Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
16 กันยายน, 2562, 15:47:44

   

ผู้เขียน หัวข้อ: การทำกะปิ ของชาวขนอม  (อ่าน 3791 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,915
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 24 กรกฎาคม, 2554, 20:16:40 »

การทำกะปิ ของชาวขนอม




ส่วนผสม
         
๑.กุ้ง ที่ใช้ทำกะปิจะต้องมีขนาดเล็กที่สุด ได้แก่ กุ้งรำ กุ้งสายไหม กุ้งสารส้มโอ
                   
๑)กุ้งรำ จะมีขนาดเล็กที่สุด ลักษณะตัวกุ้งจะเป็นสีชมพูอ่อน ๆ เมื่อนำไปทำกะปิ จะได้กะปิเนื้อละเอียด แน่น ให้เนื้อกะปิมาก และทำง่ายกว่ากุ้งชนิดอื่น                 
๒)กุ้งสายไหม มีลำตัวยาวและมีหนวดมาก ตัวใหญ่กว่ากุ้งรำเล็กน้อย ตัวกุ้งมีสีชมพู นำไปทำกะปิจะได้กะปิสีสวย น่ารับประทานกว่ากุ้งชนิดอื่น                   
๓)กุ้งสารส้มโอ มีขนาดใหญ่กว่ากุ้งสายไหม สีออกสีขาว เวลานำไปทำกะปิจะได้กะปิดที่หยาบ เพราะกุ้งตัวใหญ่ สีของกะปิจะไม่สวย
         
๒.เกลือ จะใช้เกลือเม็ดเล็ก ๆ เพื่อนำมาตำกับกุ้ง         
๓.น้ำตาล ใช้น้ำตาลอ้อย



อุปกรณ์

          ๑. ครกตำ ควรใช้ครกทีทำด้วยท่อนไม้ขนาดใหญ่และสากไม้ตำ
          ๒. กะละมัง ใช้ใส่กะปิ และหมักกะปิดที่ทำเสร็จแล้ว
          ๓. ช้อน ใช้ช้อนขนาดใหญ่ ในการตักกะปิดที่ตำเสร็จแล้ว
          ๔. ไห ใช้ใส่กะปิที่ตำเสร็จแล้ว เพื่อให้กะปิเก็บไว้ได้นาน
          ๕. เครื่องบดกุ้ง ใช้ในการบดกุ้งให้ละเอียดและรวดเร็ว

วิธีการทำกะปิ
         
๑.นำกุ้งที่ได้มาล้างกับน้ำทะเลไม่ควรล้างในน้ำธรรมดาเพราะจะทำให้กุ้งเสีย รสชาติไม่ได้ เพื่อให้ได้รสชาดกะปิดี และล้างสิ่งสกปรกที่ติดมากับกุ้งออกแล้วนำกุ้งไปตากแดด โดยไม่ให้แห้งจนเกินไป ควรตากพอหมาด ๆ เพราะหากตากแห้งจะทำให้ตำได้ไม่ละเอียด
         
๒.นำกุ้งที่ตากไว้พอหมาด ๆ มาตำ ซึ่งขณะที่ตำจะต้องใส่เกลือผสมลงไปด้วย โดยใช้กุ้ง ๓ กิโลกรัม/เกลือ ๑ ถ้วยตวง แล้วตำผสมให้เข้ากัน
         
๓.นำกุ้งตีผสมเกลือและตำเสร็จแล้วใส่กะละมัง หมักไว้ประมาณ ๓ คืน
         
๔.เมื่อครบ ๓ คืน แล้วนำกุ้งที่หมักไว้ไปปั้นเป็นก้อนแบน ๆ แล้วนำไปตากแดดอีกครั้งหนึ่งประมาณ ๒ วัน
         
๕.เมื่อครบ ๒ วันแล้ว ให้นำกุ้งที่ตากไว้มาตำอีกครั้งหนึ่งให้ละเอียด ใส่เกลือลงไปอีกครั้งหนึ่งประมาณ ๑/๔ ถ้วยตวง แล้วใส่น้ำตาลเล็กน้อยตามชอบ จะได้กะปิที่มีรสชาดที่ดี ถูกหลักอนามัย
         
๖.วิธีเก็บรักษากะปิ มี ๒ ขั้นตอนคือ

๑)อัดแน่นและ ๒)ขัดน้ำ
                   
๖.๑ การอัดแน่นทำโดยนำกะปิที่ตำเสร็จแล้วไปใส่ไหไว้อัดให้แน่น นำปีกกมะพร้าวมาตัดขนาดเท่าปากไห ปิดไว้แล้วนำไม้ไผ่ขนาดเท่าปากไหมาขัดไว้อีก                   
๖.๒ การขัดน้ำ   คือการนำไม้ไผ่ขัดไว้ปากไหแล้วนำน้ำมะพร้าวกับเกลือกมาละลายให้ออกรสเค็ม นำไปใส่ไว้บนปากไหที่ใช้ไม้ไผ่ขัดไว้ วิธีนี้จะทำให้เก็บรักษากะปิไว้ได้นานเป็นปี ๆ



ประโยชน์ของกะปิ
         
๑.การทำกะปิ  เป็นการถนอมอาหารประเภทกุ้งได้อีกวิธีหนึ่ง  เก็บไว้รับประทานได้นานเป็นปี  กะปิใช้ประโยชน์ในการปรุงอาหารให้ทั้งคุณค่าทางอาหารและรสชาติ
         
๒.การทำกะปิเป็นการหารายได้เสริมของประชาชนในตำบลชนอม  ในแต่ละปีชาวบ้านจะทำกะปิครั้งหนึ่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคมทุกปี หรือประมาณเดือน ๓ เดือน ๔ ยามคลื่นลมสงบและอากาศเย็น ท้องฟ้ามีสีแดงคล้ายดอกละมุด กุ้งรำ กุ้งสายไหม และกุ้งสารส้มโอจะขึ้นมามากอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ ๔-๕ เมตร  ชาวบ้านผู้พบว่ามีกุ้งขึ้นชายหาดจะบอกข่าวต่อ  ๆ กันไป ประชาชนในถิ่นต่างพากันนำเครื่องมือ เช่น คันรุน สวิง มาจับกุ้งเพื่อทำไปทำกะปิ ขายเป็นรายได้เสริม ทำรายได้ประมาณปีละ ๖๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี ต่อครอบครัว
         
๓.ใช้กะปิเป็นของฝากแก่ญาติมิตร
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: