Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
20 พฤศจิกายน, 2560, 16:43:43

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ถ้ำคูหา  (อ่าน 2415 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,600
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 24 กรกฎาคม, 2554, 12:45:41 »

ถ้ำคูหา



สถานที่ตั้ง         

ถ้ำคูหา เป็นโบราณสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่หมู่ที่ ๑ บ้านคูหา ตำบลช้างซ้าย อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี




ประวัติความเป็นมา

ถ้ำคูหาเป็นถ้ำหินปูน  เกิดจากการกัดเซาะของน้ำใต้ตินและน้ำฝนที่ไหลตามแนวถ้ำมีทางเข้าหันหน้าไป ทางทิศตะวันออก ขนาดกว้าง ๘ เมตร สูงจากพื้นถ้ำด้านหน้า ๑๐ เมตรเศษ และลึก ๑๙.๘๐ เมตร ด้านนี้ได้ รับการปรับปรุงสภาพบางส่วน เช่น  มีการทำเป็นบันไดลงสู่พื้นถ้ำด้านล่างซึ่งต่ำลงไปราว  ๙๐  เมตร และได้ เทพื้นคอนกรีตพื้นถ้ำด้วย    ภายในถ้ำคูหาก็มีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่     ภาพปูนปั้นดินดิบ     ภาพปูนปั้น    และ พระพุทธรูปปางไสยาสน์  ประชาชนในท้องถิ่น   และต่างถิ่น   ให้ความสนใจและสักการะบูชาเรื่อยมาจนถึง ปัจจุบัน



ความสำคัญต่อชุมชน

๑.    ประชาชนในท้องถิ่นของจังหวัดสุราษฎร์ธานี    ให้ความสนใจเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา   ก็ได้ เดินทางมาสักการะบูชา เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ๒.  ทางราชการได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ภาพดินดิบ  ภาพปูนปั้นและพระพุทธรูปปางไสยาสน์  โดยทำ ความสะอาด   และทำลายรังหมาร่า    เพื่อที่จะให้สถานที่วัดคูหาเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาและอยู่คู่กับ ประชาชนในจังหวัดและของประเทศสืบต่อไป

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม

ถ้ำคูหาหันหน้าไปทางทิศตะวันออก  ขนาดกว้าง ๘ เมตร สูงจากพื้นถ้ำด้านหน้า ๑๐ เมตรเศษ และลึก ๑๙.๘๐ เมตร ปัจจุบันมีการทำบันไดลงสู่ด้านล่าง ภายในถ้ำคูหาก็มีประดิษฐ์สถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้

๑.  ภาพปั้นดินดิบ  ปรากฏบนผนังถ้ำด้านหน้าและซอกถ้ำ  ซึ่งอยู่สูงขึ้นไป บริเวณซอกเหลี่ยมหน้าถ้ำ เป็นทั้งภาพนูนต่ำและเนินสูง (Base  and  High Relief) สำหรับบริเวณหน้าถ้ำนั้น เป็นประติมากรรมนูนต่ำ ทำเป็นรูปสถูปพระพุทธรูปและอาคารที่ทำด้วยแท่นบัลลังก์ก็ทำเป็นรูปเก้าอี้     ซึ่งมีลวดลายตกแต่งสวยงาม มาก  ลักษณะเช่นนี้คล้ายกับประติมากรรม   ซึ่งพบที่   จันทิเมนดุท   (   Chanli  Mandut)  และจันทิเมอร์ค (Chandi Marak)  ในชวาภาคกลางประเทศอินโดนีเซีย  แต่จัดอยู่ในสมัยก่อนทางด้านซ้ายและด้านขวาเป็น เศียรพระพุทธรูป ด้านหลังเป็นรูปยักษ์หรือมารที่มุมซ้าย เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางวิตรรกะ ส่วนด้านล่าง สุดเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งแต่เศียรหักหายไป ภาพดังกล่าวประมาณอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕ -๑ ๖

๒.  ภาพปูนปั้น  บริเวณริมผนั่งถ้ำ มีพระพุทธรูประดิษฐาน อยู่เป็นแนวทั้ง ๒ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางด้านขวามือ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชายที่น่าสนใจอยู่ ๓ องค์ ขนาดหน้าตักกว่า ๑.๒๐ เมตร สูง ๑.๕๘ เมตร  เหนือเศียรนั้นซุ้มเรือนแก้วต่อเนื่องกัน   ส่วนบนสุดเป็นรูปหน้ามาร  ช่วงต่อระหว่างซุ้มเรือนแก้วนั้นเป็น ภาพปูนปั้นพระพุทธรูปปางมารวิชัย   มีนาค    ๕    เศียร    แผ่รัศมีปกคลุมอยู่    ภาพดังกล่าวประมาณอายุ พุทธศตวรรษที่ ๑๘ - ๑๙



๓.  พระพุทธรูปปางไสยาสน์ ประดิษฐานอยู่ในถ้ำส่วนลึกสุดขนาดยาว ๑๐.๑๐ เมตร เข้าใจว่าสร้างขึ้น ภายหลัง เนื่องจากถ้ำคูหามีความเก่าแก่หลักฐานต่าง  ๆ  จึงชำรุดไปตามสภาพ ดังนั้นปี  พ.ศ.  ๒๕๒๑-๒๕๒๒ กรมศิลปกรจึงได้บูรณปฏิสังขรณ์ภาพดินดิบโดยทำความสะอาดกำจัด และทำลายรังหมาร่า  ประติมากรรม ดินดิบที่เป็นนูนสูงมากๆ นั้นก็ใช้เหล็กไร้สนิมเจาะลึกเข้าไปในผนังถ้ำ พร้อมกันอัดกาวอิพ็อคซี่ เพื่อให้ยึดเกาะ แหน่นกับแกน และเพดานถ้ำได้ นอกจากนั้นยังใช้น้ำยาพาราลอยด์บี ๗๒ ชนิด ร้อยละ ๕ เคลือบภายนอกอีก ชั้นหนึ่ง


เส้นทางเข้าสู่สถานที่สำคัญ

ถ้ำคูหาอยู่ห่างจากจังหวัดสุรษฏร์ธานีไปตามทางหลวงหมายเลข   ๔๐๑  (สุราษฎร์ธานีไปทางจังหวัด นครศรีธรรมราช)  ราว   ๑๒   กิโลเมตร  โดยมีทางแยกเข้าไปทางขวามือเป็นถนนดินลูกรังอีกประมาณ  ๑.๒ กิโลเมตร
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: