Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
24 กันยายน, 2560, 11:48:42

   

ผู้เขียน หัวข้อ: พระยาเสนานุชิต (นุช ณ นคร)  (อ่าน 3085 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 06 กันยายน, 2554, 08:24:31 »

พระยาเสนานุชิต (นุช ณ นคร)



ประวัติ
         
เป็นบุตรคนที่  ๗  ในจำนวน ๓๕ คน ของเจ้าพระยานคร (น้อย) เป็นน้องร่วมมารดาของพระยาบริรักษ์ภูธร (แสง)  เคยถวายตัวเป็นมหาดเล็ก ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓ พระยาเสนานุชิต (นุช) มีบุตร-ธิดาทั้งสิ้น ๕๘ คน บุตรคนสำคัญๆที่ได้เป็นเจ้าเมืองกรมการเมืองในหัวเมืองชายทะเลตะวันตก เช่น

          ๑. พระยาเสนานุชิต (เอี่ยม) ผู้ว่าราชการเมืองตะกั่วป่า
          ๒. พระยาอิศราธิไชย (กลิ่น) ผู้ว่าราชการเมืองกระบี่
          ๓. พระพหลพยุหสงคราม(กลั่น) เคยเป็นผู้รักษาเมืองกระบี่
          ๔. พระบริสุทธิโลหภูมิ (กล่อม) ผู้ว่าราชการเมืองตะกั่วทุ่ง
          ๕. พระเสนานุวงศ์ (ขาว) ผู้รักษาเมืองคีรีรัฐนิคม
         ๖. พระคงคาธราธิบดี   (พลอย) เคยเป็นผู้ว่าราชการเมืองพังงา ภายหลังเป็นเทศาภิบาลมณฑลสุราษฎรธานี
         
นอกจากนี้แล้วยังมีบุตร-ธิดาของท่านอีกหลายคนที่ได้เคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ  ในบ้านเมืองบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันตก
         
เริ่มการศึกษาเล่าเรียนที่นครศรีธรรมราช จนเข้าสู่วัยรุ่น จึงได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กแล้วกลับไปช่วยเหลือพี่ชายคือ พระภักดีบริรักษ์ (แสง) จนกระทั่งได้เลื่อนยศเป็นพระเสนานุชิต (นุช) ปลัดเมืองไทรบุรี ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๓๖๘-๒๓๘๓ เมื่อพระยศภักดีผู้ว่าราชการเมืองตะกั่วป่าถึงแก่อสัญกรรมก็ทรงโปรดเกล้าให้เลื่อนยศพระเสนานุชิต (นุช) เป็นพระยาเสนานุชิต (นุช) ผู้ว่าการเมืองตะกั่วป่าขึ้นตรงต่อเมืองพังงา และต่อมาได้เป็นเจ้าเมืองโท มีศักดินา ๑ หมื่นไร่ จนถึงแก่อสัญกรรม



ผลงาน
         
เริ่มรับราชการครั้งแรกโดยถวายตัวเป็นมหาดเล็ก ในสมัยรัชกาลที่ ๓ เมื่อครั้งทรงโปรดให้พระยาบริรักษ์ภูธร (แสง)ผู้พี่ชายไปเป็นพระยาไทรบุรี  ได้โปรดให้นายนุชมหาดเล็กเป็นพระยาเสนานุชิต  ปลัดเมืองไทรบุรีด้วย
         
ต่อมาเมื่อย้ายพระยาไทรบุรี  (แสง)ไปเป็นผู้ว่าราชการเมืองพังงา ก็ได้โปรดฯให้ ย้ายพระยาเสนานุชิต (นุช) ไปเป็นปลัดเมืองพังงาด้วย ชีวิตจึงมีส่วนเกี่ยวพันกับเมืองพังงา ภายหลังเมื่อตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองตะกั่วป่าว่าง จึงโปรดฯให้ย้ายไปเป็นผู้ว่าราชการเมืองตะกั่วป่า เป็นที่พระยาเสนานุชิต ต้นรัชกาลที่ ๕ ในพ.ศ.๒๔๑๕ โปรดให้มีการประมูลภาษามีผลประโยชน์ พระยาเสนานุชิต (นุช) ผู้ว่าราชการเมืองตะกั่วป่า ก็ปรากฏชื่อว่ารับประมูลด้วย
         
พระยาเสนานุชิต  (นุช) เป็นผู้มีความมั่นคงในการปกครองบ้านเมือง ท่านเคยผ่านราชการงานเมืองมามากเคยเป็นปลัดเมืองไทร และหัวเมืองปักษ์ใต้ส่วนล่าง  เคยคุมกองทัพสู้รบกับแขกเพื่อตีเมืองไทรบุรีคืน  อีกประการหนึ่งท่านเคยเป็นมหาดเล็กมาก่อน เข้าใจในระเบียบปฏิบัติราชการและราชสำนักเป็นอย่างดี  กับเป็นผู้มีฐานะมั่งคั่ง จึงเป็นผลให้สามารถปกครองบ้านเมืองได้อย่างสงบสุข
         
สมัยที่พระยาเสนานุชิต    (นุช)   เป็นเจ้าเมืองตะกั่วป่า   ซึ่งนับว่าเป็นยุคทองของเมืองตะกั่วป่าเพราะเจ้าพระยาเสนานุชิตเป็นนักพัฒนาที่ประสบผลสำเร็จคนหนึ่ง  จากการผูกขาดภาษีแบบเหมาเมือง  ซึ่งทำให้จำนวนภาษีเมืองตะกั่วป่า เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะภาษีผลประโยชน์ ๕ อย่าง คือ อากรดีบุก อากรบ่อนเบี้ย อากรเตาสุรา  ภาษีฝิ่น  และค่าตีตราดีบุก  และนอกจากนี้ยังได้เก็บภาษีไร่นา  อีกด้วย  ทำให้เมืองตะกั่วป่ามีความมั่งคั่งเจริญรุ่งเรือง และก่อสร้างสิ่งต่าง ๆ มากมาย เช่น วัดเสนานุชรังสรรค์ สร้างตลาดในเมืองตะกั่วป่า กำแพงล้อมรอบจวนผู้ว่าราชการเมือง



เกียรติคุณที่ได้รับ
         
พระยาเสนานุชิต  (นุช) ได้มีความดีความชอบ และสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับเมืองตะกั่วป่าเป็นอันมาก จึงได้รับการยกย่องขึ้นเป็นเจ้าเมืองโท  ถือศักดินา  ๑  หมื่น  เทียบเท่าเสนาบดี  และเป็นเจ้าเมืองอาวุโสที่สุดของหัวเมืองชายฝั่งตะวันตก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: