ลืมความเป็นไทย ผู้หญิงสมัยนี้ แต่งกายไม่สำรวมเข้าวัดมีให้เห็นเยอะขึ้น

(1/2) > >>

ณัฐ:


ลืมความเป็นไทย ผู้หญิงสมัยนี้ แต่งกายไม่สำรวมเข้าวัดมีให้เห็นเยอะขึ้น





ภาพประกอบจาก http://www.wattungsaid.com



รู้สึกขัดตาทุกครั้งที่เห็นผู้หญิงสมัยนี้ ในที่นี้ ขอใช้คำว่า "ผู้หญิงสมัยนี้" ไม่ขอใช้คำว่า "วัยรุ่นสมัยนี้" เพราะบ่อยครั้งที่เราเห็นวัยล่วงเลยคำว่าวัยรุ่นไปไกลมากแล้ว แต่การแต่งกายเข้าวัดสำหรับบางท่าน คนวัยเราเห็นยังต้องส่ายหัว

ในความคิดของเรา เราว่า ไม่ว่าจะเป็นวัดหรือว่าโบราณสถาน สิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ พึงสำนึกไว้ก็คือ สถานที่นั้น ๆ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์  ถึงแม้ว่าจะเป็นสถานที่ที่เปิดให้ท่องเที่ยวได้ก็ตามที เราควรสำรวมและเคารพสถานที่ ผู้หญิงบางคนหน้าตาดี ดูมีการศึกษา แต่ใส่เสื้อสายเดี่ยว นุ่งกางเกงขาสั้น เข้าวัด มันดูเหมือนเป็นคนไร้ซึ่งวัฒนธรรมไปโดยสิ้นเชิง

จะมาอ้างว่าทีฝรั่งยังใส่ได้ แต่เท่าที่เห็นมานะ เราว่าฝรั่งเขาศึกษาวัฒนธรรมบ้านเรามาพอสมควรก่อนที่เขาจะมาเที่ยว ฝรั่งเดี๋ยวนี้แต่งตัวเรียบร้อยกว่าคนไทยเยอะเลย ไปเที่ยววัด เที่ยววัง เที่ยวโบราณสถานบางแห่ง ส่วนใหญ่ เห็นมีแต่ สาวไทย หน้าตาสวย ๆ นี่แหละ ที่ต้องนุ่งผ้าถุงบ้าง ใส่เสื้อคลุมบ้าง ตามแต่สถานที่นั้น ๆ จะจัดหาไว้สำหรับคนที่แต่งกายไม่เหมาะสมกับสถานที่ เพื่อที่คนเหล่านั้นจะได้เข้าไปเที่ยวได้ เมื่อก่อนอาจเห็นฝรั่งใส่เยอะ เดี๋ยวนี้กลายเป็นคนไทยเรานี่แหละที่ทำตัวเป็นคนไร้ซึ่งวัฒนธรรม ให้ฝรั่งได้เห็นกัน

ถ้าเป็นสถานที่ที่เข้มงวด ก้ดีไป แต่บางสถานที่เปิดให้เข้าได้โดยที่ไม่ได้เข้มงวดเรื่องการแต่งกาย สาวน้อย สาวใหญ่บางคนแต่งตัวกันแบบว่า เห็นแล้วยังแอบนึกในใจ....ก่อนแต่งตัวออกจากบ้าน ไม่ได้คิดไว้ก่อนหรือไงว่าวันนี้จะไปเที่ยววัด นุ่งกางเกงขาสั้นเข้าวัด นี่นะ......ถ้าแต่งแบบนี้ไปเดินชายหาด จะไม่ว่าอะไรเลย






ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต



บางทีถ้าเราไม่เห็นแก่เงินมากเกินไปนะ คิดกันเล่น ๆ ลองเข้มงวดแบบจริง ๆ จัง ๆ กันซักครั้งหนึ่ง ใครแต่งตัวไม่เหมาะสม เราไม่มีเสื้อผ้าไว้ให้เปลี่ยน  ถ้าคุณแต่งตัวไม่เหมาะสมมา ก็ไม่ต้องให้เข้า ครั้งต่อไปถ้าเขาจะเที่ยว เขาจะได้มีจิตสำนึกว่า เขาควรจะแต่งตัวเช่นไร นี่เพราะเราอะลุ่มอะล่วยกันเสียจนเคยตัว แต่งแบบไหนไปก็ได้เดี๋ยวเขาก็มีให้เปลี่ยน มีให้คลุม จนสร้างความ "ไร้ความรับผิดชอบ" ต่อตัวเอง ให้กับสาว ๆ สมัยนี้

ที่บ่นเช่นนี้เพราะเดี๋ยวนี้เห็นบ่อยมาก และเยอะมาก จนอาจกลายเป็นเรื่องธรรมดา ในสายตาคนส่วนใหญ่ของสังคม จนคำว่า "กาละ" และ "เทศะ" ถูกโยนทิ้งไปไว้ซอกหลืบไหนของสังคมบ้านเราแล้วก็ไม่รู้


วันนี้ไปนั่งอ่านเว็บไซด์ของวัดทุ่งเซียด เจอบทความด้านล่างนี้ เลยเอามาฝากไว้ที่เว็บนี้ด้วย เผื่อว่าจะมีประโยชน์บ้างพอที่จะกระตุ้นต่อม ความมีจิตสำนึกขึ้นมาบ้าง



ผลกรรมผู้หญิงแต่งกายไม่สำรวมเข้าวัด

ณัฐ:


ผลกรรมผู้หญิงแต่งกายไม่สำรวมเข้าวัด






ผู้หญิงเข้าวัดแต่แต่งตัวไม่สำรวม

ผู้หญิงที่เข้าวัดแต่แต่งตัวไม่สำรวมอวดเนื้อหนังให้พระหวั่นไหวต่อไปจะได้รับผลกรรมอย่างไร...?



ขอบเขตของคำถามที่ว่า ‘แต่งกายไม่สำรวม’ เข้าวัดนั้น อาจทำให้เพ่งโทษคับแคบ ต้องค่อยๆ มองให้คลุมข้อเท็จจริงตามลำดับครับ

โดยความเป็นเพศหญิง มีธรรมชาติดึงดูดใจ หรือล่อตาอยู่ในตัวเองเดินๆไปถ้าเป็นที่สนใจได้ก็ถือว่ามีรูปสมบัติอันพึงมี สมเพศตนถ้าวันไหนแต่งองค์ทรงเครื่องได้ถึงขนาดชายหญิงมองเหลียวหลังกันทั่ว ทุกหัวระแหงก็จะยิ่งภาคภูมิเต็มอิ่มประมาณเดียวกับที่นักวิ่งเข้าเส้นชัยได้ เป็นคนแรกทีเดียว

ฉะนั้นผู้หญิงที่รูปร่างหน้าตาดีเกือบทุกคนจึงอดไม่ได้กับการอยากทดสอบเสน่ห์ของตนแล้วอะไรจะเป็นเครื่องทดสอบได้ดีไปกว่าผู้ประกาศตนว่าสละเรื่องทางเพศแล้วไม่สนใจเพศหญิงอีกแล้ว

สมัยนี้พระทั่วไปไม่ใช่เครื่องทดสอบที่น่าท้าทายอะไร นักเนื่องจากข่าวฉาวที่ประดังเข้าหูเข้าตาผ่านหน้าหนังสือพิมพ์แทบไม่เว้น แต่ละวันทำให้ผู้หญิงยุคใหม่มองพระไม่ต่างจากชายนุ่งกางเกงนอกวัดทั้งหลาย หากทำให้สนใจได้ยังไม่ถือว่าแน่อะไรนัก เท่าที่ทราบจากคำให้การของสาวๆส่วนใหญ่จะรู้สึกสมเพชและนึกดูถูกพระที่ไม่ สำรวมเพ่งเล็งตนด้วยสายตากรุ้มกริ่มตั้งแต่แรกเห็นยิ่งกว่าสมเพชและดูถูก ผู้ชายทั่วไปมากเนื่องจากใส่เครื่องแบบที่ควรจะมีสง่าราศีเยี่ยงภิกษุผู้ อิ่มแล้วแต่กลับทำตัวกระจอกไม่ต่างจากนักโทษที่หิวโซ

แต่หากกลับเป็นตรงข้ามถ้าเป็นพระชื่อดัง ที่มีคนร่ำลือว่าเป็นผู้สงบ เป็นผู้สำรวมการทำให้ท่านสนใจได้ นับว่าน่าภาคภูมิใจเป็นพิเศษระดับความอยากให้สนใจก็ต่างๆกันไปตามพื้นความคิดความอ่านของผู้หญิงแต่ละคน

เท่าที่ได้ทราบจากปากของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งตั้งใจสละโลกและเข้าประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที่ เธอยอมรับว่ารู้สึกผิดและละอายคือพออยู่ๆในวัดไปแล้วอดไม่ได้เห็นชายที่ เคร่งๆแล้วอยากลองเสียหน่อยว่าเขาจะทนเสน่ห์เธอไหวไหมในระดับของเธอ ก็จัดได้ว่ามีสติดีและยอมรับตามจริงมากพอที่จะเห็นแม้อาการตั้งใจเล็กๆน้อยๆ ของตน เช่นชม้ายตาหรือไม่มีอะไรเลยก็เดินด้วยความรู้สึกเป็นเป้าล่อความสนใจของผู้ เคร่งในธรรม

ธรรมดาผู้หญิงที่เคยถูกจับจ้องมามากจะสำเหนียกรู้ได้ ว่ากำลังมีผู้ชายสนใจตนอยู่หรือเปล่าและเป็นการแอบชำเลืองหรือเพ่งเล็งเขม็ง เป็นความสนใจด้วยความชื่นชมหรือเจืออยู่ด้วยราคะและราคะนั้นถึงขั้นหื่น กระหายหมดรูปหรือว่าเป็นเพียงความวาบหวามแบบอ่อนๆ

หากทำได้ครั้งหนึ่งก็นึกยินดี หรือนึกภูมิใจว่าตนแน่ยิ่งพระที่ขึ้นชื่อว่าปลอดกิเลสเท่าไร ยิ่งอยากทำให้สนใจตนมากขึ้นเท่านั้นแต่หากปลูกฝังจิตสำนึกในทางละอายเอาไว้ ก่อนก็จะรู้สึกผิดรุนแรงที่ทำเรื่องไม่งาม ไม่สมควร หรือบางคนยั่วให้สนใจสำเร็จเห็นพระทำตาหวานใส่ ก็พานเกลียดชัง พานสาปส่ง หมดความนับถือไปเลยไม่เหลือเกียรติให้ต้องเคารพกันอีก และไม่คิดหวนกลับไปทำบุญที่วัดนั้นตลอดชีวิตนี่นับเป็นความขัดแย้งในตัวเอง ที่น่าปวดหัว 

ที่กล่าวมาคือหญิงผู้มีสำนึกในธรรมแล้วนะครับตั้งใจจะ เดินบนเส้นทางสีขาวแน่นอนแล้ว ยังเจอเรื่องมิติมืดภายในตนเล่นงานให้ย่ำแย่ เข้าได้ แล้วผู้หญิงธรรมดาโดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ที่เกิดมาพร้อมกับการรับรู้ข่าวคาวๆ ฉาวๆของพระล่ะ?

เท่าที่ทราบแนวโน้มของสาวรุ่นใหม่จะไม่มีความรู้สึก เกี่ยวกับเครื่องแบบที่เหมาะหรือไม่เหมาะกับเขตวัดถ้าเพิ่งเข้าวัดใหม่ๆหรือ นานๆเข้าวัดทีจะนึกไม่ถึงว่าเสื้อยืดและกางเกงรัดรูปที่‘แต่งกันเป็นปกติ’ นั้นอาจมีความยั่วตายวนใจ และรบกวนตบะของพระสงฆ์ได้ง่ายๆ

แต่จะมีสาวอีกกลุ่มหนึ่ง ที่จงใจแต่งตัวหวือหวาขัดกับสถานที่ให้เป็นที่สนใจของคนอื่น ไม่ว่าจะพระเณรหรือฆราวาสด้วยกันเข้าหลักถ้าอยากเด่นต้องทำตัวให้ไม่มีใคร เหมือน เขาหลิ่วตาเราอย่าหลิ่วตามเขาแต่งขาวเราต้องแต่งดำ ผู้หญิงอื่นปกปิดเราต้องเปิดโปง

เอาเฉพาะเจตนาอันหนักแน่นข้อนี้นะครับถ้าแต่งตัวโป๊ เพื่อล่อตาล่อใจเพศตรงข้ามในวัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งทำด้วยความภาคภูมิใจและไม่ สำนึกผิดภายหลังหญิงนั้นได้ชื่อว่าเพาะเชื้อแห่งความเป็นธิดาพญามารไว้ในตน แล้ว


การทำบุญสร้างความเป็นธิดาพญามารมีหลายระดับถ้าแจกแจงละเอียดยิบคงเป็นปึก ในที่นี้ขอแยกเป็นคร่าวๆให้เห็นภาพง่ายสุดคือ

๑) เมื่อถึงเวลาทำบุญ ก็ทำด้วยน้ำจิตเลื่อมใสของที่นำมาถวายเป็นการจัดหาของตนหรือตั้งใจร่วมสวด หรือฟังเทศนาธรรมด้วยอาการสำรวม ก็เป็นบุญที่มีกำลังมากหากเสน่ห์ที่นำมาโปรยในวัดมีกำลังอ่อน แค่ในระดับล่อตาล่อใจไม่ถึงขั้นรู้สึกว่าถ้าสึกพระได้ถือว่าเจ๋ง อย่างนี้มีวิบากเป็นกระแสดึงดูดใจแต่เจือด้วยปัญหาร้อนใจในการคบเพื่อนต่าง เพศ เพราะใครๆก็จ้องตาเป็นมันและมักเข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์ทางเพศเป็นหลักแต่ กว่าจะกอบโกยประโยชน์จากเนื้อหนังไปได้เต็มอิ่ม กว่าจะรู้สึกจืดชืดก็เนิ่นนานแรมปี

เมื่อตายไป กำลังของบุญอาจเป็นแรงฉุดขึ้นสวรรค์ถ้าจิตไม่ผูกพันกับการยั่วยวนคนในวัด ก็จะอยู่ในหมู่เทวดาที่เสวยบุญรื่นเริงเช้าค่ำตามปกติ แต่หากจิตผูกพันกับการยั่วยวนคนในวัดก็จะไปอยู่ในหมู่เทวดาฝ่ายมาร มีใจขวางผู้ปรารถนาความหลุดพ้นเห็นใครประพฤติพรหมจรรย์เก่งๆก็อาจทุรนทุราย อยากลองของเช่นลองมาเข้าฝันแสดงภาพงามวิจิตรล่อใจเสียหน่อย ดูซิว่าจะเผลอหลุดฟอร์มไหมพร่ำละเมอเพ้อพกถึงนางในฝันได้ไหม

๒) เมื่อถึงเวลาทำบุญ ใจก็ยังวอกแวกคอยสังเกตว่ามีใครมองตนไหม เมื่อร่วมสวดมนต์กับคนอื่นก็ไม่ตั้งใจเมื่อฟังเทศนาธรรมก็ฟุ้งซ่านเรื่องแฟน อย่างนี้เป็นบุญที่มีกำลังอ่อนและเจืออยู่ด้วยราคะ หากเสน่ห์ที่นำมาโปรยในวัดมีกำลังกล้าแข็งถึงขั้นเห็นว่าถ้าสึกพระได้นับ เป็นยอดหญิง อย่างนี้มีวิบากเป็นกระแสน่ารังเกียจไม่น่าเข้าใกล้ ไม่น่าจับต้อง ตัวไม่เหม็นแต่ก็เหมือนเหม็นอย่างไรบอกไม่ถูกผู้ชายเข้ามาด้วยความหน้ามืด สถานเดียวและมักเป็นประเภทที่เสพสมครั้งเดียวแล้วเบื่อทันทีอยากทิ้งขว้าง เหมือนกระดาษชำระที่ใช้แล้วทันที แทบไม่มีแก่ใจอยากแตะต้องต่อเว้นแต่รอให้หน้ามืดอีกทีคราวหลัง

เมื่อตายไปกำลังของบาปมักรั้งลงต่ำถึงอบายภูมิ อาจไปเป็นเปรตจำพวกอสูรยิ่งถ้าจิตผูกพันกับการยั่วยวนคนในวัด ก็จะอยู่ในเขตอสุรกายใจทรามชอบเข้าฝันพระหรือชายดีๆ แสดงเป็นแต่ภาพลามกจกเปรต ล่อให้คิดถึงกามารมณ์และมักเป็นกามารมณ์ที่ผิด หรือสถานเบาถ้ามีวาสนาได้กลับมาเป็นมนุษย์ก็อาจมีความต้องการทางเพศสูง อย่างที่เรียกกัน (แบบผิดความหมายเดิม)ว่าเป็นฮิสทีเรีย อยากมีอะไรกับผู้ชายไม่เลือกหน้า เป็นต้น

สิ่งที่ค่อนข้างแน่นอนคือถ้าผู้หญิงเข้าวัดโดยมีใจ เจืออยู่ด้วยเรื่องทางเพศหรือเรื่องเกี่ยวกับการดึงดูดใจชาย เกิดใหม่มักจะเป็นหญิงอีกและห่วงเรื่องความดึงดูดใจของตนเป็นที่หนึ่งจะ กระวนกระวายมากถ้ารู้สึกว่าตนเองขาดความดึงดูดใจ ไม่น่าชมได้เงินเดือนมามักถมลงไปกับเรื่องความสวยความงามเป็นหลัก

ทางที่ดีที่สุด ถ้าเริ่มเข้าวัดด้วยใจที่สะอาด ไม่มีเจตนาให้พระมาเพ่งพิศตนจะปลอดภัยที่สุดครับ การแต่งกายปกปิดมิดชิดก็เป็นการสะท้อนถึงเจตนาอันดีผมทราบว่าสุภาพสตรีหลาย ท่านมี ‘ชุดปกติ’ รัดรูป ตอนเข้าวัดยากจะหา ‘ชุดปกปิด’ ได้เจอ อันนี้ขอแนะนำว่าหากทราบแน่ว่าต้องตามที่บ้านไปเข้าวัดประจำ ก็ควรหาซื้อ ‘ชุดพิเศษ’ มาเพื่อแสดงเจตนารมณ์อันดีในการเข้าวัดโดยเฉพาะครับ


ดังตฤณ   http://club.hunsa.com/tumbun/story_detail/1/12/4773

ณัฐ:


วัยรุ่นไทยเสพวัฒนธรรมตะวันตกเมินค่าความเป็นไทยนุ่งสั้นเข้าวัด








ภาครัฐชี้ปัญหาแต่งกายวัยรุ่นไทยยุคใหม่ นุ่งน้อยห่มน้อยเข้าวัด ไม่ถูกสถานที่ เหตุหลงผิดฮิตตามกระแสบริโภคนิยม แต่งกายเรียนแบบต่างชาติ ไม่เคารพความเป็นไทย  เกิดเป็นกระแส ลามเสื่อมวัฒนธรรมเอเชีย ผู้มีบทบาทสามารถเตือนได้ แต่กลับไม่เตือน วอนสถาบันครอบครัว สร้างจิตสำนึกให้แก่เยาวชน


นาย สมจิต   มงคล วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมากล่าวว่า

"ตอนนี้วัยรุ่นชอบแต่งตัวไม่เหมาะสม นุ่งสั้นใส่เสื่อสายเดียวเข้าไปในสถานที่ต้องห้าม ถ้าพูดถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน เขาก็มีสิทธิที่จะแต่ง มีสิทธิที่จะทำ  ถามว่ามันโป้ไหม มันก็ไม่โป้ แต่มันยั่วยุ ทางด้านวัฒนธรรมก็ไม่มีกฎหมายเอาเรื่องว่า  ผิดทางวัฒนธรรม แต่ก็ไม่มีทางผิดทางกฎหมาย ฉะนั้นคำว่ายั่วยุมันก็ไม่เป็นความผิด ถ้าแต่กายโป้ แต่กายอุจาด ใส่แล้วเห็นสิ่งต่างๆ ที่ควรจะปกปิดเอาไว้  มันก็จะดูไม่ได้ มันไม่น่าดู มันไม่เหมาะสม  มันก็เป็นเรื่องของการผิดวัฒนธรรมที่เขาห้าม  ถ้าจะเข้าไปในสถานที่ ราชการ ที่วัด ต้องให้เกรียติสถานที่" 

นาย สมจิต กล่าวต่อไปว่า

" ในส่วนของวัด  วัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์ เป็นแหล่งให้ความรู้ทางด้านศาสนา มีตัวแทนของพระพุทธเจ้าอยู่ การเข้าวัดก็จะต้องเคารพสถานที่ เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เป็นสิทธิของมนุษยชน ต้องเคารพในพระสงค์องค์พระเจ้า  บางวัดแต่งตัวไม่เหมาะสมเขาก็ไม่ให้เข้า  ถ้าถามว่าแต่งตัวสั้นๆ  แต่งแบบยั่วยุ แบบโป้ แบบที่ให้เขาเห็นในเห็นสิ่งที่ไม่ควรจะเห็น แต่งกายอย่างที่สังคมไม่ยอมรับ รวมทั้งการออกไปเที่ยวยามค่ำคืน  แล้วทำมัยพ่อแม่ไม่ดุ"

นายสมจิต   กล่าวต่อไปอีกว่า " ข้อเท็จจริง ในการเฝ้าระวังในความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย ความคิด ความเชื่อ ของเด็กจะเชื่อในสิ่งที่ ถูกต้องตามหลักคุณธรรม ตามหลักศาสนาหรือไม่ สถาบันการศึกษายอมรับหรือไม่ นั่นหมายความว่าเด็ก และเยาวชนเขาพลาดไป เขาดูแลเรื่องนี้ไม่ได้  ดังนั้น คนที่จะดูแลเรื่องนี้ ก็คือสถาบันครอบครัว มีพ่อมีแม่มีพี่  มีปู่ย่าตายายอยู่ที่บ้าน เด็กแต่งตัวแบบนี้ออกจากบ้าน  พ่อแม่เคยดูไหม "ถ้าพ่อดูแล้วเคยบอกลูกไหม ลูก อย่างนี้รับไม่ได้นะลูก กลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แล้วค่อยออกไป ใครรู้ว่าเป็นลูกแม่ อายเขาทั้งบ้านทั้งเมือง"   แม่เคยพูดไหม พ่อเคยพูดไหม  ตายายเคยพูดไหม ถ้าพูดเขาก็จะไม่แต่งตัวออกจากบ้าน ฉะนั้นสถาบันที่ 2 ที่ควนจะดูแลอย่างใกล้ชิดและเป็นเจ้าภาพที่ 2 คือสถาบัน การศึกษาที่เด็กเรียนอยู่  จะต้องดูแลเขาว่ามันผิดระเบียบหรือไม่อย่างไร  มันก็มีหลายสถาบันที่ปล่อยปละละเลย  อยากแต่งอย่างไรก็แต่ง ขอให้มาเรียน  ส่วนมากในระดับมหาวิทยาลัยเขาคิดว่า เด็กเขามาเรียนหนังสือ เรื่องแต่งกายเป็นเรื่องภายนอก ซึ่งที่จริงมันก็ใช่  ถ้าเขาแต่งตัวไปเรียนหนังสือ แล้วอาจารย์ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้เคยเรียกเด็กมาไหม "หนูแต่ตัวแบบนี้ระเบียบไม่เคยเขียนไว้นะ"  ถ้าบอก แล้วเข้มงวดทุกๆ วัน  เด็กในสถาบันนั้นก็จะไม่แต่งตัวล่อแหลม " นาย สมจิต กล่าว

ผู้สื่อข่าว "สุรนารายณ์"  ได้สอบถามความคิดเห็นไปยังสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดนครราชสีมา นายวัชระ   เข็มทอง ซึ่งได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า

" การที่เยาวชนใส่กางเกงขาสั้นเข้าไปสถานที่ต้องห้าม อย่างวัด และสถานที่ราชการต่างๆ ที่พบเห็นมา ในตัวผมเองมองว่าเชย และเชยมากๆ เพราะว่าคนที่ใส่กางเกงขาสั้น จะเป็นที่จับจ้อง แต่ในสายตาของผู้คน ที่จับจ้องนั้นก็ไม่ได้มองว่าสวยน่ารัก หรือดูดีเลยสักนิดเดียว แต่กลับถูกมองถึงการปลูกฝัง ถึงชาติตระกูล  การที่แต่งตัวหรือนุ่งสั้นออกมาจากบ้าน ในความรู้สึกของผม ผมอยากทราบว่าพ่อแม่เห็นการแต่งตัวลูก  ใส่แบบนุ่งสั้นๆ ออกจากบ้านต้องผ่านสายตาของพ่อแม่  ถ้าเป็นพ่อเป็นแม่คนก็คงจะรับไม่ได้แน่ๆ เพราะวัฒนธรรมหรือประเพณีไทยไม่มีการแต่งตัวแบบนุ่งน้อยโชว์ตัว การแต่งตัวของ วัยรุ่นปัจจุบัน ชอบสวนกระแสวัฒนธรรมไทยเสมอ "

พระอาจารย์เผด็จ ฉายา ติสโร ภาคนิตร พระวิทยากรธรรมะเดลิเวอรี่วัดสร้อยทอง (พระอารามหลวง) กล่าวว่า

" แฟชั่นมันก็เป็นสิ่งที่ดีแต่เราก็ต้องรู้จักเลือกให้เหมาะกับประเทศของเรา อะไรที่ดีมีประโยชน์ก็นำมาใช้ อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์ไม่เหมาะกับวัฒนธรรมไทยก็ต้องเลือก กรณีเรื่องการแต่งตัวเข้าวัด หรือสถานที่ต้องห้ามนี้เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ ในฐานะที่เป็นพระเผยแผ่ ก็ต้องบอกว่าไม่เหมาะ เพราะเป็นพุทธสถาน ควรที่จะแต่งตัวเรียบร้อยรัดกุม ให้ความเคารพต่อสถานที่ วัฒนธรรมหลาย ๆ อย่างมันไม่เหมาะกับคนไทยเลยแม้แต่น้อย เราต้องรู้จักเลือก ไม่ใช่เอามาเสียหมด อย่าทำตามคนอื่นจนลืมความเป็นตัวตนของตนเอง "


" อันดับแรกมันเป็นยุคของการสื่อสารไร้พรมแดน ทำให้คนเสพทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่มีการกลั่นกรองทำให้เรากำลังจะตกเป็นทาสทางวัฒนธรรม อันนี้น่ากลัว เมื่อก่อนเขาใช้กำลังทหารในการเข้ายึด ทำไม่สำเร็จ ตอนนี้ก็เลยให้กระแสวัฒนธรรมกระแสบริโภคนิยมเข้าโจมตี ตอนนี้จึงได้ผลอย่างเต็มที่ เพราะว่าเราลืมความเป็นไทย  แนวทางง่าย ๆ ที่สุด สร้างจิตสำนึกให้แก่เยาวชน ให้มีความละอายแก่ใจ ให้มีความเกรงกลัวต่อบาป การจะทำแบบนี้ได้ต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล สถาบันการศึกษา ครอบครัว และตัวเด็กเอง ควรมีสื่อที่ส่งเสริมความเป็นไทยให้มากขึ้น สถาบันการศึกษาส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวกับความเป็นไทย การแต่งยั่วยุจะเป็นอันตรายต่อตนเองเป็นอย่างมาก คดีข่มขืนเกิดขึ้นมาก ส่วนหนึ่งก็มาจากการแต่งตัวที่ยั่วกิเลส ทำให้กิเลสคนอื่นที่นอนนิ่งมันตื่นขึ้นมา จนควบคุมตนเองไม่ได้ เพราะคิดว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่เท่ห์ ทันสมัยและการแต่งตัวแบบนี้มันก็เหมือนการเสนอขาย สินค้าที่จะขายเขาก็ต้องโชว์ มันก็ทำนองเดียวกัน ที่สำคัญเมื่อเข้าวัดแต่งตัวไม่เรียบร้อยทำอะไรก็ไม่สะดวกสบาย ต้องคอยระวัง เอามือปิดโน่น ปิดนี่อาตมาเคยว่าลูกศิษย์บางคนว่า เมื่ออยากจะโชว์ก็ไม่ต้องปิดหรอก โชว์ให้เต็มที ถ้าไม่อยากปิดก็แต่งตัวให้เรียบร้อย จะได้ทำอะไรสะดวก" พระอาจารย์เผด็จ กล่าว


ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์สุรนารายณ์

ที่มา   http://www.okkid.net/blog_journal_detail.php?journal_id=4148




เผ่าพงษ์พระกฤษณะ:
ความคิดเห็นส่วนตัว ในฐานะที่ ตระเวณ ไปในวัดวาอารามต่าง ๆ

ทางแก้ก็น่าจะอย่างที่หลาย ๆ วัดทำกัน คือถ้าแต่งกายไมุุ่สุภาพมา ก็จะมีเจ้าหน้าที่ไปบอก ให้แต่งกายใหุสุภาพก่อนถึงจะเข้าไปด้านในได้

ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าให้เข้าไปทั้งที่แ่ต่งกายไม่สุภาพ

อันที่จริงแล้ว คนไทย นับถือศาสนาพุทธ(ในบัตรประชาชน และ ใบสมัครงาน) น่าจะรู้และเข้าใจขนบธรรมเนียมประเพณี ของความเป็นไทย และศาสนาพุทธเป็นอย่างดี มีการปลูกฝังมาตั้งแต่สถาบันครอบครัว โรงเรียนและมหาวิทยาลัย ก็ปลูกฝังเรื่องมารยาท ศีลธรรมโดยตลอด

แตุ่ถ้าในกรณีของชาวต่างชาติ บางครั้ง เค้าอาจจะไม่รู้ไม่ทราบ เพราะโดยส่วนใหญ่ ชาวต่างชาติไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ ก็พอจะยอมรับได้ ในเรื่องของการแต่งกายที่ไม่เหมาะสม ทางวัดก็ต้องมีวิธีการที่บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น ศรัทธายังคงอยู่ ก็ใช้วิธีการหา ยูนิฟอร์มพิเศษมาให้ใส่ เหมือนที่หลาย ๆ วัดทำกันอยู่

คนไทย ศาสนาพุทธ อย่าให้ ขายหน้าชาวต่างชาตินะครับ อย่าให้เป็นคนไทยเฉพาะในบัตรประชน และ ใบสมัครงานเท่านั้นนะคับ

ขอบคุณ ครับ

นภดล:
กระทู้นี้สะกิดความรู้สึกของผมขึ้นมาในทันที ที่ได้อ่าน เพราะว่ามันตรงกับความรู้สึกของผมอยู่เหมือนกัน บางครั้งผมก็รู้สึกอึดอัด ที่เห็นเด็กๆวัยรุ่นใส่ขาสั้นมากๆเข้าไปในวัด และจากเรื่องนี้ทำให้ผมต้องหยุดคิดเรื่องราวบางอย่างเงียบๆคนเดียว

เมื่อสมัยหลายปีก่อน เคยมีข่าวที่ สว หญิงที่ดูเหมือนเป็นตัวแทนของผู้หญิงทั้งหลายในเรื่องของการวางระเบียบต่างๆในสังคม ออกมาโวบวายเรื่องที่วัดในภาคเหนือ ไม่ยอมให้ผู้หญิงขึ้นไปในบริเวณด้านบนของพระธาตุ เธอคนนั้นโวยวายเหมือนจะเป็นจะตาย เรียกร้องสิทธิเสรีภาพ อะไรต่อมิอะไรมากมายจนโดนคนด่าไปทั้งประเทศถึงการไม่รู้จักกาละเทศะ และการไม่มีวัฒนธรรมของเธอคนนั้น

ผมเองก็โกรธมากเช่นกันครับ ผมเสียเงินค่าส่ง sms ไปในรายการโทรทัศน์ที่เอาเธอมาออกรายการ และเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผมเสียเงินกับเรื่องแบบนี้ พระธาตุเป็นสถานที่เก็บ อัฐิ ของพระ หรือแม้แต่พระธาตุที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ดังนั้นจึงไม่สมควรให้ผู้หญิงขึ้นไปในส่วนด้านบนอยู่แล้ว ทำไมหรือครับ ก็เพราะว่าลักษณะการสร้างเจดีย์ที่ใช้บรรจุพระธาตุนั้น จะมีการบรรจุพระธาตุไว้ที่ด้านล่างบริเวณส่วนกลางขององค์เจดีย์ ถ้าผู้หญิงขึ้นไปในส่วนที่สูงเกินไปนั้น จะดูเหมือนไปยืนคร่อมอัฐิ ทำให้ดูเป็นการไม่สมควร คล้ายๆกับการลบหลู่ดูแคลนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเรื่องแบบนี้คงจะเอาสิทธิสัตรีมาอ้างไม่ได้

คราวนี้เรามาพูดถึงเรื่องการใส่กระโปรงสั้นหรือกางเกงขาสั้นเข้าวัดกันบ้างครับ เรื่องแบบนี้เป็นสิทธิส่วนบุคคลที่ทำได้ครับ ในสถานที่อื่นๆที่ไม่ใช่วัด บ่อยครั้งที่ผมรู้สึกอึดอัดกับการถ่ายภาพของเด็กสาววัยรุ่น อาจจะรวมถึงคนวัยอื่นๆด้วย ที่เวลาถ่ายภาพกับพระพุทธรูปแล้วทำหน้าตาแอ๊บแบ๊ว หรือแสดงท่าทางแปลกๆ ที่มันดูไม่สุภาพ และถ้าอยากเห็นว่าเป็นแบบไหน ลองเข้าไปในเฟสบุ๊ค ดูสิครับ จะเห็นการถ่ายภาพลักษณะแบบนี้อยู่มากเหลือเกิน

"สิทธิส่วนบุคคล" คำนี้ใช้กันมากมายเหลือเกิน ใช้กันจนไม่สนใจคนอื่นๆกันอีกแล้ว "ฉันจะนุ่งสั้นมันจะหนักหัวใคร" คำถามแบบนี้คงจะเคยได้ยินกันมาแล้วบ้าง แต่ก็ไม่มีคำตอบออกมาจากคนที่ถูกถามอย่างเป็นเรื่องเป็นราววันนี้ผมจะหาคำตอบมาให้ครับ

ท่านอาจารย์พุทธทาส กล่าวว่า "ใครก็ตามที่ไปชอบกิเลสตัณหาราคะนี้ เขาถือว่ามันเป็นบาป ไม่มีใครกล้าทำอย่างนั้นหรอกเพียงแต่แต่งตัวชะเวิบชะวาบเขาก็ว่าบาปเสียแล้ว ผู้หญิงคนไหนทำท่าทางยั่วยวนเขาแช่งให้ฉิบหายเลย มันบาปอย่างนั้น"

วัดคือสถานที่ที่ผู้ถือบวชเข้ามาพำนักเพื่อละกิเลส พระที่ยังไม่หลุดพ้นก็เปรียบเหมือน นักเรียนฝึกหัดที่ต้องปฏิบัติตน ลด ละ เลิก  ออกมาห่างจากกิเลสในเรื่องนั้นๆ แต่คนที่เข้าวัดกลับเอากิเลสเข้าไปยัดเยียดให้พระด้วยการใส่ขาสั้น แต่งตัวไม่สุภาพเข้าวัด แล้วแบบนี้มันถูกต้องที่ไหน เรื่องแบบนี้ไม่หนักหัวใครครับ แต่มันจะโดนแช่งจากคนที่รักดี คนที่มีศีลธรรม มีวัฒนธรรม มีการยับยั้งชั่งใจ

"การรู้จักยับยั้งชั่งใจทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์"

ลองคิดดูเล่นๆนะครับ ว่าถ้าอยากนุ่งสั้นก็นุ่ง อยากจะทำอะไรก็ทำนั้น มันทำให้ต่างจากสัตว์ตรงไหน ของบางอย่างมีค่าสำหรับคนบางคนเท่านั้น ถ้าอยากนุ่งสั้นก็ไม่ต้องเข้าวัด ถ้าอยากเฮฮาก็ไป ห้าง ไป สถานบันเทิง ให้เต็มที่ไปเลยครับไม่ต้องเข้ามาในวัด

นภดล [url=http://www.siamsouth.com]www.siamsouth.com[/url]

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป