Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
24 กันยายน, 2560, 12:02:09

   

ผู้เขียน หัวข้อ: จดหมายเหตุพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ประพาสเมืองตะกั่วป่า ร.ศ.๑๒๘  (อ่าน 2365 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 10 กันยายน, 2554, 20:33:37 »

จดหมายเหตุพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ประพาสเมืองตะกั่วป่า ร.ศ.๑๒๘



ประเภท          เอกสารสำคัญ จดหมายเหตุ
วัสดุที่ทำ         กระดาษเขียนด้วยหมึก

ลักษณะตัวอักษร         

ภาษาไทย  ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว  ครั้งทรงดำรงอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมราชโอรสาธิราชฯ  สยามมกุฏราชกุมาร  ทรงพระราชนิพนธ์ในลักษณะจดหมายเหตุรายวัน รวม  ๑๒ ฉบับ ทรงใช้นามแผงว่า "นายแก้ว" ซึ่งขอยกตัวอย่างในฉบับที่ ๔ ระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๔ เมษายน ร.ศ.๑๒๘ ครั้งทรงประพาสที่เมืองตะกั่วป่า จังหวัดพังงา

สาระ
         
วันที่  ๒๐ เมษายน ร.ศ.๑๒๘…เรือถลางถอนสมอออกเดินทางจากปากแม่น้ำระนอง มาตามทางทะเล มาเข้าแม่น้ำตะกั่วป่า แม่น้ำก็มีที่งาม ๆ น่าดูตลอดมา มีเขาทั้งสองข้างและมีการเกาะเป็นอันมาก มีบางเกาะที่มีเหมืองแร่ดีบุก เช่น  เกาะพระทอง เป็นต้น กำหนดตามโปรมแกรมว่าบ่าย ๆ จะมาถึงเมืองตะกั่วป่า แต่เรือพาลี ซึ่งนำหน้าเรือถลางลงมานั้น เดินอยู่ข้างจะช้ามาก เพราะฉะนั้นกว่าจะทอดสมอที่หน้าเมืองตะกั่วป่าก็ค่ำเห็นไฟที่ตลาดครึกครื้นน่าดูมาก พอเรือทอดสมอ  พระยาเสนานุชิต ผู้ว่าราชการเมืองตะกั่วป่า ลงมาเฝ้าเรือ เชิญเสด็จขึ้นเมือง เวลาทุ่มเศษ….ฯลฯ
         
วันที่  ๒๑  เมษายน  ร.ศ.๑๒๘  อำเภอตลาดใหญ่  เมืองตะกั่วป่า ….เวลาเช้า จวน ๔ โมงเสด็จลงเรือดำรงรัฐจากเรือถลาง แล่นขึ้นมาตามลำน้ำ  มาในระหว่างเกาะ ซึ่งมีเรียงรายอยู่ทั้งสองข้าง ผมได้ยินท่านเจ้าคุณเทศาท่านว่ามีดีบุกแทบทุกเกาะ แต่ไม่มีใครได้ร่อนเพราะได้ไม่คุ้มโสหุ้ย ที่จะต้องเสีย ฯลฯ…
         
เวลาบ่ายโมงถึงท่า  เสด็จทรงขึ้นพระเก้าอี้หามขึ้นมาพลับพลาทางประมาณ ๒๐ เส้น ขึ้นจากท่าผ่านไป ริมกำแพงบ้านพระยาตะกั่วป่า เก่าชำรุดทรุดโทรมหมดแล้ว  ทางข้างซ้ายถนนที่ดินยังเป็นที่ลุ่มและเห็นได้ว่าเป็นลำน้ำเก่า มีหม้อเรือไฟของพระยาตะกั่วป่าทิ้งอยู่หม้อหนึ่ง  ซึ่งเป็นพยาน ปรากฏอยู่ว่า แม่น้ำได้เคยขึ้นมาถึงตรงนั้น  ทำให้เห็นได้ชัด  การที่ทำลายเขาทำเหมืองแร่ขุดดีบุก  เป็นอันตรายแก่ลำน้ำมาก  พ้นบ้านพระยาตะกั่วป่าไปถึงตลาด มีตึกแถวอย่างจีนอยู่สองข้างถนน..ที่ตลาดใหญ่นี้รู้สึกว่าเป็นเมืองมากกว่าเมืองใหม่  ซึ่งได้ขึ้นไปดูเมื่อคืน  ที่นี่ตึกกว้านบ้านช่องมีมากกว่าผู้คนก็ดูแน่นหนา ที่เมืองใหม่นั้นช่างสมชื่อเมืองตะกั่วป่าจริงๆ  คือมีตะกั่ว  (ดีบุก) ทั่วไปทั้งเกาะ และสวนป่าก็เห็นอยู่มากกว่าบ้าน เมื่อคืนนี้เวลประทับอยู่ที่จวนผู้ว่าราชการได้ยินเสียงกวางร้องอยู่ในป่า ได้ยินถนัดทีเดียว จนเข้าใจได้ว่าป่าอยู่ใกล้มาก สมควรแล้วที่จะเรียกว่า เมืองตะกั่วป่า…ฯลฯ
         
วันที่  ๒๒ เมษายน ร.ศ. ๑๒๘ …สิ่งสำคัญที่เสด็จไปทอดพระเนตรในวันนี้ คือ พระนารายณ์เทวรูป ซึ่งตั้งอยู่บนพลับพลาประทับร้อน เทวรูปพระนารายณ์ตั้งอยู่กลาง  ข้างขวามือมีรูปเทพธิดานั่ง  ซึ่งบางทีจะเป็นพระลักษมี  ข้างซ้ายมีอีกรูปหนึ่งแปลไม่ออกว่าเป็นรูปพระเจ้าองค์ใด   เทวรูปทั้งสามนี้ทำจากศิลา  สลักข้างทรงดูเป็นอย่างแบบอินเดียแท้ จึงเข้าใจว่าเป็นนายช่างฝ่ายมัชฌิมประเทศเป็นผู้ทำ…ฯลฯ
         
วันที่   ๒๓  เมษายน  ร.ศ.๑๒๘  …เสวยแล้วเสด็จขึ้นไปทอดพระเนตรพระนารายณ์เทวรูปบนยอดเขาพระเหนอ เทวรูปองค์นี้ทำด้วยศิลาทราย  บัดนี้หักเสียเป็น  ๒  ท่อน  หักเฉพาะที่เอง ถ้าไม่หักคงจะสูงราว ๕ ศอก  เครื่องสนิมพิมพาภรณ์ไม่วิจิตร์เหมือนองค์ที่เขาเวียง  แต่ฝีมือทำกล้ามเนื้อดี  เหมือนคน…  จากคลองเหนอได้ทรงเรือเสด็จไปทอดพระเนตรทุ่งตึก ซึ่งอยู่ในเกาะคอเขา ตรงกันข้ามกับที่ตั้งเมืองใหม่ ที่นี่ไม่มีอะไรดูนอกจากเนินดิน ขุดลงไปพบอิฐแผ่นใหญ่ ๆ ชนิดเดียวกันที่เห็นบนยอดเขาพระเหนอ…ฯลฯ
         
วันที่  ๒๔ เมษายน ณ.ศ.๑๒๘ พระราชนิพนธ์ในวันนี้เล่าถึงบรรยากาศภายในเรือ และการเดินทางออกจากตะกั่วป่า ไปยังเมืองถลาง (ภูเก็ต)



สภาพของเอกสาร
         
เอกสารที่บันทึก  จดหมายเหตุ ประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ.๑๒๘ ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ยังคงอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ทุกอย่าง

สถานที่เก็บรักษา
         
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร กรุงเทพมหานคร

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: