Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
24 กันยายน, 2560, 11:48:56

   

ผู้เขียน หัวข้อ: นายจุติ บุญสูง  (อ่าน 5279 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 29 สิงหาคม, 2554, 06:55:01 »

นายจุติ บุญสูง



ประวัติ
         
นายจุติ  บุญสูง  เป็นนายเหมืองแร่ตัวอย่างเป็นนักธุรกิจที่สำคัญคนหนึ่งของภาคใต้ เป็นบุตรของนายเองเซ่ง นางฟุ้งหงี่ บุญสูง เกิดเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ.๒๔๕๒ ที่อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
         
นายจุติ  บุญสูง  เป็นคนเฉลียวฉลาด  เงียบขรึม  รักสงบ และกระตือรือร้นในการทำงานมาตั้งแต่เด็ก สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนเต้าหมิง (โรงเรียนสอนภาษาจีน)  อำเภอตะกั่วป่า  จนระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูล จังหวัดพังงา เมื่ออายุ ๑๓ ปี ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๖๕ ได้ไปศึกษาต่อที่ Penang Free School ณ รัฐปินัง ประเทศมาเลเซีย ระหว่างศึกษาอยุ่ในโรงเรียนนี้ได้สร้างเกียรติประวัติไว้โดยสอบไล่ได้เป็นที่ ๑  ของชั้นอีกด้วย  ศึกษาอยู่ในโรงเรียนนี้  ๗  ปี  จบการศึกษาชั้น High School ได้รับประกาศนียบัตร Senior Cambribge จึงได้เดินทางกลับภูมิลำเนาเมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๒
         
เมื่อนายจุติ  บุญสูง  เดินทางกลับมาพังงาแล้วก็ได้เข้าช่วยเหลือกิจการทุกอย่างของบิดาอย่างแข็งขัน จนกระทั่งถึงวัยอันควรก็ได้สมรสกับนาวสาวสวาท ณ นคร มีบุตรชายหญิง ๕ คน ต่อมาได้ภรรยาอีก ๒ คน มีบุตรด้วยกันอีก  ๖  คน  บุตรธิดาทุกคนได้รับการศึกษาสูง  และมีฐานะดีทั้งสิ้น  บุตรบางคนเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักกันดี เช่น นายไมตรี บุญสูง นายประหยัด บุญสูง เป็นต้น
         
ในปี  พ.ศ.๒๔๘๑  บิดาของนายจุติ  บุญสูง ถึงแก่กรรม นายจุติ บุญสูง จึงรับมรดกกิจการต่างๆ ของบิดาส่วนหนึ่ง  และได้ดำเนินการจนทำให้กิจการต่าง  ๆ  เหล่านั้นเจริญขึ้นเรื่อยๆ  จนสามารถตั้งเป็นบริษัทดำเนินการธุรกิจการค้า และอุตสาหกรรมขึ้นมากมาย  เช่น  บริษัท  อีซูซุบอดี้  จำกัด บริษัท นิปปอนด์ เดนโซ่
เซลล์ จำกัด บริษัท จุติพานิช จำกัด เป็นต้น
         
นายจุติ บุญสูง ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๕ รวมอายุได้ ๗๓ ปี

ผลงาน
         
๑.  นายจุติ บุญสูง จะดำเนินธุรกิจเองแล้วยังร่วมมือกับนายทุนต่างชาติ ให้เข้ามาลงทุนดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอีกด้วย เช่น  ร่วมมือกับนายทุนญี่ปุ่น ก่อตั้งบริษัทยางไทย - ญี่ปุ่น ขึ้นเพื่อผลิตยางรถยนต์ โดยที่นายจุติ บุญสูงเป็นประธานกรรมการบริษัทเอง  ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๑๑ บริษัทผลิตยางรถยนต์ดังกล่าวได้เจริญขึ้นอย่างรวดเร็วและได้เปลี่ยนชื่อเป็น  "บริษัทไทยบริสโตน  จำกัด"  ซึ่งเป็นบริษัทผลิตยางรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยปัจจุบันนี้
         
๒.   ด้านกิจการเหมืองแร่  นายจุติ  บุญสูง  ได้ชื่อว่าคนไทยรุ่นบุกเบิกคนหนึ่งที่ดำเนินกิจการเหมืองแร่ขนาดใหญ่ ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ และได้ดำเนินกิจการเหมืองแร่เจริญมาตามลำดับ มีเหมืองแร่ที่อยู่ในเครือบริษัทมากมาย มีทั้งเรือขุดแร่ขนาดใหญ่  และเหมืองฉีด บริษัทที่เกี่ยวกับกิจการเหมืองแร่ของนายจุติ บุญสูง มีอยู่  ๒  บริษัท  คือ  บริษัทขุดแร่บุญสูง  จำกัด  และบริษัทเรือขุดแร่จุติ  จำกัด ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ กิจการเหมืองแร่ของนายจุติ บุญสูง เป็นที่ยอมรับของผู้ประกอบการเหมืองแร่ทั่วไป จนได้รับการยกย่องให้เป็นผู้ประกอบการเหมืองแร่ทั่วไป จนได้รับการยกย่องให้เป็นผู้ประกอบการเหมืองแร่ตัวอย่าง สำหรับกิจการขนาดใหญ่ จากกระทรวงอุตสาหกรรมเมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๒๕ เนื่องในโอกาสที่กระทรวงอุตสาหกรรมฉลองครบรอบ ๒๐๐ ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
         
๓.  ได้ก่อตั้งโรงแต่งแร่ดีบุก และพลอยที่ทันสมัยขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต สามารถแต่งแร่ดีบุก และพลอยส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ นำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศปีละไม่น้อย
         
๔.  ปี พ.ศ.๒๕๒๓ นายจุติ บุญสูง ได้มีส่วนในการสนับสนุนตั้งโรงงานถลุงแร่ขึ้นในประเทศ ซึ่งทำให้ไม่ต้องส่งแร่ที่ขุดได้ไปถลุงในต่างประเทศ นอกจากนั้นยังเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งโรงถลุงแร่ดีบุกแหล่งใหม่ที่จังหวัดภูเก็ตอีกด้วย โดยให้มีคนไทยเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด
         
๕. ด้านสังคม  นายจุติ  บุญสูง  ได้รับเลือกตั้งให้เป็นนายกเทศมนตรีเมืองตะกั่วป่า เป็นนายกสมาคมอุตสาหกรรม เหมืองแร่แห่งประเทศไทยหลายสมัย เป็นตัวแทนผู้ค้าแร่เพื่อทำสัญญาราคาแร่ กับกลุ่มผู้ค้าแร่ระหว่างประเทศหลายฉบับ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๖ - ๒๕๒๕ นอกจากนี้ก็ยังเป็นผู้แทนรัฐบาลไทยไปประชุมร่วมกับสมาคมผู้ค้าแร่ระหว่างประเทศในวาระต่าง ๆ  ไม่น้อยกว่า  ๕๐  ครั้ง โดยที่เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายส่วนตัวทั้งหมด เคยร่วมอยู่ในคณะฑูตการค้าแร่ของประเทศไทยไปเยือนประเทศสหภาพโซเวียตและกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์ในยุโรป
         
๖. ดำรงตำแหน่งกรรมการสมาคมเหมืองแร่ไทย
         
๗.  เป็นประธานมูลนิธิเงินภัณฑ์กันชนดีบุก เพื่อส่งเสริมให้ข้าราชการและนักศึกษาไปเรียนเพิ่มเติมในด้านธรณีวิทยาและแร่
         
๘. ได้บริจาคทรัพย์สินที่ดินเป็นมูลค่านับสิบล้านบาท เพื่อสร้างสิ่งสาธารณประโยชน์ ได้แก่

         ๘.๑ บริจาคเงินสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลตะกั่วป่า โรงพยาบาลศิริราช
         ๘.๒ สร้างอาคารเรียนให้กับโรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูล (อาคารจุติ บุญสูง)
       ๘.๓ บริจาคเงินสร้างอุโบสถให้กับวัดต่าง ๆ ในจังหวัดพังงา ภูเก็ต ยะลา
         ๘.๔ บริจาคเงินสร้างมัสยิดฮิดายะตัลอิสลาเมียะห์ เพื่อชาวไทยมุสลิมที่อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
         ๘.๕   สร้างสถานที่ราชการอื่นๆ   และบริจาคที่ดินหลายร้อยไร่  ให้แก่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินและโรงเรียนในเขตจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดปทุมธานี
         ๘.๖  บริจาคเงินให้กับมูลนิธิต่างๆ บริจาคเงินเป็นทุนการศึกษาแก่เยาวชนและบริจาคเงินการกุศลในโอกาสต่างๆ เป็นต้น

เกียรติคุณที่ได้รับ
         
ด้วยความรู้ความสามารถและคุณงามความดีที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติโดยตรงในที่สุดท่านจึงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ถึง ๓ ชั้น คือ

          -. ๕ ธันวาคม ๒๕๐๐ ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จตุรถาภรณ์มงกุฏิไทย
          -. ๕ ธันวาคม ๒๕๐๓ ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จตุถาภรณ์ช้างเผือก
          -. ๕ ธันวาคม ๒๕๑๑ ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตริตราภรณ์มงกุฏิไทย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: