Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
19 พฤศจิกายน, 2560, 20:52:20

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ตำนานวัดพระนางสร้าง  (อ่าน 1208 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
BAY
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 252
สมาชิกลำดับที่ 14700
ดี ไม่ดี อยู่ที่การกระทำ



| |

« เมื่อ: 24 กรกฎาคม, 2554, 12:40:37 »

วัดพระนางสร้าง
อยู่ห่างจากตัวเมือง 20 กม.  ไปตามเส้นทางถนนเทพกษัตรีย์ ถึงสี่แยกอำเภอถลาง ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายเป็นวัดที่เก่าแก่ และเป็นแหล่งประวัติศาสตร์เมืองถลางที่สำคัญแห่งหนึ่ง เพราะวัดพระนางสร้างเคยเป็นค่ายสู้รบกับพม่า เมื่อปี พ.ศ. 2328 นอกจากนี้ภายในอุโบสถเก่าแก่ยังเป็น ที่ประดิษฐานพระพุทธ รูปดีบุกที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก 3 องค์เรียกว่า “พระในพุง” หรือ “พระสามกษัตริย์” ซึ่งอยู่ในพระอุทรของพระพุทธรูปหล่อองค์ใหญ่ 3 องค์อีกชั้นหนึ่ง ในบริเวณใกล้ๆ ทางเข้าอุโบสถ  เราจะพบ ศพหลวงพ่อเซี่ยม (หลวงพ่อใบ) อยู่ในตู้กระจก ซึ่งศพของท่านไม่เน่า เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง
 

       
        
        
ทรงบอกแก่ผู้ที่ร่วมเดินทางว่า  ถ้าเราไม่สิ้นวาสนาเสียก่อนต้องไปนมัสการ  พระบรมธาตุให้ได้ และถ้าเราเดินทางกลับมาโดยสวัสดิภาพ ก็จะสร้างวัดไว้เป็นที่ระลึกจึงจะไปรับอาญาที่ถูกกล่าวหาอาจจะเป็นด้วยบุญญาธิการที่เคยมีมาก่อน  หรือผลอนิสงส์แห่งการยึดมั่นในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เป็นได้  พระนางและคณะจึงไปถึงลังกาเข้านมัสการ  พระบรมธาตุด้วยความปิติและได้นำเอาโบราณวัตถุหลายอย่างกลับมาด้วย ( บางคนเล่ากันว่า นำพระพุทธรูปมามากมาย  และบางคนเล่าว่าได้นำเอาต้นโพธิ์ลังกามาด้วย  และบางคนก็เล่าว่านำพระบรมสารีริกธาตุมาด้วย )

          ตอนที่เดินทางกลับพระนางได้นำเรือเข้าพักที่  เกาะถลางเพระเข้าใจว่าคงเป็นเกาะที่ใหญ่โต  แต่เมื่อขึ้นเกาะเข้าจริง ๆ ก็ต้องผิดหวัง  จึงได้สร้างวัดไว้เป็นที่ระลึกกับได้ปลูกต้นประดู่  และต้นตะเคียนไว้เป็นเครื่องหมาย เข้าใจว่าพระนางคงเอาของมีค่าทางพระพุทธศาสนาฝังไว้ในเจดีย์บ้าง แต่ตอนนั้นก็คงไม่สร้าง อะไรมากมายเพราะภูมิประเทศเดิมเป็นป่าใหญ่ (ต้นตะเคียนและต้นประดู่ได้ถูกโค่นเพื่อสร้างโรงเรียนเมื่อ 30 กว่าปีมาแล้ว)
         เมื่อสร้างวัดเรียบร้อยจึงออกเดินทางต่อไป จนมาถึงนครแม้จะรู้ว่ากำลังจะไปรับความตายแต่พระนางก็มีความสุข ปลื้มปิติเป็นอย่างยิ่ง  ที่ได้สร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่เอาไว้  แต่เมื่อมาถึงชานเมืองพระนางก็ต้องได้รับความเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่งเพราะในขณะที่พระนาง ไม่อยู่ได้เกิดการแย่งชิงพระราชสมบัติพระสวามีได้ถูกประหารชีวิต พระนางจึงไม่เข้าไปในนคร

         ด้วยเหตุนี้พระนางจึงได้พ้นโทษจากพระสวามี พระนางได้กล่าวกับผู้ติดตามว่า  ในชีวิตจะต้องสร้างวัดวาอารามให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  ทุกคนที่ติดตามต่างสาธุกับพระนางด้วย  ดังนั้นจึงได้นำวัตถุสิ่งของที่นำมาจากลังกาจะนำไปสร้างวัด  แต่เมื่อผู้ครองได้รับทราบเรื่องนี้จึงให้ทหารมานำนางไป ประหารชีวิต พร้อมทั้งแย่งชิงของมีค่าทางพระพุทธศาสนาไปไว้ในนคร จะด้วยผลบุญที่พระนางสร้างไว้ เมื่อเพชรฆาตลงดาบตัด พระเศียรออกนั้น โลหิตซึ่งพุ่งออกมามีสีขาวประชาชนที่ทราบเรื่องนี้จึงขนานนามว่า "พระนางเลือดขาว" และวัดต่าง ๆ ที่พระนางได้สร้างขึ้นจึงมีชื่อของพระนางเป็นส่วนมาก

 



ที่มา:http://www.thai-tour.com/thai-tour/south/phuket/data/place/pic-wat-pranangsrang.htm
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




บ้านหลังเล็กๆที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: