Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
24 กันยายน, 2560, 12:04:46

   

ผู้เขียน หัวข้อ: การรักษากระดูกของพ่อท่านสุข สุธรรมโม  (อ่าน 3112 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 12 กันยายน, 2554, 21:14:27 »

การรักษากระดูกของพ่อท่านสุข สุธรรมโม


         
พ่อท่านสุข  สุธรรมโม หรือพระครูสุธรรมาภิราม มีชื่อเดิมว่า นายสุข ขาวระนอง เริ่มบวชเป็นพระภิกษุเมื่ออายุ ๓๑  ปี  จำพรรษาที่วัดปากภู่  ๑ พรรษา ย้ายมาอยู่ที่วัดรมณีย์ อำเภอกะปง จังหวัดพังงา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑ และได้เป็นเจ้าอาวาสวัดรมณีย์ เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๒ จนถึงปัจจุบัน (๒๕๔๑)

องค์ความรู้
         
ท่านได้ศึกษาความรู้ทางด้านการรักษากระดูกมาก่อนที่จะบวชเป็นพระภิกษุ คือเริ่มเรียนตั้งแต่ประมาณอายุ ๒๐ ปี โดยศึกษาจากอาจารย์ที่คนทั่วไปเรียกว่า "ตาเจ้าดำบอด" ทว่ายังไม่รักษาผู้ป่วยแต่อย่างใด  เมื่อบวชเป็นพระภิกษุและได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดรมณีย์แห่งนี้  เนื่องจากเป็นชนบททำให้มีโอกาสใกล้ชิดชาวบ้านเป็นที่นับถือของคนทั่วไป
         
ครั้งหนึ่ง  มีเด็กตกต้นไม้ขาหักได้มาหาท่านในวัดเพื่อช่วยดูอาการ เนื่องจากพ่อแม่ของเด็กเป็นคนยากจน  ประกอบกับท่านมีความรู้ในการรักษากระดูกอยู่ก่อนแล้วจึงได้ทดลองรักษา ปรากฏว่าหาย จึงเริ่มมีชื่อเสียงตั้งแต่นั้นมา ทำให้ชาวบ้านในจังหวัดพังงาและจังหวัดสุราษฎร์ธานีนิยมนับถือท่านมากจนถึงทุกวันนี้ขั้นตอนในการรักษากระดูก



๑. ขั้นตอนการเตรียมการ
         
๑.๑   มนต์น้ำมัน   จะเคี่ยวและปลุกเสกน้ำมันใส่ขวดไว้ ส่วนผสมของน้ำมันได้แก่ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันงา น้ำมันงูเหลือม น้ำมันคูรำ
         
๑.๒ ทำเฝือก เหลาไม้ไผ่ทำเฝือก เสร็จแล้วเสกด้วยพระคาถาบท ประสานบาตร

๒. ขั้นการรักษา
         
เมื่อผู้ป่วยมาหาจะปฏิบัติดังนี้
         
๒.๑  ผู้ป่วยต้องจัดหมาก ๓ คำ พร้อมเงิน ๓ บาท ถวายให้พ่อท่านสุขเป็นค่ายกครู โดยปกติผู้ป่วยไม่ได้เตรียมมาล่วงหน้าแต่จะจัดเตรียมในวัดขณะมาหาพ่อท่านสุขนั้นเอง
         
๒.๒  ประพรมน้ำมนต์ โดยพ่อท่านสุขจะประพรมน้ำมนต์ให้กับผู้ป่วย เพื่อขับไล่เสนียดต่างๆที่จะติดมากับตัวผู้ป่วย เพราะคนป่วย  ถือว่า  "ปรอง" (คือไม่มีเทวดาคอยคุ้มครองรักษาในขณะนั้น) สิ่งไม่ดีอื่นๆจึงอาจแทรกเข้ามาในตัวได้ง่ายจึงต้องประพรมน้ำมนต์เป็นการขับไล่
         
๒.๓  ตรวจอาการ โดยคลำดูเพื่อจะได้ทราบว่ากระดูกส่วนนั้น แตก ร้าว หลุดหรือหัก เมื่อทราบแล้วจึงจัดกระดูกให้เข้าที่โดยการคลึงและดึงกระดูกเพื่อให้เข้ารูปตามสภาพปกติ
         
๒.๔ ถ้าผู้ป่วยรายใดมีแผลจะรักษาแผลก่อนเมื่อแผลหายแล้วจึงเข้าเฝือก
         
๒.๕ ใช้ผ้าก๊อซพันที่บริเวณที่บาดเจ็บให้หนาพอประมาณแล้วจึงห่อด้วยเฝือกไม้ไผ่ที่เตรียมไว้
         
๒.๖  การราดน้ำมัน เมื่อห่อเฝือกเรียบร้อยแล้วจะราดน้ำมันให้พร้อมกับเสกคาถากำกับเป็นอันเสร็จพิธีและให้ไปพักผ่อนในเรือนคนไข้ต่อไป   สำหรับคนที่มีอาการไม่หนักมากจะกลับบ้านแล้วค่อยมาให้ท่านรักษาตรวจอาการในตอนเช้าของทุกวันจนกว่าจะหาย



๓. ข้อห้ามและความเชื่อเกี่ยวกับการรักษา
         
ในระหว่างการรักษาห้ามผู้ป่วยรับประทานส้มสิง  (ชนิดที่เปลือกมีฤทธิ์เป็นกรดทุกชนิด) ห้ามดื่มเหล้า รับประทานน้ำแข็ง ข้าวเหนียว กล้วย ปลากระป๋อง ผู้หญิงห้ามถูกตัวผู้ป่วยชาย ผู้ชายห้ามถูกตัวผู้ป่วยหญิง ผู้ป่วยหญิงและชายห้ามถูกเนื้อต้องตัวซึ่งกันและกันแม้แต่การส่งของต่อมือกันก็ทำไม่ได้

ประโยชน์
         
เป็นภูมิปัญญาที่เกิดจากความจำเป็นในวิถีชีวิตประจำวัน เกิดจากการสั่งสมความรู้ความชำนาญมาแต่โบราณ เอื้อประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ โดยเฉพาะในชนบททั้งในอดีตและปัจจุบันได้รับประโยชน์จากภูมิปัญญาดังกล่าว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: