Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
20 เมษายน, 2561, 17:54:28

   

ผู้เขียน หัวข้อ: พระยาอิศราธิไชย (หมี ณ ถลาง) เจ้าเมืองนักพัฒนา จังหวัดกระบี่  (อ่าน 1915 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,870
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 25 กรกฎาคม, 2554, 14:14:10 »

พระยาอิศราธิไชย (หมี ณ ถลาง)เจ้าเมืองนักพัฒนา จังหวัดกระบี่

ประวัติ
         
พระยาอิศราธิไชย  (หมี ณ ถลาง) เป็นบุตรคนที่ ๑๐ ของพระพิพิธสมบัติ (แหม้ว ณ ถลาง) กับนางแสง ณ ถลาง เกิดเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๑๔ ณ บ้านเหนือ ตำบลท้ายช้าง จังหวัดพังงา
         
ชีวิตในเบื้องต้นได้รับการศึกษาในสำนักของบิดาแล้วบรรพชาเป็นสามเณร  ไปศึกษาภาษาไทยต่อที่วัดสระบพิธภิมุข แล้วอุปสมบท ๑ พรรษา ลาสิกขาบทมาอยู่กับบิดา ได้มีโอกาสติดตามบิดาไปทำธุรกิจทางปีนัง แหลมมลายูหลายครั้ง จนสามารถเรียนรู้ภาษามลายูและภาษาจีนได้แคล่วคล่อง ภาษาอังกฤษพูดได้เล็กน้อย เพราะไม่ได้เรียนในระบบโรงเรียน
         
เริ่มรับราชการครั้งแรกเป็นเสมียนมหาดไทยที่เมืองภูเก็ต  เป็นนายอำเภอทุ่งคา  (เมืองภูเก็ต) ย้ายไปรับราชการที่เมืองพัทลุงในตำแหน่งหลวงคลังอากร นายอำเภอเมืองพัทลุง และตำแหน่งหลวงทัพกำแหงสงครามปลัดเมืองพัทลุง และตำแหน่งพระแก้วโกรพผู้ว่าราชการเมือง ท่านเป็นผู้นำนายคนัง (เงาะป่า) ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว   ต่อมาได้เลื่อนยศเป็นอำมาตย์โท   ได้รับพระราชทานนาฬิกาพกเรือนทองสายทองคำจารึกพระนามาภิไธยอีกด้วย
         
หลังจากนั้นได้ย้ายมารับราชการเมืองกระบี่  ในขณะที่บรรดาศักดิ์เป็น "พระแก้วโกรพ" ระยะนั้นกำลังมีผู้ร้ายชุกชุม  เป็นงานเร่งด่วนที่ท่านต้องทำ  เพื่อปราบพวกโจรให้สงบราบคาบ  โดยการหมั่นออกท้องที่พบปะบรรดากำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  ดำเนินนโยบายปราบปรามอย่างเด็ดขาด  เมื่อบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะสงบแล้วจึงเริ่มงานพัฒนาเมืองอย่างจริงจัง

ผลงานของพระยาอิศราธิไชย (หมี ณ ถลาง) และเกียรติคุณที่ได้รับ
         
๑.การพัฒนาอาชีพชาวบ้าน  ให้บุกเบิกที่รกร้างว่างเปล่าลงเป็นนาและที่ทำกิน  เช่น  สวนยางพารา สวนมะพร้าว สวนพริกไทย สวนผลไม้ แม้แต่ท่านเองก็ได้ทำเป็นตัวอย่างโดยปลูกมะพร้าวไว้รอบๆ บ้าน และบุกเบิกที่ทำนาเองที่บ้านห้วยยูง
         
๒.ปรับปรุงเส้นทางคมนาคม ตัดถนนหนทางเพิ่มขึ้น ทำท่าเรือ เพื่อให้ชาวบ้านไปมาสะดวก และเป็นเส้นทางขนถ่ายสินค้า
         
๓.พัฒนางานด้านศึกษา ในขณะนั้นกระทรวงธรรมการ ได้ออกพระราชบัญญัติการประถมศึกษาขึ้นใช้ เพื่อให้การจัดการศึกษาแก่ประชาชนเป็นระบบขึ้น ทางราชการสั่งให้กระทรวงมหาดไทยช่วยดำเนินการจัดหาที่เล่าเรียนสำหรับเด็ก     ท่านได้ใช้นโยบายให้กำนันทุกตำบลสร้างที่ทำการกำนันขึ้น     โดยบอกว่าเพื่อความสะดวกในการบริหารงานปกครอง  ปรากฏว่าจังหวัดสามารถสร้างที่ทำการได้ครบทุกตำบลก่อนจังหวัดอื่นในมณฑลภูเก็ต    เสร็จแล้วก็ให้ใช้สโมสรกำนันเป็นที่เล่าเรียนของเด็ก จนได้รับคำชมเชยจากพระยารัษฎานุประดิษฐ์ (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ซึ่งเป็นเทศบาลมณฑลในขณะนั้น
         
นอกจากนี้ท่านได้จัดตั้งโรงเรียนมัธยมขึ้นอีก  เป็นอาคารไม้ถาวร  หลังคาปั้นหยา มุงกระเบื้อง จำนวน ๓ ห้องเรียน  โดยมิได้ใช้งบประมาณของทางการ  แต่ขอความร่วมมือจากบรรดาพ่อค้าข้าราชการ ประชาชน สละคนละเล็กคนละน้อยจนสำเร็จ ภายหลังให้ชื่อโรงเรียนนี้ว่า "โรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูล"
         
งานพัฒนาด้านศาสนา  เนื่องจากไม่มีวัดประจำเมือง ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนในการประกอบศาสนกิจ ท่านได้พัฒนาสำนักสงฆ์ขึ้นที่ตำบลปากน้ำ โดยนิมนต์พระสงฆ์ให้มาจำพรรษา ต่อมาได้พัฒนาเสนาสนะเพิ่มเติมขึ้นจนเป็นวัดถาวร ปัจจุบันคือ "วัดแก้วโกรวาราม"
         
พระยาอิศราธิไชย  (หมี  ณ  ถลาง)เป็นนักปกครองที่มีความสามารถมาก ได้ปฏิบัติงานตามนโยบายของราชการเป็นผลดี   จนได้รับคำชมเชยและได้รับเลื่อนบรรดาศักดิ์สูงขึ้น ครั้งสุดท้ายเป็น    "อำมาตย์โท พระยาอิศราธิไชย" รับราชการที่เมืองกระบี่จนเกษียณอายุราชการ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: