Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 กันยายน, 2560, 08:27:53

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ส้มมุด  (อ่าน 3649 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 06 กันยายน, 2554, 08:35:03 »

ส้มมุด



ชื่อวิทยาศาสตร์          Mangifera foetida Lour
วงศ์          ANACARDIACEAE
ลักษณะ
         
ส้มมุดเป็นไม้ยืนต้นสูง   ๓๐-๔๐   เมตร   เรือนยอดแผ่เป็นพุ่มกลม   หรือทรงกระบอก  ลำต้นเปลาตรง เปลือกแตกเป็นสะเก็ด  สีน้ำตาลคล้ำ  เปลือกชั้นในสีน้ำตาลแดง  เมื่อมีบาดแผลมีน้ำยางสีขาวขุ่นซึมออกมาเป็นเม็ด เนื้อไม้ที่ติดกับเปลือกสีขาวไม่เรียบ ลักษณะเป็นคลื่นตามยาว ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ เป็นกลุ่มตามปลายกิ่ง แผ่นใบคล้ายแผ่นหนัง เนคลื่นแข็งกรอบรูปรี แกมรูปขอบขนาดยาว ๑๕-๓๕ เซนติเมตร กว้าง ๕-๑๕ เซนติเมตร ปลายใบมนหรือทู่ ใบต้นขนาดเล็ก ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน เส้นแขนงใบ ๑๑-๓๐ คู่ นูนเด่นชัดทั้งสองด้าน ก้านใบยาว ๒-๘ เซนติเมตร ดอกเล็กสีชมพูหรือสีแดง ออกเป็นช่อแยกแขนงตามปลายยอก กลีบเลี้ยง ๕  กลีบ  โคนกลีบเชื่อมติดกัน  กลีบดอกและเกสรตัวผู้มีจำนวนเท่ากับกลีบเลี้ยง  ผลรูปไข่แกมรูปขอบขนาน เบี้ยว  เนื้อหนา  ยาว  ๘-๑๐  เซนติเมตร  กว้าง  ๖-๗  เซนติเมตร สุกสีเหลืองแกมเขียว รับประทานได้





แหล่งที่พบส้มมุด
         
ส้มมุดเป็นพืชพื้นเมืองภาคใต้   ขึ้นในป่าดิบชื้นที่ลุ่มและป่าพรุ  มีเขตการกระจายพันธุ์ทางภาคใต้ของประเทศไทย และพบมากในจังหวัดพังงา



ความสัมพันธ์กับชุมชน
         
ประชาชนโดยทั่วไปใช้ประโยชน์จากส้มมุดโดยใช้ไม้ส้มมุดทำฝืนและทำไม้แบบในการก่อสร้าง  ผลสุกนิยมรับประทาน มีรสเปรี้ยวอมหวาน ผลแก่นำมาปรุงเป็นอาหารได้หลายชนิด และนำมาทำเป็นผักเกร็ดใช้รับประทานเป็นผักสด ในทางยาสมุนไพร  ใช้เนื้อสดเมล็ดกับน้ำซาวข้าวทาแก้แผลเปื่อย แผลเป็นหนอง แผลฝี เมล็ดฝนกับน้ำปูนทาบาดแผล ใบอ่อนหรือยอดอ่อนขยี้กับปูนแดงเอาน้ำหรือเมือกทาแผลเปื่อยผุพอง

ความสำคัญทางเศรษฐกิจ
         
ส้มมุดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคใต้ที่นิยมบริโภคเป็นของว่างและนำผลแก่มาเป็นขผักใช้ในการปรุงอาหาร ไม้มีราคาแพงและผลก็มีราคา และตลาดของผู้บริโภคมีความต้องการ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 03 ตุลาคม, 2554, 21:17:53 »

มะมุด หรือ ส้มมุด



วิธีการปลูก
         
มะมุดเป็นพืชที่ปลูกง่ายเพียงเอาเมล็ดแก่ฝังดินไว้  เมื่อแตกหน่อแล้วก็ดูแลอย่าให้วัชพืชแย่งอาหาร ถ้าดินอุดมสมบูรณ์มะมุดจะเจริญเร็ว ประมาณ ๖-๗ ปี ก็ให้ผล
         
มะมุดเป็นผลไม้รสหวานและกลิ่นฉุนจัด  ชาวภาคกลางไม่ชอบกลิ่นนี้ แต่ชาวใต้นิยมรับประทานโดยนำไปใช้ประกอบอาหารประเภทยำ แกง จิ้มน้ำพริก  หรือเป็นผักแกล้มกับขนมจีน นอกจากนี้มะมุดยังเป็นสมุนไพรที่ใช้เนื้อเมล็ดฝนกับน้ำปูนใสทาบาดแผลได้ด้วย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 30 ตุลาคม, 2554, 12:49:37 »

มะมุด



ชื่อวิทยาศาสตร์          Mangifera focfida lour
วงศ์          Anacardiaceae



ลักษณะ
         
มะมุดมีลำต้นเช่นเดียวกับมะม่วง  แต่ตรงเปลือกลำต้นค่อนข้างขรุขระ  ใบ  คล้ายมะม่วงแต่หนาและสั้นกว่า มีสีเขียวสดเป็นมัน  จะออกดอกเป็นช่อตามยอด  ดอกมีสีชมพู ก้านที่ติดกับผลจะยาวส่วนผลมีรูปไข่กลมโต เมื่อสุกผิวของผลมีสีเขียวอ่อน เนื้อในจะเหลืองนวล มีเสี้ยนหนามาก รสหวานหอม กลิ่นค่อนข้างฉุน เมล็ดโตแข็ง

วิธีการปลูก
         
ใช้เมล็ดแก่ๆ  นำไปฝังดินจะเจริญงอกงามเป็นต้นกล้า แล้วนำต้นกล้าไปปลูก ถ้าดินอุดมสมบูรณ์จะโตเร็ว ให้ผลหลังจากการปลูกประมาณ ๖ ปี



คุณค่าและประโยชน์
         
มะมุดสุกกินเหมือนผลไม้ทั่วไป  มะมุดดิบใช้ยำเหมือนมะม่วง  หรือใช้แกงเหลือง แกงไตปลา แทนผักทั่ว ๆ  ไปก็ได้  ภาคใต้ฝั่งตะวันตก  เช่นพังงา  ภูเก็ต  ตรัง  กระบี่ นิยมใช้มะมุดหั่นเป็นชิ้นยาวจิ้มน้ำพริก หรือรับประทานเป็นผักกินกับขนมจีนก็ได้ ในทางยาสมุนไพร ใช้เนื้อในเมล็ดฝนกับน้ำปูนใสทาบาดแผลได้

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: