้องพาไป ตอนแขกลา ลาใครลาเสียแหละบัง พี่น้องที่นั่งบังขอลาไป ลูกคู่ร้องรับ ลาไปเหอบังขอลาไป ตอนเสนาลา ลาใครลาเสียเสนา พี่น้องถ้วนหน้าเสนาลาไป ลูกคู่ร้องรับ ลาไปเหอเสนาลาไป

เนื้อเรื่องตอนออกแขกแดง
เนื้อเรื่องตอนออกแขกแดง จะแสดงเหมือน ๆ กันทุกคณะ คือ จะกล่าวถึงแขกจากเมืองลักกะตา ( น่าจะเป็นกัลกัตตา ) เดินทางทางเรือมาทำการค้าขายตามหัวเมืองชายทะเลทางฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ( ฝั่งอันดามัน ) แขกผู้นี้ได้ทำการค้าขายไปตามที่ต่าง ๆหลายเมือง จนในที่สุดได้ภรรยาเป็นคนไทยที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ต่อมาแขกคิดถึงบ้านเมืองของตน และเป็นห่วงพ่อแม่ซึ่งแก่ชรามากแล้ว จึงได้เข้าพบเจ้าเมือง ( ผู้ว่าราชการจังหวัด ) โดยได้ขอคนงานให้ติดตามไปด้วย 1 คน เจ้าเมืองก็อนุญาต แขกกลับไปบอกยาหยี ( ภรรยาของแขก ) เพื่อให้เตรียมตัวเดินทางไปด้วยกัน แต่ยาหยีไม่ยอมไปเพราะเป็นห่วงพ่อแม่ และเห็นว่าการเดินทางไปนั้นเป็นระยะทางไกล แขกต้องอ้อนวอน แต่ก็ไม่สำเร็จ จนต้องทั้งขู่ทั้งปลอบยาหยีจึงยอมเดินทางไปด้วยเมื่อยาหยีจำใจยอมเดินทางไปด้วย แขกก็สั่งให้ยาหยีลาพ่อแม่พี่น้องตลอดถึงผู้ชม คือ ทั้งแขก ยาหยี คนรับใช้ ( เสนา ) ผลัดกันว่าลา ในระหว่างเดินทางแขกกลัวว่ายาหยีจะเบื่อและเหงา แขกจึงได้ชี้ชวนให้ยาหยีชมความงามของธรรมชาติ ชมปลา ชมเกาะ ชมดาว ชมสิ่งต่าง ๆ ที่ได้พบเห็นระหว่างทางจนถึงเมือง ( กัลกัตตา )
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




บ้านหลังเล็กๆที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: