"เมืองเราก็เล็ก ๆ แค่นี้ทำไมต้องขายให้ทุกคน.." เสียงจากนายกเล็กเมืองน่าน

(1/1)

ณัฐ:

"เมืองเราก็เล็ก ๆ แค่นี้ทำไมต้องขายให้ทุกคน.." เสียงจากนายกเล็กเมืองน่านในวันที่ทุนนิยมถาโถม









ครั้งหนึ่งในชีวิต เคยไปเยือนเมืองน่าน ( [url=http://www.siamsouth.com/smf/index.php?topic=15832.0]ลุยเดี่ยวเที่ยวเมืองน่าน[/url] )  แล้วรู้สึกว่าหลงรักเมืองนี้เข้าเต็มเปา
 
" น่าน " เมืองเล็ก ๆ ในภาคเหนือของไทย เมืองที่เมื่อก่อนนี้ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง ของใครหลายคน แต่ด้วยความที่ " น่าน " เป็นเมืองเก่า บ้านเมืองยังคงเป็นไม้ตามแบบล้านนา มีวัฒนธรรมและศิลปะที่งดงาม เป็นมีเสน่ห์ ดึงดูด นักท่องเที่ยว  ทำให้ น่าน กลายเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวต่างพูดถึงและหมายมั่นที่จะไปสัมผัสเมืองน่าน ซักครั้ง

จนหลาย ๆ คนรวมถึงเราด้วย เริ่มเป็นห่วง กลัวว่า น่าน จะโตเร็ว ตามรอยเมืองท่องเที่ยวดัง ๆ หลายที่ของบ้านเรา  กลัวว่าน่านจะถูกตกแต่งทำศัลยกรรมจนไม่เหลือเค้าความเป็นน่านที่เราเคยพบเจอ











"เมืองเราก็เล็ก ๆ แค่นี้ทำไมต้องขายให้ทุกคน ขายแต่กลุ่มเป้าหมาย ที่ต้องการมาชมศิลปะวัฒนธรรม ดื่มด่ำกับตัวตนของน่าน แค่นั้นก็พอ... " 

วันนี้แวะเวียนไปเยี่ยมเฟสบุ๊กเพื่อนบ้านที่ชื่อ "รักเมืองน่าน" อ่านเจอประโยคนี้ของ นายสุรพล เธียรสูตร นายกเล็กเมืองน่าน แล้วใจชื้นขึ้นมาเลย  ก็ได้แต่หวังว่า "ขอให้เป็นเช่นนั้นตลอดไปเถอะ"









จากที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์แล้ว รู้สึกชื่นชมในแนวความคิดของท่านายกเล็กเมืองน่านท่านนี้เป็นอย่างมาก ท่านบอกว่า

 

" น่าน ไม่ต้อง การประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เพราะเราติดตลาดแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญคือจะสร้างภูมิคุ้มกันปกป้องศิลปะวัฒนธรรมของเรา รวมทั้งเราไม่อยากให้ลูกหลานของเราสุ่มเสี่ยงต่อความเลวร้ายของสังคม เราจึงสร้างสังคมแห่งปัญญา ให้ความรู้กับชาวน่าน เปรียบเทียบบ้านเมืองและวัฒนธรรมของเราเป็นแก้ว ถ้าตกแตกแล้วก็หมดไป ไม่สามารถสร้างใหม่ขึ้นมาได้

เราต้องสร้าง ภูมิคุ้มกันที่ชุมชนเราก่อน ให้ชุมชนเห็นว่าตัวตนของน่านเป็นอย่างไร แล้วรักษาสิ่งที่เป็นตัวตนและเสน่ห์ความเป็นน่านไว้ให้ได้ เรา ต้องทำความเข้าใจกันเสมอ ต้องวางตำแหน่งทางการตลาดว่าเราต้องการขายอะไร ขายให้ใคร ถ้าเราไปเอาใจนักท่องเที่ยวทั้งหมด เราก็ต้องทำทุกอย่าง นักท่องเที่ยวต้องการสถานบริการกลางคืน เราก็ต้องจัดให้อย่างนั้นหรือ

เรา ได้ออก "กฎหมายผังเมือง" ให้เข้มข้นขึ้น ขณะนี้รอประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อดูแลพื้นที่ในเขตเมืองเก่า โดยเฉพาะการควบคุมอาคารสูงไม่ให้สร้างเกิน 6 เมตร หรือสร้างได้แค่ 1 ชั้นเท่านั้น เนื่องจาก พ.ร.บ.ควบคุมอาคารระบุว่าอาคาร 1 ชั้นต้องมีความสูงไม่ต่ำกว่า 3.20 เมตร หากสร้าง 2 ชั้นก็ต้องไม่ต่ำกว่า 6.40 เมตร ความสูงเกินกฎหมายผังเมืองของเรา รวมทั้งหารือถึงการออกเทศบัญญัติควบคุมการขายแอลกอฮอล์ในเขตเมืองชั้นใน และการออกใบประกอบการสถานบันเทิง  ซึ่งเราต้องทำความเข้าใจกับประชาชนที่เขาถูกริดรอนสิทธิ์บ้าง เพราะมีความจำเป็นในการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่ดีไว้

เมือง ของเราเล็กแค่นี้ ทำไมต้องขายให้ทุกคน ขายกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเที่ยวชมศิลปะวัฒนธรรม ดื่มด่ำกับตัวตนของน่าน แค่นี้ก็พอ ผมคิดว่าคนกลุ่มนี้จากทั้งประเทศ หรือทั้งโลก มาเที่ยวน่าน เราก็รับไม่ไหวแล้ว เรา ต้องเลือกกลุ่มเป้าหมายนี้และทำความเข้าใจ เรายืนตัวตนว่าเราเป็นแบบนี้  ถ้าจะมาเที่ยวสถานบริการก็ไปจังหวัดอื่น การประชาสัมพันธ์ให้มาไม่ยาก แต่จะปกป้องอย่างไรให้นักท่องเที่ยวที่เราไม่ต้องการ เขาไม่มา เป็นโจทย์ที่พยายามกันอยู่

เรา คาดหวังจะปกป้องน่านให้นานที่สุด นานเท่าที่เรามีโอกาสและยังมีชีวิตอยู่ และพยายามส่งต่อให้ลูกหลาน แม้ว่าคนอยากสบาย อยากนั่งรถมาแล้วถึงเลย อยากกินอาหารแบบสะดวก เราอาจหนีสิ่งเหล่านี้ไม่พ้น แต่เราจะทำให้มันเกิดขึ้นช้าที่สุด"









อ่านแล้วต้องบอกว่า เราเองก็ ภาวนาให้เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ถ้าเราสร้างจุดขายของเราเอง คนที่ชอบแบบนี้เขาก็อยากมา คนที่ไม่ชอบเขาก็ไม่มา แต่ข้อสำคัญ น่านจะมีเรี่ยวแรงพอที่จะต้านกระแส ของทุน และ เงินนิยม ได้มาก และ นาน ขนาดไหน ภาวนาว่าขอให้คนเมืองน่าน เห็นเสน่ห์ของเมืองน่าน และมีคนมาสานต่อแนวความคิดของนายกเล็กเมืองน่าน  จนมันยั่งยืน เป็นเมืองที่ค่อย ๆ โต ค่อย ๆ เปลี่ยน ไม่ใ ช่โดนกระแสของเงิน และความอยากได้อยากมี ปล่อยให้นายทุนเข้ามาทำศัลยกรรม เปลี่ยนโฉมหน้าน่านจนจำไม่ได้

คนที่หลงเสน่ห์เมืองน่าน ในแบบที่เป็นน่านปัจจุบันนี้ คงคิดคล้าย ๆ กัน คือ  "อยากหยุดน่านไว้ ที่กาลเวลา..นี้"



บนถนนคนเดินทาง @ [url=http://www.siamsouth.com]www.siamsouth.com[/url]












นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ