Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
17 กรกฎาคม, 2561, 07:07:38

   

ผู้เขียน หัวข้อ: พระครูอาทรสังวรกิจ (สวาส)ฉายา กนฺตสงฺวโร นามสกุล เอี่ยวน้อย  (อ่าน 1747 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 25 กรกฎาคม, 2554, 14:13:42 »

พระครูอาทรสังวรกิจ (สวาส)ฉายา กนฺตสงฺวโร นามสกุล เอี่ยวน้อย

ผู้สร้างพิพิธภัณฑ์วัดคลองท่อม

ประวัติ
         
เกิดเมื่อวันที่  ๒๕ ตุลาคม ๒๔๖๘ ตรงกับวันจันทร์ แรม ๓ ค่ำ เดือนอ้าย ปีฉลู สถานที่เกิด ๑๖ หมู่ ๖ ตำบลปกาไส อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เป็นบุตรของนายล่อง เอี่ยวน้อย (ถึงแก่กรรม)กับนางเคียบ เอี่ยวน้อย (ถึงแก่กรรม) มีพี่น้องร่วมบิดามารดา ๙ คน เสียชีวิตไปแล้ว ๕ คน (พ.ศ.๒๕๔๑)
         
อุปสมบทเมื่อวันจันทร์   ขึ้น   ๑๒  ค่ำ  เดือน  ๕  ปีระกา  ตรงกับวันที่  ๒๓  เมษายน  ๒๔๘๙  ณ  วัดธรรมาวุธสรณาราม (วัดบ่อพอ/คลองเสียด)  ตำบลปกาไส  โดยมีพระราชสุตกวี  (สิงห์) เป็นพระอุปัชฌาย์ แล้วไปจำพรรษาที่วัดแก้วโกรวาราม อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
         
พ.ศ. ๒๔๘๙ - ๒๔๙๕   ศึกษาธรรมวินัยที่วัดแก้วโกรวาราม สอบได้นักธรรมชั้นโท       
พ.ศ. ๒๔๙๕  - ๒๔๙๘   ได้ไปจำพรรษาที่จังหวัดพังงา   และได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งครูสอนพระปริยัติธรรม         
พ.ศ.๒๔๙๘  -  ปัจจุบัน   ได้ย้ายกลับมาอยู่วัดคลองท่อม  อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ระยะแรกได้ปฏิบัติหน้าที่ครูสอนพระปริยัติธรรม จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๗

ตำแหน่ง
         
พ.ศ. ๒๔๙๙         เป็นเจ้าอาวาสวัดคลองท่อมเป็นกรรมการตรวจสอบนักธรรมชั้นตรี         
พ.ศ.๒๕๐๕          เป็นองค์การเผยแพร่ อำเภอคลองท่อมและอำเภอเกาะลันตา         
พ.ศ. ๒๕๑๑         เป็นเจ้าคณะตำบลคลองท่อมใต้และอำเภอเกาะลันตา         
พ.ศ. ๒๕๑๗         เป็นเจ้าคณะอำเภอคลองท่อมและอำเภอเกาะลันตา
         
ปัจจุบัน  เป็นเจ้าอาวาสวัดคลองท่อม  ตำบลคลองท่อมใต้  อำเภอคลองท่อม  จังหวัดกระบี่

ผลงาน
         
๑.ผลงานด้านพระศาสนา   สนับสนุนพระภิกษุ  สามเณรเรียนรู้พระปริยัติธรรมศึกษา  เปิดการสอนนักธรรมส่งเข้าสอบเป็นประจำทุกปี         
๒.งานพัฒนาวัดในด้านต่างๆ เช่น ปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ สร้างกุฏิสงฆ์ สร้างฌาปนสถาน ปฏิสังขรณ์ศาลาท่าน้ำ ต่อเติมอาคารศาลาการเปรียญ (เอนกประสงค์)สร้างที่เก็บน้ำฝนประเมินราคาหลายล้านบาท         
๓.ร่วมมือกับทางคณะสงฆ์และทางราชการ ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น         
๔.ควบคุมการก่อสร้างเสนาสนะทุกวัดในเขตการปกครอง         
๕. เป็นองค์การเผยแพร่อบรมจริยธรรม ปาฐกถาธรรมแก่เยาวชนในโรงเรียนและประชาชนทั่วไป         
๖. พัฒนาอาคารสถานที่และจัดสิ่งแวดล้อมของวัด      จนเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างของกรมศาสนา

ผลงานดีเด่น

         
๑.ผลงานด้านการสะสมสมบัติทางวัฒนธรรมและโบราณคดี
         
ท่านพระครูอาทรสังวรกิจ  ได้มาอยู่ที่วัดคลองท่อมตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๘ แหล่งโบราณคดีหรือที่เรียกว่าควนลูกปัดในขณะนั้นยังไม่เป็นที่สนใจของผู้คน ชาวบ้านแถบนั้นพบเห็นลูกปัดกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป แต่ก็ไม่มีใครคิดเอาไปใช้ประโยชน์อันใด คงเข้าใจว่าเป็นวัตถุโบราณอาจเกิดอาถรรพณ์กับผู้นำไปใช้ได้ เพราะเคยปรากฎอยู่ว่าเคยมีคนเก็บไปแล้วเกิดอาการไม่สบายก็เลยเชื่อกันต่อๆมา จนกระทั่งปี  พ.ศ.๒๕๐๙  ท่านพระครูอาทรสังวรกิจ ได้เก็บมารวบรวมไว้ที่วัด รวมทั้งโบราณวัตถุอื่นๆที่มีอยู่ในวัด เช่น พระพุทธรูป เศษเครื่องปั้นดินเผา และอื่นๆ ที่คนนำมาถวายบ้าง เก็บเองบ้างเพราะท่านเกิดความคิดว่าสิ่งเหล่านี้ต่อไปภายหน้าอาจหาดูไม่ได้ เด็กรุ่นต่อไปก็จะไม่ได้ศึกษา จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เก็บสะสมเรื่อยมาเป็นเวลาหลายสิบปี บางส่วนก็ได้แบ่งให้กรมศิลปากร เพื่อจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๑๖ อาจารย์มานิต วัลลิโภดม และอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ได้เดินทางไปสำรวจแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ ให้ความเห็นว่า บริเวณนี้อาจทำหน้าที่เป็นเมืองท่า เชื่อมฝั่งการเดินทางของเหล่าบรรดาพ่อค้า
         
๒.ผลงานการสร้างพิพิธภัณฑ์วัดคลองท่อม
         
ท่านพระครูอาทรสังวรกิจ  ได้สร้างอาคารเล็กๆ ขึ้นหลังหนึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นสถานที่เก็บสะสมโบราณวัตถุที่ขุดพบจากควนลูกปัด  โดยอาศัยแรงศรัทธาจากชาวบ้านและผู้มาเยี่ยมเยือนเป็นผู้บริจาค   นับเป็นบุคคลแรกที่เปิดประตูคลองท่อมให้ชาวโลกรู้จัก ด้วย วัตถุโบราณที่ท่านได้สะสมไว้ส่วนหนึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๙ ซึ่งวัตถุโบราณที่ขุดพบที่ควนลูกปัดแห่งนี้ได้สูญหายไปเป็นจำนวนมาก จึงเป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวที่สามารถให้ผู้สนใจไปศึกษาค้นคว้าหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีได้ โดยเฉพาะสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาถึง ๒ ครั้ง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: