Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
24 กันยายน, 2560, 12:02:44

   

ผู้เขียน หัวข้อ: พระยาบริรักษ์ภูธร (แสง ณ นคร)  (อ่าน 3551 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 06 กันยายน, 2554, 08:28:07 »

พระยาบริรักษ์ภูธร (แสง ณ นคร)



ประวัติ
         
พระยาบริรักษ์   (แสง)   เป็นบุตรคนโตของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช  (น้อย) กับภรรยาน้อย เกิดที่นครศรีธรรมราช เมื่อประมาณ  ปี  พ.ศ.๒๓๔๘ ในระยะที่บิดาดำรงตำแหน่งพระบริรักษ์ภูเบศร์ (น้อย) ผู้ช่วยราชการเมืองนครศรีธรรมราช  และต่อมาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพระยานครศรีธรรมราช  (น้อย)  ดังนั้นพระยาบริรักษ์ภูธร (แสง)  จึงติดตามรับใช้และฝึกหัดราชการมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย หลังจากพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) เข้ายึดเมืองไทรบุรี ใน ปี พ.ศ.๒๓๖๔ และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้สำเร็จราชการเมืองไทรบุรีในปีต่อมา พระยาบริรักษ์ภูธร (แสง) และน้องชาย ซึ่งขณะนั้นอายุเพียง ๑๖-๑๗ ปี และมีบรรดาศักดิ์เพียงพระภักดีบริรักษ์ (แสง)  และนายนุชมหาดเล็กเท่านั้น  ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาและเป็นปลัดเมืองไทรบุรีแล้ว  ซึ่งนับว่าจะต้องเป็นคนที่มีความสามารถสูงมาก ต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้พระภักดีบริรักษ์ (แสง) เป็นเจ้าเมืองไทรบุรีคนที่ ๒๒ และแต่งตั้งนายนุชน้องชายให้เป็นพระเสนานุชิต (นุช) ตำแหน่งปลัดเมืองไทรบุรี


         
หลังจากพระยานครศรีธรรมราช  (น้อย)  ถึงแก่อสัญกรรมในปี  พ.ศ.๒๓๘๒  จึงทำให้ทางฝ่ายรัฐบาลกลางมีความเห็นว่าแนวทางที่จะดำเนินการกับเมืองไทรบุรีและพระยาไทรบุรี  (แสง)  หลังจากพระยาไทรบุรี (แสง) เข้าเฝ้าใน  ปี  พ.ศ.๒๓๘๓  ก็โปรดเกล้าฯ  แต่งตั้งเป็นพระยาบริรักษ์ภูธร  (แสง) ผู้สำเร็จราชการเมืองพังงา ซึ่งยกขึ้นเป็นเมืองโท  เจ้าเมืองศักดินา  ๑๐,๐๐๐ มีเครื่องยศเท่าเสนาบดี คือ พานทองเครื่องในพร้อมคนโททองคำ กระโถน ทองคำ ประคำทองคำสายหนึ่ง กระบี่ บั้งทอง สัปทน ปัศตูแดง และเสื้อโหมดเทศ และต้องถวายต้นไม้เงินและเครื่องราชบรรณาการเหมือนกับหัวเมืองเอก โท  ตรี  ทั้งหลาย  คือ  ต้นไม้ทอง ๖ ต้น และต้นไม้เงิน ๖ ต้น รวม ๑๒ ต้น หนักต้นละ ๑ บาท เครื่องราชบรรณาการ ได้แก่ อำพันหนัก ๔ ตำลึง เทียนพนมหนักเล่มละ ๑ บาท ๑,๐๐๐ เล่ม ผลจันทร์เทศ ๒๐ ชั่งจีน อำพันแดงหนัก ๒๐ ชั่งจีน เสื่อชาวน้ำ ๑๐๐ ผืน ต้องส่ง ๓ ปีต่อ ๑ ครั้ง
         
เพื่อที่จะให้เจ้าเมืองพังงา  มีรายได้และฐานะเหมาะสมกับเจ้าเมืองผู้ใหญ่และมีการถ่ายโอนกำลังคน อาวุธ  กำปั่น  เรือรบ  เรือไล่  ปืนใหญ่  ปืนน้อย  เครื่องศาสตราวุธมาไว้ที่พังงา  มีการโอนอากรดีบุกที่พังงาที่พระยาถลาง (เริก) เคยทำ มอบให้แก่พระยาบริรักษ์ภูธร (แสง) เจ้าเมืองพังงา และได้ขอที่ปากลาว แขวงเมืองนครศรีธรรมราชไปขึ้นกับเมืองพังงาด้วย
         
พระยาบริรักษ์ภูธร  (แสง)  รับราชการเป็นผู้สำเร็จราชการเมืองพังงาอยู่เป็นเวลานาน  ๒๗  ปี ในระยะแรกๆ ที่ไปอยู่พังงา มีคนน้อย ประมาณ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ คน เพราะถึงแม้จะมีตราออกไปต้อนผู้คน แต่ไม่มีใครยอมไป ในระยะหลังมีคนจีนอพยพเข้าไปมากเนื่องจากราคาดีบุกดีขึ้น  แต่เมืองพังงามีแร่ดีบุกน้อย จึงไม่
ได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของการทำเหมืองแร่มากนัก ตัวพระยาบริรักษ์ภูธร  (แสง) เอง และทายาทก็เป็นคนสมถะ  จึงไม่ตกเป็นเยื่อของความโลภ  ระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ที่ขยายตัวเข้ามาคือการผลิตเพื่อขายหรือแบบเงินตรา ในราวปี  พ.ศ.๒๔๑๔  พระยาบริรักษ์ภูธร (แสง) ก็ถึงแก่อสัญกรรมที่เมืองพังงา เมื่ออายุได้ประมาณ ๕๖ ปี เท่านั้น
         
พระยาบริรักษ์ภูธร  (แสง)  มีบุตรชายหญิงทั้งหมด ๒๗ คน เฉพาะผู้ชายที่รับราชการมี ๕ คน คือ พระยาบริรักษ์ภูธร (ขำ) ผู้ว่าราชการเมืองพังงาคนต่อมา นายสวัสดิ์ มหาดเล็ก พระยาเพชรภักดี ศรีพิชัยสงคราม (พลาย) ปลัดเมืองพังงา  นายฤกษ์  มหาดเล็ก  และ พระสุรินทรภักดี (รุ่ง) ยกกระบัตรเมืองพังงา บุตรสาวที่ถวายตัวรับราชการฝ่ายในมี ๒ คน คือ เจ้าจอมมารดายี่สุ่น ในรัชกาลที่ ๓ และเจ้าจอมมารดาเป้า ในรัชกาลที่ ๔ ที่มีสามีรับราชการอีก ๗ คน



ผลงานและเกียรติคุณที่ได้รับ
         
๑.  พระยาบริรักษ์ภูธร  (แสง) เป็นนักปกครองและนักรบที่มีบทบาทสำคัญในการปกป้องรักษาอาณาเขตทางภาคใต้ โดยเฉพาะเมืองไทรบุรีในระยะที่บ้านเมืองวิกฤตมากที่สุด และเป็นเจ้าเมืองผู้ครองเมืองพังงา
         
๒.  พระยาบริรักษ์ภูธร (แสง) เป็นผู้บุกเบิกในการทำภาษีแบบเหมาเมือง ในเมืองพังงา จนกระทั่งบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ทำให้เศรษฐกิจของเมืองพังงามีความเจริญรุ่งเรือง และก่อสร้างสิ่งต่าง ๆ  มากมาย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: