Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
25 กันยายน, 2561, 12:24:43

   

ผู้เขียน หัวข้อ: 'สวนหินผางาม' จ.เลย คุนหมิงเมืองไทย  (อ่าน 8766 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« เมื่อ: 15 มีนาคม, 2554, 08:57:45 »



'สวนหินผางาม' จ.เลย คุนหมิงเมืองไทย








สภาพอากาศสลับขั้วไปมา ร้อนบ้างเย็นบ้าง วันดีคืนดีฝนเทกระหน่ำ ทั้ง ๆ ที่เป็นวันเวลาของฤดูหนาว แสดงให้เห็นว่าธรรมชาติไม่แน่นอน กะเกณฑ์กันไม่ได้ แต่เรื่องการเดินทาง ออกสู่ธรรมชาติคือสิ่งที่กำหนดได้ 

หาก เลือกเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดในภาคอีสาน จ.เลย คือจุดหมายต้น ๆ ของการเดินทาง เพียงเพราะใครบางคนหลงเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวใหม่อย่าง “เชียงคาน” เหมือนครั้งที่เมืองปายในจ.แม่ฮ่องสอนเคย ร่ายมนตร์สะกดเดียวกับเชียงคานมาแล้ว  พักใหญ่
   
ปายให้บทเรียนกับ เชียงคานได้พอควร เชียงคานไม่มีถนนสายบาร์เบียร์ ที่ให้นักท่องเที่ยวปล่อยอารมณ์ชิล ชิล กับสายน้ำโขง มีเพียงร้านอาหารริมน้ำ กับเกสต์เฮาส์ในพื้นที่จำกัด


   
นอกจากเชียงคาน “เลย” ยังมีสถานที่บางแห่งที่ไม่น่าละเลยไปเยี่ยมเยือน “สวนหินผางาม” เรียกขานกันว่า “คุนหมิง เมืองไทย” ที่มาของคำเรียกดังกล่าวมาจากผู้หลักผู้ใหญ่ใน จ.เลย ได้ไปดูงานที่คุนหมิง ประเทศจีน เมื่อปี 2542  เห็นพ้องกันว่าสวนหินผางามมีทัศนียภาพไม่ต่างจากคุนหมิง







ที่มาภาพ www. Teenee.com



   
“สวนหินผางาม”
ตั้ง อยู่ในพื้นที่บ้านผางาม หมู่10 ต.ปวนพุ อ.หนองหิน จ.เลย ห่างจากตัวเมืองเลยประมาณ 70 กม. อยู่ระหว่าง อ.วังสะพุงกับภูกระดึง เนื้อหาและจุดเด่น ของคุนหมิงเมืองไทย อยู่ที่ภูเขาหินปูนทอดตัวเป็นแนวยาวท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเขียว ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 9,000 ไร่

ประกอบไปด้วยเขาหินปูนขนาดใหญ่ 3 ลูกด้วยกันคือ เขาคุนหมิง ผาบ่อง หินเต่า  และยังมีภูเขาขนาดเล็กอีกไม่ต่ำกว่า 500 ลูก มีแนวเทือกเขาเดียวที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไป เจาะลึกด้านในได้ ภายใต้เงื่อนไข ต้องใช้ไกด์ท้องถิ่นนำทาง นั้นเพราะเส้นทางเดินสลับซับซ้อนไม่ต่างจากเขาวงกต ไกด์ท้องถิ่นจะเป็นเหล่าเด็กนักเรียนในพื้นที่ สำหรับการเที่ยวชม กับเส้นทาง 1,300 เมตร จะได้ชมความมหัศจรรย์ของสวนหินงามประมาณ 21 จุด ด้วยค่าบริการนำเที่ยว 100 บาทต่อกรุ๊ป (ไม่เกิน 10 ท่าน)
   
ส่วนอีกเส้นทางคือนั่งรถเข้าชม (ค่ารถไปกลับ 10 บาท) นั่งรถอีแต๊ก (รถไถนาเดินตาม) สู่จุดชมวิว สำหรับคนสูงอายุหรือคนที่อยากเที่ยวแบบไม่ต้องการเสียเหงื่อมาก รถอีแต๊กจะพาสู่จุดชมวิวที่มองเห็นจุดที่ได้ชื่อว่าคุนหมิงเมืองไทย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารถจะเทียบท่าถึงจุดชมวิว ต้องปีนป่ายบันไดเหล็กขึ้นไปอีกประมาณ 2 หอบใหญ่ ๆ จึงจะได้เพลินกับวิวสวย ๆ  ดังนั้นควรเตรียมพร้อมทั้งรองเท้า เสื้อผ้า และหัวใจกันไว้แต่เนิ่น ๆ








   
เส้นทางเดินเท้าสำรวจใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงเศษ มีทั้งทางตรง ทางลาดชันและทางราบต่ำที่ต้องก้มตัว เอี้ยวตัวไปมาลอดช่อง ไต่บันได พอได้เหงื่อซึมท่ามกลางป่าเบญจพรรณ ที่มีพรรณไม้ดึกดำบรรพ์ อาทิ จันทน์ผา ปรง ตะบองเพชร แทรกตัวอยู่กับไม้ใหญ่ เมื่อเข้าสู่แดนสลับซับซ้อน จุดเรียกเหงื่อแรก ตั้งชื่อแบบหยามกันไม่ลงว่า “เนินวัดใจ” เพราะต้องปีนบันไดจนแทบท้อได้ หรือเรียกเล่น ๆ ว่า เนินท้อแท้ จุดนี้จะเห็นต้นจันทน์ผาขนาดใหญ่ชูช่อรอต้อนรับ
   
เดินลัดเลาะไหล่เขามา จะเจอซุ้มนักเลงเกรงใจ หรือซุ้มคารวะ ไม่ว่าใหญ่มาจากไหนก็ต้องก้มหัวลอดช่องหินลงมา เพื่อเดินลงบันไดเหล็กนำไปสู่ถ้ำ “อรทัย” ถ้ำที่ตั้งชื่อให้เป็นเกียรติกับผู้มาสำรวจรุ่นแรกที่เป็นผู้หญิงในนามดัง กล่าว
   
ถัดมาจะพบกับ “ช่องสรีระ” เป็นช่องหินที่แคบมากจนไม่คิดว่าจะพาร่างกายเข้าไปได้  ต้องเอี้ยวตัวไปทางขวาเล็กน้อย แต่เมื่อ     ก้มตัวมุดเข้าไปจะพบกับป่องเอี้ยมที่เป็นช่องหิน เมื่อมองลอดลงไปแล้วจะมองเห็นทางที่เดินผ่านมา








   
“ประตูโขง” คือปรากฏการณ์ก้อนหินเทินกัน มีช่องซุ้มประตู ก่อนที่จะพบกับผนังหินที่ทะลุเป็นช่องคล้ายรูปหัวใจที่ดูบูด ๆ เบี้ยว ๆ ชาวบ้านจึงเรียกขานมุมนั้นว่า “ถ้ำหัวใจสลาย” เดิน ชมนกชมไม้มาจะถึงจุดชมวิว ที่ต้องปีนบันไดเหล็กขึ้นไปสูดอากาศเย็นสบายบนที่สูง มองเห็นสวนหินงามได้ในมุมภาพ มีทั้งหินที่เทินกันเหมือนกับรูปเต่า และภูเขาหินสูงต่ำสลับซับซ้อน ถ่ายภาพเป็นระลึกเสร็จสรรพ ต้องไต่บันไดลงมาอีกทอด ตรงทางลงจะมีรถอีแต๊กไว้บริการ เพื่อมาส่งยังจุดเดิม
   
สำหรับสภาพอากาศบริเวณสวนหินงาม ถ้าอากาศไม่ปรวนแปรความหนาวเย็นจะเริ่มมาทักทายที่ราวเดือน พ.ย.-ม.ค. ของทุกปีท่ามกลางบรรยากาศการท่องเที่ยวที่น่ารัก ขับรถมาจะมองเห็นแนวทิวทุ่งบัวตองสีเหลือง บานสะพรั่ง และเร้าใจด้วยการนั่งรถอีแต๊กไปยังจุดชมวิว ส่วนสินค้าที่ระลึกเป็นของชาวบ้านแท้จริงไม่ว่าจะเป็นงานไหมพรมถัก มีทั้งหมวก ผ้าพันคอ งานหัตถกรรมไม้ไผ่…“ผาหินงาม” มุมหนึ่งของ “เลย” ไปแล้วจะรักแล้วรักเลยจริง ๆ
   
**สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-4289-4254 หรือ 08-4779-2633 เว็บไซต์  [url=http://www.puanpu.go.th]www.puanpu.go.th[/url]

ที่มา  Teenee.com

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 15 มีนาคม, 2554, 09:07:24 »




สวนหินผางาม








สวนหินผางาม ชมคุนหมิงและกุ้ยหลินเมืองเลย เป็นเทือกเขาหินปูนในพื้นที่ประมาณ 9,000 ไร่ ประกอบไปด้วยเขาหินปูนขนาดใหญ่สามลูก คือ เขาแผงม้า เขาหินปูน และภูผาแคง และมีภูเขาหินปูนขนาดเล็กอีกไม่ต่ำกว่า 500 ลูก

เขาหินปูนเหล่านี้มีลักษณะเป็นผาหินรูปทรงแปลกตา เต็มไปด้วยซอกหลืบและโพรงที่เชื่อมโยงกันอย่างน่าอัศจรรย์ จนได้รับการขนานนามว่าเป็นคุน-หมิงและกุ้ยหลินเมืองเลย ที่ตั้ง อยู่ที่บ้านผางาม ต. ปวนพุ กิ่ง อ. หนองหิน ห่างจากตลาดหนองหินประมาณ 18 กม.

สิ่งน่าสนใจ สวนหินผางาม หรือคุนหมิงเมืองเลย เป็นภูเขาหินปูนขนาดใหญ่น้อยกระจายทั่วบริเวณ บนเขาเต็มไปด้วยโขดหินและเพิงผาทรงแปลกตา จินตนาการได้หลายรูปแบบ และมีต้นไม้แคระแกร็นขึ้นอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะต้นจันทน์ผา ภูเขาบางลูกสามารถเดินทะลุผ่านไปได้ บางลูกก็เป็นซอกหินสลับซับซ้อน

ทาง อบต. ปวนพุได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติเที่ยวชมสวนหินผางามเป็นวงรอบ ระยะทางประมาณ 1 กม. ใช้เวลาเดินราว 1 ชม. โดยมีเจ้าหน้าที่คอยนำทางและให้ความรู้ตลอดเส้นทาง

จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ทางเดินอ้อมภูเขาไปทางซ้ายมือประมาณ 200 ม. ก็ถึงทางเข้าสู่เขาวงกต ระหว่างทางจะพบกับผาและโขดหินรูปทรงต่าง ๆ จินตนาการได้คล้ายกับหน้าคน ช้างร้องไห้ ถ้ำส่องดาว เต่า สุนัขหมอบ และดวงตา ผ่านทางเข้ามาราว 300 ม. ก็ถึงทางขึ้นเขาวงกต เป็นทางเดินขึ้นสู่ภูเขาที่เหมือนกำแพงหินตระหง่าน ตามโขดหินเต็มไปด้วยพืชทนแล้ง เช่น จันทน์ผา ปรง ตะบองเพชร และปอทองที่มีลำต้นสีเหลืองสูงชะลูดเป็นพันธุ์ไม้เด่นของภูเขาหินปูนแถบนี้เมื่อถึงกำแพงหินแล้ว

ต้องเดินไต่ขึ้นเขาหินปูนมาตามบันไดชันแต่ไม่สูงนัก จนถึงจุดที่พบฟอสซิลสัตว์ทะเลยุคดึกดำบรรพ์บนโขดหินขนาดใหญ่ จากการศึกษาพบว่ามีอายุราว 255 ล้านปี จากนั้นทางเดินลัดเลาะต่อไปตามซอกหิน ที่มีสะพานให้เดินมุดลอดไป ทางเต็มไปด้วยเถาวัลย์ระเกะระกะ พบช่องหินใหญ่เป็นโพรงถ้ำและมีหินคล้ายพญานาค บางช่วงต้องเดินก้มลอดซอกแคบ เรียกว่า ช่องคารวะ

แล้วเดินลงสะพานผ่านไปตามป่ารก ๆ ที่มีไม้เลื้อยคลุมโขดหินเต็มไปหมด เมื่อลงจากสะพานจะเดินเข้าไปในหุบเขาที่ล้อมรอบด้วยเพิงผาหินปูน จนถึงแดนมหัศจรรย์ 1 เป็นเพิงผาหินขนานกันสองด้าน

จากนั้นเข้าสู่ช่องแคบ ๆ เรียกว่า ช่องสรีระ ซึ่งจะนำเข้าสู่ผาวงกต เป็นทางคดเคี้ยววกวนไปตามซอกผาราวกับเขาวงกตจริง ๆ เต็มไปด้วยซอกโพรงหินรูปทรงประหลาด บางช่วงมีรากใบพลูช้างห้อยลงมาเป็นสายคล้ายเถาวัลย์ทาร์ซาน หินบางก้อนมีลักษณะคล้ายไดโนเสาร์ หัวใจ และมงกุฎ

จนกระทั่งมาออกสู่จุดชมทิวทัศน์ที่เรียกว่า หอดูดาว เป็นจุดที่มองเห็นเทือกเขาหินปูนเป็น กำแพงล้อมรอบผืนป่าเบื้องล่างได้รอบทิศ ถ้าโชคดีอาจได้เห็นฝูงลิงวิ่งไต่ไปตามโขดหิน บริเวณนี้ยังมีต้นปรงยักษ์หรือปรงเขาอายุหลายร้อยปี ลำต้นสูงหลายเมตรยืนต้นอยู่ นับเป็นต้นไม้ดึกดำบรรพ์ อีกชนิดหนึ่งจากหอดูดาว

ทางตัดลงเขาไปยังพื้นที่ราบ เพื่อขึ้นรถอีแต๊กกลับศูนย์บริการฯ ทางขวามือจะมองเห็นผาบ่องซึ่งเป็นช่องเขาทะลุออกไปอีกด้านหนึ่ง ดูน่าอัศจรรย์

ถ้ำพระโพธิสัตว์ อยู่ห่างจากตลาดหนองหินประมาณ 9 กม. ใช้เส้นทางเดียวกับสวนหินผางาม เมื่อถึงบ้านปวนพุ ระยะทางประมาณ 7 กม. มีทางแยกขวามือข้าง อบต. ปวนพุ เลี้ยวไปราว 500 ม. จะมีทางแยกซ้ายมืออีกประมาณ 1.5 กม. เข้าสู่วัดถ้ำพระโพธิสัตว์ (ติดต่อคนนำทางได้ที่ อบต. ปวนพุ ค่านำทางกลุ่มละ 100 บาท)

ถ้ำพระโพธิสัตว์
หรือกุ้ยหลินเมืองเลย มีลักษณะเป็นโตรกผาและสวนหินสวยงามแปลกตาเช่นเดียวกับสวนหินผางาม แต่พื้นที่มีขนาดเล็กกว่า นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาเที่ยวกันน้อยกว่าสวนหินผางาม จากลานจอดรถข้างวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ มีทางเดินไปตามป่าไผ่ประมาณ 300 ม. จึงถึงเชิงเขาและทางเข้าถ้ำพระโพธิสัตว์ มีเส้นทางชมธรรมชาติผ่านไปตามโพรงถ้ำที่แบ่งออกเป็นคูหามากมาย แต่ที่นี่มีลักษณะเป็นผนังหินขรุขระสูงทะมึน ดูลึกลับน่ากลัว แต่ละคูหามีชื่อเรียกและสิ่งน่าสนใจตามลำดับดังนี้ ถ้ำซุ้มบาดาล เป็นทางเข้าคูหาแรก หินนางเงือก เป็นผนังหินลักษณะคล้ายนางเงือก ท้องพระโรง เป็นคูหาใหญ่ที่มีหินงอกหินย้อยงดงามที่สุดของถ้ำพระโพธิสัตว์ จากนั้นก็ผ่านห้องโถงใหญ่ที่ผนังทุกด้านเป็นผาสูงขรุขระตะปุ่มตะปํ่าและเต็มไปด้วยรากไม้ใหญ่ห้อยเกาะอยู่ เรียกว่า ห้าแพร่ง แล้วก็มาถึงหนึ่งเดียว ที่เป็นถ้ำแคบ ๆ ตามด้วยขังแปด เสาหลักเมือง ถ้ำดอกหิน และเมืองลับแล สุดท้ายจะพบถ้ำนางพญา และถ้ำมาลัย ซึ่งมีหินงอกหินย้อยสวยงาม

จากนั้นมีทางลัดเดินอ้อมกลับมาสู่ทางเข้าได้โดยไม่ต้องย้อนกลับทางเดิม สวนสวรรค์ ใช้เส้นทางเดียวกับสวนหินผางาม แต่สวนสวรรค์จะถึงก่อน โดยอยู่ที่บ้านสวนห้อม ทางเข้าอยู่ขวามือตรงข้ามวัดสวนห้อม (ต้องติดต่อคนนำทางจากบ้านสวนห้อมหรือที่ อบต. ปวนพุ ค่านำทางกลุ่มละ 100 บาท)

สวนสวรรค์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ทาง อบต. ปวนพุได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมธรรมชาติอันมหัศจรรย์ของเทือกเขาหินปูน เช่นเดียวกับสวนหินผางามและถ้ำพระโพธิสัตว์ แต่ที่สวนสวรรค์จะให้มุมมองที่ต่างออกไป เพราะเป็นการเดินผ่านไปบนสันเขาหินปูน

จากบ้านสวนห้อมต้องนั่งรถอีแต๊กมาที่เชิงเขาประมาณ 1 กม. แล้วจึงเริ่มต้นเดินไต่ขึ้นไปบนเขาหินปูน จนกระทั่งถึงยอดเขา หลังจากนั้นต้องเดินไปบนสะพานไม้ที่จัดขึ้นเพื่อให้เดินได้สะดวกท่ามกลางซอกรอยแตกของยอดเขาหินปูน เป็นระยะทางประมาณ 500 ม. ระหว่างทางจะได้พบกับพืชพันธุ์ทนแล้งบนเขาหินปูนนานาชนิด ท่ามกลางโขดหิน ตะปุ่มตะปํ่าของเขาหินปูนและท้องฟ้ากว้าง ให้บรรยากาศราวกับสวนสวรรค์

จากยอดเขา เส้นทางไต่ลงมาสู่เชิงเขาอีกครั้ง เพื่อเที่ยวชมถ้ำที่พบอยู่มากมายตามเทือกเขาหินปูนแถบนี้ บางแห่งตื้น บางแห่งลึก บางแห่งสามารถเดินทะลุถึงกันได้ หลายแห่งมีหินงอกหินย้อยสวยงาม โดยเฉพาะถ้ำตุ๊กตา ที่ถือว่าโดดเด่นที่สุด

หลังจากเที่ยวชมถ้ำจนเป็นที่พอใจแล้วก็เป็นอันสิ้นสุดการเที่ยวชมสวนสวรรค์ โดยมีรถอีแต๊กมารับกลับโดยไม่ต้องเดินย้อนไปทางเดิมเช่นเดียวกับสวนหินผางาม น้ำตกเพียงดิน อยู่เลยสวนหินผางามเข้าไปอีกประมาณ 2 กม. จะถึงลานจอดรถด้านบนน้ำตก เป็นน้ำตกหินปูนขนาดเล็กที่เกิดจากลำห้วยไหลตกลงไปตามโขดหินปูน มีสองชั้น ชั้นบนสูงประมาณ 5 ม. ส่วนชั้นล่างสายน้ำแผ่กว้างออกไปตามผาหินกว้างอย่างสวยงาม และมีการก่อปูนขวางทางน้ำด้านล่างจนกลายเป็นแอ่งน้ำใหญ่ เหมาะสำหรับเล่นน้ำ

น้ำตกสวนห้อม อยู่เลยบ้านสวนห้อมมาเล็กน้อย บริเวณ กม. ที่ 15 มีทางแยกขวามือเข้าไปอีกประมาณ 1 กม. ถึงลานจอดรถ แล้วมีทางเดินขึ้นบันไดไปอีกประมาณ 100 ม. จึงถึงน้ำตก เป็นน้ำตกหินปูนขนาดเล็ก ที่สายน้ำไหลลดหลั่นลงมาตามชั้นหินปูนอย่างสวยงาม จนถึงแอ่งน้ำเบื้องล่าง บริเวณน้ำตกสวนห้อมเหมาะสำหรับพักผ่อนและเล่นน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของแมกไม้รายรอบ


- เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.
- การเดินทางท่องเที่ยวต้องมีผู้นำทาง
- การเที่ยวชมจัดกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 10 คน ค่านำทางกลุ่มละ 100 บาท และค่ารถอีแต๊กคนละ 5 บาท
- มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและที่กางเต็นท์
- มีห้องน้ำบริการ
- มีร้านอาหารบริการเฉพาะที่สวนหินผางาม
- ติดต่อ องค์การบริหารส่วนตำบลปวนพุ กิ่ง อ. หนองหิน จ. เลย โทร. 0-1462-1719


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: