Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 ตุลาคม, 2561, 11:05:38

   

ผู้เขียน หัวข้อ: พระยาเพชรกำแหงสงคราม (ซุ่ย)  (อ่าน 2764 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,913
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 27 สิงหาคม, 2554, 22:27:23 »

พระยาเพชรกำแหงสงคราม (ซุ่ย)

ประวัติ
         
เดิมชื่อ   ซุ่ย   (ในสมัยนั้นยังไม่มีนามสกุลใช้)  เกิดเมื่อวันที่  ๙  เมษายน  พ.ศ.  ๒๓๑๘  เป็นบุตรของนายถิ่น นางไผยา (น้อย) เป็นชาวเมืองชุมพรโดยกำเนิด รับราชการไต่เต้าขึ้นมาเป็นพระปลัดเมืองชุมพร แล้วเลื่อนขึ้นเป็นพระยาชุมพรได้รับราชทินนามเป็นพระยาเพชรกำแหงสงคราม    น่าเชื่อว่าท่านดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองตั้งแต่ครั้งเมืองชุมพรเดิมยังตั้งอยู่ในตำบลตากแดด อำเภอเมืองชุมพรและในช่วงเวลาที่ท่านเป็นเจ้าเมืองชุมพรได้ย้ายเมืองมาตั้งอยู่ ณ ตัวเมืองชุมพรปัจจุบันนี้

เกียรติประวัติและผลงาน
         
พระยาชุมพร  (ซุ่ย) ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์คาบเกี่ยวลงมาถึงสมัยรัชกาลที่ ๓ ในปี พ.ศ. ๒๓๕๒ เกิดสงครามกับพม่าที่เรียกกันว่าสงคราม ๙ ทัพ ศึกทางหัวเมืองปักต์ใต้ฝ่ายทะเลตะวันตก ฝ่ายพม่ามีอะเติงหวุ่นเป็นแม่ทัพใหญ่ ให้แยค่องยกกำลังทางเรือลงมาตีหัวเมืองฝ่ายตะวัน ตกลงไปถึงเมืองถลาง ดุเรียงสาระตยอยกมาทางบก ตีได้เมืองมะลิวัน เมืองระนอง เมืองกระ (ที่บ้านปากจั่น) แล้วยกกำลังข้ามมาตีเมืองชุมพร ชุมพรเป็นเมืองขนาดเล็กมีกำลังคนน้อย พระยาชุมพร (ซุ่ย) คุมคนเข้าต่อตีพม่า แต่ต้านทานไว้ไม่อยู่พม่าตีเมืองได้  เวลานั้นกองทัพของกรมพระราชวังบวร  ฯ อันมีพระยาจ่าแสนยากรเป็นแม่ทัพยกลงมาถึงชุมพร  ได้ยกเข้าตีทัพพม่าแตก  ฆ่าฟันและจับเชลยได้เป็นอันมาก  พม่าถอยหนีไปทางเมืองกระกลับไปเมืองปะริด
         
ในปี  พ.ศ. ๒๓๖๔ พระยาชุมพร (ซุ่ย) สร้างวัดที่บ้านท่าตะเภาเหนือ อยู่ในอำเภอเมืองชุมพร ปัจจุบันนี้ให้ชื่อวัดว่า "วัดราชคฤห์ดาวคะนอง" แต่ชาวบ้านเรียกว่าวัดท่าตะเภาเหนือ  ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น "วัดชุมพรรังสรรค์" การที่พระยาชุมพร(ซุ่ย) ได้สร้างวัดท่าตะเภาเหนือจึงเป็นหลักฐานว่าเมืองชุมพรเดิมได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองปัจจุบันในปี พ.ศ. ๒๓๖๔ หรือก่อนหน้านี้ไม่นานนัก
         
ในปี  พ.ศ. ๒๓๖๗ อังกฤษยึดพม่าได้เป็นบางส่วนแล้ว จะทำศึกขั้นแตกหักกับพม่า ได้ขอให้ไทยเข้าร่วมรบด้วย ไทยได้ส่งทัพบกออกไปทางด่านเจดีย์สามองค์ และมีท้องตราเกณฑ์ทัพเมืองชุมพร และทัพเมืองไชยาให้พระยาเพชรกำแหงสงคราม (ซุ่ย)  เป็นแม่กอง  ยกกองเรือขึ้นไปเมืองมะริด และเมืองทวาย กองเรือนี้มีเรือรบ ๙ ลำ เป็นเรือขนาดใหญ่มีกันเชียงลำละ ๖๐ กันเชียง บ้าง ๘๐ กันเชียงบ้าง เมื่อพระยาชุมพร (ซุ่ย) ยกไปถึงเมืองมะริด           

พันตรีฟริทนายทหารอังกฤษออกมาแจ้งแก่พระยาชุมพรว่าอังกฤษตีเมืองมะริดได้แล้ว พระยาชุมพรจึงยกกองเรือกลับและรับครัวเมืองมะริดมา  ๔๐๐  คน  กองเรืออังกฤษไล่ตามจับเรือในกองทัพพระยาชุมพรที่แล่นล้าหลังอยู่ได้ ๑ ลำ เป็นเรือของพระเทพชัยบุรินทร์ผู้รั้งเมืองท่าแซะ อังกฤษจับเรือและคนทั้งนายและไพร่จำไว้ที่เมืองมะริด  และทำหนังสือกล่าวโทษ   พระยาชุมพรเข้ามากรุงเทพฯ  พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงขัดเคืองอังกฤษ มีท้องตราเรียกทัพบกกลับจากเมืองเมาะตะมะ ใบบอกของพระยาชุมพร (ซุ่ย) ที่มีเข้าไปกรุงเทพฯว่าครัวเมืองมะริดหนีอังกฤษจะขอเข้ามาอยู่กับญาติพี่น้องที่อยู่ในเมืองไทย พระยาชุมพรจึงรับตัวมา  แต่คำกล่าวโทษของฝ่ายอังกฤษจะมีชั้นเชิงทางการเมืองอย่างไร ไม่มีหลักฐานเป็นรายละเอียดในท้องตราพระราชสีห์ ในที่สุดพระยาชุมพร (ซุ่ย) ถูกเรียกตัวเข้ากรุงเทพฯ และปลดออกจาก

ตำแหน่งเจ้าเมืองชุมพร
         
พระยาเพชรกำแหงสงคราม  (ซุ่ย)  ได้ปกครองและสร้างบ้านแปงเมืองชุมพรมาด้วยดี  ออกราชการทำศึกกับพม่าด้วยความสามารถหลายครั้งหลายหน ครั้งสุดท้ายไม่ได้รับกับพม่า แต่ปะทะกับมหาอำนาจอังกฤษผู้กำลังล่าเมืองขึ้นและเสียทีในทางการเมืองระหว่างประเทศ จนชะตาตกอับต้องถูกปลดจากตำแหน่ง

         
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
         
พ.ศ. ๒๓๕๓ ได้รับพระราชทาน "พานทอง" จากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒
         
อนิจกรรม
         
ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๓๗๕ ณ กรุงเทพมหานคร

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: