Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
17 กรกฎาคม, 2561, 20:52:56

   

ผู้เขียน หัวข้อ: การต่อกระดูกด้วยยาสมุนไพรของหมอจัด ทวีพรหม  (อ่าน 4047 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 24 กรกฎาคม, 2554, 20:21:50 »

การต่อกระดูกด้วยยาสมุนไพรของหมอจัด ทวีพรหม


         
นายจัด ทวีพรหม ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านสมุนไพรเป็นยาในการต่อกระดูก

ประวัติ
         
นายจัด  ทวีพรม เป็นบุตรคนเดียวของหมดเผือ ทวีพรหม และนางคล้าย สัจจาดุลย์ เกิดปี พ.ศ.๒๔๗๖ บ้านท่านาย ตำบลท่าขึ้น อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช นายจัดแต่งงานกับนายจาย มีบุตรธิดา ๖ คน
         
ด้านการศึกษานายจัดเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่   ๔  จากโรงเรียนวัดเทวดาราม  แล้วออกมาช่วยพ่อแม่เลี้ยงวัวควายและทำนาซึ่งเป็นอาชีพหลักของครอบครัว อายุ ๒๑ ปี อุปสมบทในบวรพระพุทธศาสนา หลังจากลาสิขาบทไม่นานถูกเกณฑ์เป็นตำรวจ เมื่อครบเกณฑ์จึงรับมรดกเป็นหมอกระดูก ต่อจากหมอเผือ
         
ความรู้ในการรักษาโรคด้วยยาสมุนไพร  หมดจัดรับถ่ายทอดมาจากหมอเผือผู้เป็นพ่อ  ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากหมอเจิม  ผู้เป็นปู่ของหมดจัด  เนื่องจากเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว  ประกอบกับมีความสนใจและมีใจรักในการศึกษาด้านยาสมุนไพร หมดจัดจึงตั้งใจรับการถ่ายทอดและฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ จนสามารถรักษาผู้ป่วยได้ด้วยตนเอง ตั้งแต่อายุ  ๒๓  ปี  รับรักษาโรคอัมพฤกษ์  อัมพาต ปวดเมื่อย และการต่อกระดูก โดยเฉพาะการทำการต่อกระดูก หมอจัดมีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือของคนในหมู่บ้าน จึงมีการบอกต่อๆกันไป ทำให้มีคนไข้มารับการรักษากับหมดจัดจำนวนมากในปัจจุบัน



วิธีการรักษาของหมอจัด
         
๑.ที่มาของตำหรับยาของหมอจัด ได้รับการสืบทอดต่อ ๆ กันมาในครอบครัว และได้รับ โบราณภาษาขอมจากบิดา
         
๒.แหล่งสมุนไพร จาก ๓ แหล่ง คือ

                    ๑).เสาะหาจากทุ่งนาในบริเวณตำบลท่าขึ้น เช่น เถาวัลย์เปรียง ผักเสี้ยนผี
                    ๒).หาจากในป่าหรือบนภูเขาเหล็ก อำเภอนบพิตำ เช่น ย่านเอ็น ย่านตายปลายเป็น หัวคุรำ
                    ๓).ซื้อจากร้านสมุนไพร เช่น เปราะหอม การบูร พิมเสน

         
๓.การเตรียมและแปรสภาพสมุนไพร

โดยการล้างสมุนไพรให้สะอาด หั่นเป็นชิ้น ๆ นำไปตากแดดจนแห้งสนิท แล้วบดหรือตำรวมกันจนกลายเป็นตัวยา  นำหัวคุรำล้างทำความสะอาด  นำไปเคี่ยวจนน้ำมันส่วนหัวออก นำมะพร้าวมาเคี่ยวจนกลายเป็นน้ำมัน แล้วนำผงสมุนไพรที่บดผสมแล้ว นำมาผสมในน้ำมันมะพร้าว ผสมกับน้ำมันหัวคุรำ  คนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน   กลายเป็นตัวยา   แล้วนำไปปลุก  เสกตัวยาก่อนที่จะนำไปรักษาผู้ป่วย
         
๔.อุปกรณ์การเข้าเผือก ประกอบด้วย ไม้ไผ่ ผ้าก๊อต ผ้าสามเหลี่ยมสำหรับคล้องแขนไม่ให้แขนห้อย
                   
ขั้นตอนการเข้าเผือก โดยการนำไม้ไผ่มาผ่าเป็นซี่ สำหรับทาบบริเวณที่หักนำผ้าก๊อตมาพันไม้ไผ่ที่เข้าเผือกไว้
         
๕.ขั้นตอนการรักษาการต่อกระดูกหัก
                   
๕.๑ การวินิจฉัยกระดูก โดยการสังเกตดูกระดูก และลำดับกระดูกเมื่อรู้ว่าส่วนไหนของกระดูกที่หัก ก็จะเริ่มทำการรักษา
                   
๕.๒ การจัดกระดูกให้ต่อชนกัน  โดยการชักกระดูกให้ต่อชนกัน  นำไม้ไผ่ที่เตรียมไว้มาเข้าเฝือกให้ผู้ป่วย
                   
๕.๓ การทาน้ำมัน   หมอจัดจะใช้น้ำมันตัวยาที่ผ่านการปลุกเสกมารักษาโดยการชุบทาน้ำมันประคบส่วนที่หัก บริเวณที่เข้าเผือกไว้ หมอจะบีบนวดให้น้ำมันที่ทาสามารถซึมเข้าถึงกระดูก น้ำมันต้องทาให้ชุ่มอยู่ตลอดเวลาเพื่อช่วยให้กระดูกเชื่อมเป็นปกติเร็ว บีบนวดวันละ  ๒ ครั้ง เช้าและเย็น ตรวจดูอาการทั้งเช้าเย็นจนกว่าจะหาย ระยะเวลารักษาประมาณ ๑-๒ เดือน
                   
๕.๔  เมื่อเอาเฝือกออก จะยังคงชุบทาน้ำมัน บีบนวดทั้งเช้าเย็น และฝึกหัดเดินจนสามารถเดินได้เป็นปกติ ถ้าแขนหักหมอจัดก็จะดัดแขนทั้งเช้าเย็นจนหายเป็นปกติ



ประโยชน์
         
๑.หมอชาวบ้านได้ใช้ภูมิปัญญาแพทย์แผนโบราณให้การรักษาด้วยยาสมุนไพรแก่ประชาชนผู้ป่วย เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระการรักษาพยาบาลของทางราชการได้อีกทางหนึ่ง
         
๒.ช่วยให้ผู้ป่วยที่รับการรักษาพยายามตามวิธีแผนใหม่แต่ลักษณะแขนขา ไม่ตรงไม่เข้ารูปยังไม่เป็นปกติดังเดิม สามารถรักษาให้หายเป็นปกติดังเดิมได้
         
๓.ทำให้ประหยัดรายจ่ายที่เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เพราะสมุนไพรมีอยู่ในท้องถิ่น ทำให้ใช้เงินในการรักษาพยาบาลถูกกว่าหมอแผนปัจจุบัน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: