Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
24 กันยายน, 2560, 12:01:05

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ความเป็นมาของจังหวัดพังงา  (อ่าน 1396 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 27 สิงหาคม, 2554, 22:54:55 »

ความเป็นมาของจังหวัดพังงา
         
บริเวณจังหวัดพังงาน่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนมาแล้วแต่โบราณ   ประวัติศาสตร์ที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนเพิ่งจะเริ่มในรัชกาลที่ ๒ เมื่อพม่ายกทัพมาตีไทยใน พ.ศ. ๒๓๕๒ พม่าได้ยกทัพเรือมาตีเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และเมืองถลางแตก ผู้คนจากเมืองเหล่านี้จึงอพยพมาอยู่ในบริเวณเมืองพังงาในปัจจุบันนี้
         
ใน  พ.ศ.  ๒๓๘๔  รัชกาลที่  ๓  โปรดเกล้าให้พระยาไทรบุรี  (แสง  ณ  นคร  )  เจ้าเมืองไทรบุรีมาเป็นเจ้าเมืองพังงาคนแรก มีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาบริรักษ์ภูธร  (แสง) เมืองพังงาจึงได้ตั้งบ้านเมืองอย่างแท้จริง และมีเจ้าเมืองปกครองต่อมาจนถึงสมัยปฏิรูปการปกครองแผ่นดินในสมัยรัชกาลที่ ๕ ( พ.ศ. ๒๔๓๗ ) ได้รวมหลายหัวเมืองเป็นมณฑล ในปักษ์ใต้ฝั่งตะวันตกนั้นได้ตั้งมณฑลที่เมืองภูเก็ต มีเมืองสังกัด ๖ เมือง คือ ภูเก็ต พังงา กระบี่  ตรัง  ตะกั่วป่าและระนอง  เมืองตะกั่วทุ่งถูกยุบเป็นอำเภอขึ้นกับเมืองพังงา  พ.ศ. ๒๔๗๕ สมัยรัชกาลที่ ๗ ประเทศไทยประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ จึงได้ยุบเมืองตะกั่วป่าขึ้นกับเมืองพังงา
         
เมื่อแรกตั้งเมืองพังงาในสมัยรัชกาลที่  ๒ นั้น ที่ตั้งเมืองพังงาและที่ทำการของรัฐบาลอยู่ที่บ้านชายค่าย ห่างจากศาลากลางจังหวัดหลังเก่าประมาณ ๓  กิโลเมตร  ต่อมาถึงปี พ.ศ. ๒๔๗๓ ได้ย้ายมาตั้งศาลากลางจังหวัดที่บ้านท้ายช้าง (คือศาลากลางจังหวัดหลังเก่า) จนถึง พ.ศ.๒๕๑๕ จึงได้ย้ายศาลากลางจังหวัดมาตั้งในที่ใหม่ตรงหน้าถ้ำพุงช้าง ห่างจากศาลากลางจังหวัดหลังเก่ามาทางทิศใต้ประมาณ ๑ กิโลเมตร ศาลากลางหลังใหม่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: