Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
20 มกราคม, 2561, 06:22:48

   

ผู้เขียน หัวข้อ: การทำทุเรียนนอกฤดู เมืองชุมพร  (อ่าน 20384 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,792
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 31 กรกฎาคม, 2554, 00:01:10 »

ทุเรียนล่าฤดูของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนทุเรียนจังหวัดชุมพร

   
     
ทุเรียนเป็นไม้ผลประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของจังหวัดชุมพร  ในการออกผลผลิตตามฤดูกาลนั้นทำให้เกษตรกรประสบปัญหาด้านรายได้จากการที่ราคาทุเรียนตกต่ำ เนื่องจากมีผลผลิตเป็นจำนวนมาก    กลุ่มเกษตรกรชาวสวนทุเรียนจึงได้คิดค้นวิธีการผลิตทุเรียนให้มีกำหนดออกล่าช้ากว่าฤดูกาล
เพื่อแก้ปัญหาปริมาณทุเรียนที่ทะลักเข้าสู่ตลาด โดยใช้เวลาในการสังเกตและทดลองเป็นเวลาหลายปีจึงประสบผลสำเร็จสามารถทำให้ทุเรียนออกนอกฤดูกาลได้   ซึ่งมีการเผยแพร่เทคโนโลยีดังกล่าวให้แก่ชาวสวนทุเรียนที่สนใจให้ทราบเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป
         
การทำทุเรียนนอกฤดู  เป็นความพยายามของเกษตรกรชาวสวนในจังหวัดชุมพร ที่พยายามคิดค้นหาวิธีการที่จะเพิ่มผลผลิตให้กับงานอาชีพหลักของคน ส่วนมากจะทำกันในสวนขนาดใหญ่ หรือชาวสวนที่มีเงินทุนสูง เพราะการทำทุเรียนนอกฤดูนี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

 

องค์ความรู้
         
การทำทุเรียนนอกฤดูจะเริ่มเมื่อทุเรียนออกดอกราวเดือนมกราคม    ให้เกษตรกรดำเนินการให้ปุ๋ย  ๘-๒๔-๒๔ เพื่อเร่งการแตกใบอ่อนและจะทำให้ดอกทุเรียนร่วง  โดยให้น้ำวันเว้น ๒ วัน ใบอ่อนของทุเรียนจะเริ่มแตกใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์และเมื่อเป็นใบแก่ทุเรียนจะเริ่มออกดอก  ถ้าต้องการทุเรียนนอกฤดูให้ราคาดีการยืดเวลาออกดอกทุเรียนออกไปอีกด้วยวิธีการเดิม จนกระทั่งทุเรียนแตกใบอ่อน อีกครั้ง การให้น้ำยังคงทำเป็นปกติจนกระทั่งทุเรียนเริ่มเป็นใบเพสลาด   จึงให้ปุ๋ยสูตร   ๘-๒๔-๒๔    ประมาณ  ๒-๓   กิโลกรัมต่อต้น สำหรับทุเรียนที่มีอายุ ๑๐ ปีขึ้นไป   

เมื่อใบเพสลาดของทุเรียนเริ่มค่อนไปทางแก่ก็งดการให้น้ำเพื่อบังคับให้ทุเรียนออกดอก โดยงดให้น้ำประมาณ ๒-๓ สัปดาห์  ทุเรียนจะเริ่มผลิตตาดอกออกมา   แต่ต้องระวังอย่าให้ทุเรียนแตกใบอ่อนโดยใช้ปุ๋ยโปรแตสเซี่ยมไนเตรทพ่นในอัตรา ๓๐๐-๔๐๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร ถ้าไม่สามารถควบคุมใบอ่อนได้ให้ใช้ไดเมทโธเอทฉีดพ่นเพื่อให้ใบอ่อนร่วงและเป็นการกำจัดเพลี้ยโดยใช้อัตราส่วน ๕๐ ซี.ซี./น้ำ ๑ ปี๊บ จากนั้นจึงบำรุงต้นและลูก
       
โดยปกติทุเรียนนอกฤดูในจังหวัดชุมพรนั้นจะมีระยะเวลาเก็บเกี่ยวประมาณเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป

ประโยชน์
         
การทำทุเรียนนอกฤดู  เป็นวิธีการหนึ่งซึ่งสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในระดับที่น่าพอใจอีกทั้งยังเป็นการเพิ่มผลผลิตให้ประเทศไทยมีทุเรียนตลอดปีอีกด้วย    สำหรับทุเรียนล่าฤดูที่มีการทำมากในจังหวัดชุมพรนั้น เป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง  ซึ่งนอกจากจะจำหน่ายภายในจังหวัดชุมพรแล้วยังเป็นผลไม้ที่ส่งออกจำหน่ายไป
ต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศไต้หวันและญี่ปุ่น ซึ่งราคาของทุเรียนนอกฤดูนั้นจะสูงกว่าราคาในฤดูกว่า ๒ เท่า เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนเป็นอย่างมาก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,792
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 31 กรกฎาคม, 2554, 00:02:49 »

ทุเรียนหมอนทอง



ชื่อวิทยาศาสตร์          Durio Zibethinus
วงศ์          BAMBACACEAE

ลักษณะ
         
ทุเรียนหมอนทองจัดเป็นทุเรียนพันธุ์เบา  คือ จากระยะเริ่มปลูก (จากกิ่งตอน) จนถึงให้ผล ใช้เวลา ๔-๕ ปี ดอกจะเริ่มผลิประมาณต้นเดือนธันวาคม-ต้นเดือนกุมภาพันธ์  และดอกจะบานทยอยกันไปจนหมดต้นใช้เวลาประมาณ  ๘-๑๐ วัน และทุเรียนจะแก่สุกเก็บผลได้ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม ระยะเวลาจากผลิดอกจนถึงตัดผลได้ใช้เวลา ๑๖๓-๑๖๕ วัน
         
ทุเรียนหมอนทองมีลักษณะลำต้นสูงใหญ่ทรงกรวยคว่ำ  ลำต้นสีน้ำตาล การแตกกิ่งก้านไม่เป็นระเบียบ ใบยาวใหญ่  ความกว้างของใบค่อนข้างสม่ำเสมอ  โคนใบกับปลายใบเกือบเท่ากัน  ปลายใบบิดเล็กน้อย  ใบเขียวเข้มไม่เป็นมัน ผลยาวใหญ่ หนักประมาณ ๓-๔ กิโลกรัม ขั้วผลใหญ่ ก้นผลแหลม หนามห่าง เมล็ดแบน เนื้อหนาสีเหลืองไม่เข้มจัด รสหวานมันพอเหมาะ

แหล่งที่พบ
         
ทุกอำเภอในจังหวัดชุมพร

ความสัมพันธ์กับชุมชน
         
ทุเรียนจัดได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง  เนื่องจากมีราคาแพง โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทองจะให้ผลตอบแทนต่อไร่สูงมากที่สุดชนิดหนึ่ง เพราะเป็นทุเรียนคุณภาพดี เนื้อมาก รสชาติหวานมันพอเหมาะ เป็นที่นิยมรับประทานของคนทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ   สามารถส่งออกไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศ ทั้งในลักษณะผลสด และเนื้อทุเรียนผ่านกรรมวิธีแช่แข็ง ประเทศที่นิยมรับประทานทุเรียนหมอนทองของไทย คือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และยุโรป

ความสำคัญทางเศรษฐกิจ
         
ทุเรียนหมอนทอง  เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ  ๑  ใน  ๑๐ รายการของจังหวัดชุมพร เพราะนอกจากจะจำหน่ายในรูปทุเรียนสดแล้ว ยังมีการแปรรูปเป็นทุเรียทอด   ทุเรียนกวน  ซึ่งจัดจำหน่ายเป็นสินค้าพื้นเมืองของจังหวัดด้วย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,792
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 31 กรกฎาคม, 2554, 00:06:50 »

ทุเรียนทอด



วิธีการทำ
         
๑.เลือกเฉพาะทุเรียนแก่ประมาณ  ๘๐ เปอร์เซนต์

สังเกตจากเนื้อทุเรียนมีสีเหลืองแต่เนื้อแข็ง นำมาปอกเปลือก  วิธีปอกเปลือกทุเรียนให้ใช้มีดปลายแหลมที่มีความคมมากๆ กรีดตามร่องของพูทุเรียนที่เป็นกลีบ ๆ แล้วค่อยๆแกะเปลือกออกระวังอย่าให้โดนเนื้อทุเรียน แกะเม็ดทุเรียนและเนื้อสีขาวในบริเวณเม็ดออกให้หมด
         
๒.นำเนื้อทุเรียนที่แกะเม็ดแล้วมาหั่นฝานบาง ๆ
         
๓.เตรียมน้ำมันสำหรับทอด

ซึ่งต้องใช้น้ำมันพืชเท่านั้น ตั้งไฟให้ร้อน โดยใช้ไฟแรง
         
๔.นำเนื้อทุเรียนที่หั่นแล้วลงทอด

ในระยะแรกไม่ควรคนบ่อย ๆ เพราะจะทำให้เนื้อทุเรียนขาดเป็นริ้ว ๆ ได้ง่าย
         
๕.ทอดทุเรียนให้แห้งกรอบ

สังเกตจากเนื้อทุเรียนจะลอยขึ้นมาที่ผิวกะทะและมีสีขาว หรี่ไฟปานกลาง ทอดจนเนื้อแห้ง ใช้ตะแกรงช้อนเนื้อทุเรียนขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน
         
๖.นำทุเรียนทอดมาซับน้ำมันกับกระดาษปรุ๊ฟ

แล้วนำไปคลุกเกลือป่นนิดหน่อย เพื่อให้มีรสเค็มกลมกล่อมหรืออาจนำไปอบเพื่อไล่น้ำมันจากเนื้อทุเรียนออก และสามารถเก็บได้นานโดยไม่มีกลิ่นหืนของน้ำมัน
         
๗.เมื่อทุเรียนเย็นให้นำบรรจุในภาชนะแห้งสนิทปิดฝาให้แน่น ป้องกันอากาศเข้า
         
๘.วิธีการเลือกทุเรียนสำหรับทอดควรใช้ทุเรียนหมอนทองลูกใหญ่ที่มีน้ำหนักขนาด ๕ กิโลกรัม ขึ้นไปโดยเลือกลูกทุเรียนที่มีทรงกลม เพื่อความสะดวกในการปอกและจะได้เนื้อทุเรียนมาก
         
๙.ถ้าไม่ต้องการทอดให้ใช้การอบโดยเคล้าเนย  แทนจะได้เนื้อทุเรียนที่แห้งกว่าการทอด



ประโยชน์
         
ทุเรียนทอดเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียนดิบที่สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานใช้รับประทานเป็นอาหารว่างให้รสชาติคล้ายมันฝรั่งทอดแต่มีความหอม หวาน และมัน มากกว่า นิยมใช้เป็นของฝากพื้นเมืองเพราะมีน้ำหนักเบา และมีราคาค่อนข้างสูง ตั้งแต่ ๒๐๐ - ๔๐๐ บาท ต่อทุเรียนทอด ๑ กิโลกรัม เกษตรกรจะนำทุเรียนมาทอดมากถ้าราคาจำหน่ายผลสดต่ำกว่าต้นทุน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: