Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
20 กันยายน, 2561, 23:23:49

   

ผู้เขียน หัวข้อ: พระครูเทพมุนีศรีสุวรรณถูปาฏมาภิบาล (ปาน)  (อ่าน 2219 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,907
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 25 กรกฎาคม, 2554, 13:39:12 »

พระครูเทพมุนีศรีสุวรรณถูปาฏมาภิบาล (ปาน)



ประวัติ
         
พระครูเทพมุนีศรีสุวรรณถูปาฏมาภิบาล  (ปาน)คนโดยทั่วไปเรียกขานกันว่า "ท่านปาน" เป็นบุตรของนายเกิด นางส้ม ชาวบ้านตำบลขุนทะเล อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรี-ธรรมราช มีพี่สาวร่วมบิดามารดาชื่อทองสา ครอบครัวบิดามารดาของท่านค่อนข้างอัตคัดขัดสน
         
ท่านปานได้มีโอกาสเดินทางเข้ากรุงเทพฯ กับภิกษุรูปหนึ่งและได้บรรพชาอุปสมบทที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม จำพรรษาอยู่ในกรุงเทพฯได้ ๒  ปี    มีความใส่ใจในการศึกษาเล่าเรียนธรรมกัมปัฏฐานจนแตกฉาน
         
เมื่อออกพรรษาแล้วภิกษุปานจึงได้อำลาเจ้าอาวาสเดินทางออกจากกรุงเทพฯ กลับนครศรีธรรมราชด้วยการเดินเท้า โดยมีเจ้าหนูตาดเป็นศิษย์ติดตามมารับใช้  เมื่อเดินทางถึงที่หมาย ได้แวะเยี่ยมพี่สาวที่ลานสกา เยี่ยมญาติที่ยวนแหล นมัสการพระบรมธาตุเจดีย์ แล้วเลยไปพำนักที่วัดเพชรจริก อยู่เป็นเวลานาน จึงคิดว่าน่าจะเริ่มซ่อมพระบรมธาตุได้แล้ว
         
เช้าวันนั้นท่านได้ปรึกษากับนายหมี ให้ไปขอแรงญาติพี่น้องชาวบ้านมาช่วยกันถากถางซ่อมแซมวัดพระมหาธาตุและสร้างที่พำนักถวายแด่ท่านภิกษุปานด้วย  ชาวบ้านต่างสนใจ ช่วยกันทำงานเป็นจำนวนมาก การซ่อมสร้างครั้งยิ่งใหญ่ใช้เวลานานหลายปี หลังจากที่ซ่อมสร้างวัดพระมหาธาตุเสร็จแล้วจัดให้มีงานสมโภชเฉลิมฉลองถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน
         
เมื่อเสร็จสิ้นมหากุศลภารกิจแล้ว ท่านปานก็ลาสิกขาบทและแต่งงานกับหม่อนแข ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงจัดให้ และได้ทรงแต่งตั้งให้ทิตย์ปานเป็นเจ้าพนักงานวัดพระมหาธาตุ ได้รับเงินตราเดือนละชั่ง  ทิตย์ปานได้ออกไปปลูกบ้านอยู่บริเวณวัดหน้าพระลาน และมีชีวิตอยู่ต่อมาได้เพียง ๓ ปีก็ถึงแก่กรรม



ผลงาน/เกียรติคุณที่ได้รับ
         
๑.เป็น"ภิกษุผู้นำ"ในการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งยิ่งใหญ่ขององค์พระบรมธาตุเจดีย์ และวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ใน พ.ศ.๒๔๓๗ (ร.ศ. ๑๑๓)
         
การซ่อมพระบรมธาตุเจดีย์ของท่านปานได้มีเรื่องเล่าขานกันว่าเมื่อครั้งอยู่วัดพระเชตุพนฯ  ในคืนหนึ่ง ภิกษุปานฝันว่ามีเทวดานุ่งขาวห่มขาว หนวดย้อยเป็นแพน แขวนประคำ ผมยาวย้อยสยายลงมาถึงบ่า ถือพัดด้ามมุกและไม้เท้าหัวงู นัยน์ตาดำเหมือนตางู ได้มาหา และเข้ามานั่งข้าง แล้วแสดงอานิสงส์ของการบรรพชาอุปสมบทว่ายิ่งใหญ่มากและสุดท้ายได้ย้ำว่าท่านปานควรจะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงชักชวนชาวบ้านให้ช่วยกันซ่อมแซมบำรุงรักษาพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งกำลังรกร้าง ในฝันนั้นท่านปานยอมรับกับเทวดาองค์นั้นว่าจะดำเนินการให้จนสำเร็จสมประสงค์ เมื่อท่านปานกลับมาอยู่นครศรีธรรมราช ท่านได้ระลึกถึงความฝันจึงได้เป็นผู้นำชักชวนราษฎรไทยจีน แขก มลายู ซึ่งมีความศรัทธาพระพุทธศาสนาร่วมบริจาคเงินและสิ่งของสำหรับการบูรณะปฏิสังขรณ์ส่วนต่าง ๆ  ภายในวัดพระบรมธาตุทั้งพระระเบียงรอบฐานองค์พระบรมธาตุ วิหารพระม้า วิหารเขียน พระธรรมศาลา ฯลฯ
         
ข่าวการซ่อมสร้างพระบรมธาตุ เล่าสืบต่อออกไปอย่างรวดเร็ว ประชาชนที่เลื่อมใสศรัทธาในพระศาสนา  ต่างช่วยกันคนละไม้คนละมือ   ตามกำลังที่ตนถนัด และมีความพร้อม ด้วยพลังศรัทธาของประชาชน และช่วงเวลาการปฏิบัติงานทั้งกลางวัน กลางคืนมีมหรสพพื้นบ้าน ต่างพร้อมใจกันมาให้ความรื่นเริงบันเทิงใจอยู่มิได้ขาด     

ทำให้การซ่อมสร้างพระบรมธาตุดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วขึ้น ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แจ้งในพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังปรากฏในพระราชหัตถเลขาฉบับที่ ๒ เมื่อเสด็จประพาสแหลมมลายูถึงเมืองนครศรีธรรมราช ในปี พ.ศ. ๒๔๔๑ ว่า
         
"...พระครูเทพมุนี (ปาน)....มีคุณวิเศษในการที่ตั้งใจปฏิสังขรณ์พระมหาธาตุมีความสามารถเป็นอัศจรรย์เปิดเรี่ยรายตลอดทุกหัวเมืองในแหลมมลายู จนถึงเมืองแขกและเมืองสิงคโปร์  ปีนัง ทำการมา ๔ ปี ได้เงินกว่า ๔๐,๐๐๐ บาท ราษฎรที่ไม่มีเงินก็มาทำด้วยกำลังแรงมีคนที่มาทำงานอยู่เสมอถึงพันเศษ ตั้งแต่รับเลื่อยไม้ โขลกปูน  ทำการเบ็ดเสร็จไม่ได้เสียค่าจ้างเลย  มีแต่ได้กินอาหาร ๓ เวลา อาหารนั้นก็ไม่ได้ลงทุนซื้อ คนที่มาทำงานหรือมีใจศรัทธาเข้าเรี่ยรายหาของส่งตามแต่จะมีอันใดพระครูนั้นตั้งกงษีไว้สำหรับรับและมีผู้มารับช่วยทำครัวเลี้ยงคนได้ถึงพันเศษทั้งพระสงฆ์ ตามแต่ผู้ใดจะมากิน..."


         
๒.เกียรติคุณที่ท่านปานได้รับ
                   
๒.๑ เมื่อสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จฯ มาสังเกตการณ์การบูรณะปฏิสังขรณ์วัดและพระบรมธาตุเจดีย์  และทรงทราบเป็นที่แน่ชัดว่า  ท่านปานและประชาชนต่างพร้อมใจกันกระทำด้วยพลังศรัทธาอันแรงกล้าโดยแท้จริง จึงประทานสมณศักดิ์  ท่านปานเป็นพระครูเทพมุนีศรีสุธรรมรัตน์ (ปาน)ประทานพัดยศให้
                   
๒.๒  เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ถึงเมืองนครศรี-ธรรมราช ในปี พ.ศ.๒๔๔๑ ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดิ์ท่านปาน เป็นพระครูเทพมุนีศรีสุวรรณถูปาฏมาภิบาล (ปาน)
         
พระครูเทพมุนีศรีสุวรรณถูปาฎิบาล (ปาน)จึงเป็นผู้นำที่ควรแก่การยกย่องอย่างแท้จริง  ดังกลอนบทหนึ่งของ "นครภัฏ" กล่าวถึงพระครูเทพมุนีศรีสุวรรณถูปาฎมาภิบาล(ปาน) ว่า

                              คราวเป็นสงฆ์ก็เป็นสงฆ์ที่สะอาด
                    เป็นคฤหาสน์ก็ยังมีศรีสง่า
                    คุณความดีดีเด่นอยู่เป็นตรา
                    ดีทั้งมาเป็นชีดีทั่วไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: