Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
16 กรกฎาคม, 2561, 23:18:59

   

ผู้เขียน หัวข้อ: อาชีวะไทยลั่นโลก แชมป์แกะสลักหิมะ 2 สมัย  (อ่าน 2649 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 20 มกราคม, 2554, 04:06:03 »

อาชีวะไทยลั่นโลก แชมป์แกะสลักหิมะ 2 สมัย

การศึกษา วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7357 ข่าวสดรายวัน

ณัฐพงษ์ บุณยพรหม

ต้องยกนิ้วให้ สำหรับทีมนักศึกษาอาชีวะไทย ที่เข้าร่วมการแข่งขันแกะสลักหิมะ

โดยเมื่อปี 2553 ในการแข่งขัน แกะสลักน้ำแข็งนานาชาติที่ฮาร์บิน ประเทศจีน "The 2010 Harbin International Collegiate Snow Sculpture Contest" เด็ก อาชีวะไทย ซึ่งประกอบด้วย นายวิษณุ โพธิ์วิเชียร นายรุ่งชัย สุขเนตร จาก วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา นายจักรกฤษ ผิวจันทร์ จาก วิทยาลัยสระบุรี และ นายเรืองฤทธิ์เดช สงขวัญ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี ซึ่งทั้งหมดเป็นนักศึกษาปวช.ชั้นปีที่ 2 ในขณะนั้นคว้ารางวัลที่ 1 ร่วมกับทีมนักศึกษาประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย และจีน มาครองได้สำเร็จ

นอกจากนั้นผลงานแกะสลักรูปยักษ์วายุภักษ์ ของเด็กไทยในการ แข่งครั้งนั้น ก็ยังคว้ารางวัลชนะเลิศป๊อปปูลาร์โหวต ในหัวข้อ "Thai Charming" (เสน่ห์ไทย) ชนะแชมป์เก่าอย่างรัสเซียมาได้อีก 1 รางวัล

มาถึงการแข่งขันปีล่าสุดนี้ "The 3rd 2011 International Collegiate Snow Sculpture Contest" ครั้งที่ 3 ที่เมืองฮาร์บิน ระหว่างวันที่ 4-7 ม.ค.ที่ผ่านมา

ผลปรากฏว่าเด็กไทยผงาดครองแชมป์เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 และรางวัลป๊อปปูลาร์โหวต อันดับ 1 จากทีม ′อาชีวะไทย 1′ ซึ่งประกอบด้วย นายวิษณุ นายรุ่งชัย นายจักรกฤษ และ นายเรืองฤทธิ์เดช หรือทีมแชมป์เก่าจากปีที่แล้ว

เท่านั้นยังไม่พอนักศึกษาอาชีวะไทยยังได้รับรางวัลที่ 2 และรางวัลป๊อปปูลาร์โหวต อันดับ 2 จากทีม ′อาชีวะไทย 2′ (ทีมผสม) กลับมาฝากคนไทยด้วย ซึ่งในทีมประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ ขุนสนธิ นายอนุวัฒน์ ชอบผล จากวิทยาลัยหัตถ กรรมนครศรีธรรมราช นายปิยชาติ จิญกาญจน์ และนายณัฐพล ทรัพย์ศรี จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา

รูปแบบการแกะสลักหิมะที่พิชิตรางวัลมาครองถึง 2 รางวัล นั้นได้แนวคิดมาจากงานประเพณีแห่เทียนพรรษาประจำปี ซึ่งชาวไทยพร้อมใจกันจัดขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศในวันเข้าพรรษา และเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึงขนบธรรมเนียมประเพณีอันยิ่งใหญ่ของชนชาติไทย

โดยใช้ชื่อผลงานว่า "Thai Custom Tianpunsar"

การแข่งขันพิธีเปิดจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2554 เจ้าภาพใช้มหาวิทยาลัยฮาร์บิน เป็นสถานที่แข่งขัน มีนักศึกษาอาชีวะฝีมือดีจาก 8 ประเทศ 43 ทีม บรรยากาศในการแข่งขันเป็นไปอย่างคึกคัก ท่าม กลางอากาศที่หนาวเย็นติดลบ 30 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับนักศึกษาอาชีวะจากไทย เพราะต้องปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม และสภาพอากาศ



1.เก็บงานอีกครั้ง
2.ทำงานท่ามกลางอากาศหนาว
3.ลงลายสี
4.รางวัลที่ 1 เกียรติยศ
5.ผลงานของรัสเซีย
6.ผลงานเด็กไทย
8.รางวัลที่ 1 แชมป์ 2 ปีซ้อน
9.อ.พูลรัตน์ พึ่งอารมณ์
10.วิษณุ โพธิ์วิเชียร
11.รุ่งชัย สุขเนตร
12.อ.บุญธรรม รัตนวงกต
13.เรืองฤทธิ์เดช สงขวัญ
14.จักรกฤษ ผิวจันทร์



การแข่งขันครั้งนี้นักศึกษาอาชีวะทั้ง 8 คน ต่างงัดฝีมือออกมาประชันความสามารถด้านศิลปะการแกะสลัก กับนักศึกษาจากประเทศต่างๆ เรียกว่าไม่เกรงกลัวชาติไหนทั้งสิ้น ใครมีเทคนิคอะไร ก็หยิบขึ้นมาใช้ มาสู้กันไม่มีย่อท้อ

แม้จะอ่อนล้าจากการแข่งขันตั้งแต่เช้าจรดดึก เพื่อสร้างสรรค์ผลงาน แต่ด้วยความมุ่งมั่น ก็ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ เอา ชนะนักศึกษาจาก 8 ประเทศมาได้

สมาชิกทีมชนะเลิศรางวัลที่ 1 จักรกฤษ ผิวจันทร์ วัย 18 ปี นักศึกษา ปวช.3 คณะศิลป กรรม แผนกวิจิตรศิลป์ วิทยาลัยอาชีว ศึกษาสระบุรี บอกว่า ดีใจ และภูมิใจที่คว้ารางวัลมาฝากคนไทยได้ ตนเรียนมาทางด้านศิลปะ ประติมา กรรม ตอนเรียนไม่มีสอนการแกะสลักน้ำแข็ง แต่ชื่นชอบการแกะสลักน้ำแข็งเป็นการส่วนตัว จึงค้นหาวิธีทางอินเตอร์เน็ต ประกอบกับเมื่อมีการแข่งขันอาจารย์จึงดึงตัวมาซ้อมร่วมทีม

"เราฝึกซ้อมที่ประเทศไทยโดยใช้ดินเหนียว และโฟม เนื่องจากเราไม่มีหิมะให้ใช้ ซึ่งโฟมจะใกล้เคียงกับหิมะมากที่สุด แต่ละวิทยาลัยจะฝึกซ้อมกัน 1-2 เดือนก่อน แล้วค่อยมาร่วมทีม ฝึกต่ออีก 2 สัปดาห์"

จักรกฤษกล่าวอีกว่า โจทย์ของการแข่งขันให้แกะสลักรูปอะไรก็ได้ ตามแบบที่ส่งไป ซึ่งแต่ละวิทยาลัยช่วยกันคิด และนำมารวมกัน ว่าจะใช้แบบไหน กำหนดเวลาให้ 3 วัน ซึ่งเราจะไปแกะตอนไหนก็ได้ เราทำตอนตี 5 กลับเที่ยงคืน เพราะระยะทางจากที่พัก และที่แข่งขันไกลกันมาก เราต้องทำให้ได้มากที่สุด ทำเสร็จจะตัดสินเลย พอวันสุดท้ายเราจะใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงเก็บงานอีกครั้ง

หิมะจะได้จากเครื่องพ่นเป็นละอองน้ำ ให้เกิดการจับตัวเป็นก้อน แต่ต้องขึ้นอยู่กับว่าจะจับได้ก้อนไหน ซึ่งแต่ละก้อนจะมีการอัดตัวที่แน่นแตกต่างกัน ซึ่งทีมเราจะแบ่งหน้า-หลัง ใช้ทุกส่วนของหิมะให้มีค่า ก้อนที่แกะมีขนาด 3 คูณ 3 เมตร จะตัดแล้วเทินเป็นแท่งเทียนให้สูงที่สุด ต่อยอดขึ้นไปสูงถึง 7 เมตร

"คู่แข่งมีฝีมือใกล้เคียงกันทุกคน ก่อนแข่งก็รู้สึกกดดันนิดหน่อย แต่เพราะชอบในการแกะสลัก และเตรียมตัววางแผน มาดี จึงทำให้ทุกอย่างราบรื่น เพื่อนจากอาชีวะเสาวภา 2 คน จะแกะเป็นรูปพญาครุฑ ผมกับเพื่อนอาชีวะสุราษฎร์ฯ จะแกะสลักเชิงเทียนพรรษา ซึ่งอยู่ข้างหลัง เมื่อทำเสร็จแล้วจะมา ช่วยกันเก็บรายละเอียดว่าจุดไหนใครทำอะไรได้บ้าง การตัดสินจะดูจากการทำผลงานให้ตรงตามโจทย์ที่ให้ไว้ การสร้างสรรค์ผลงานให้แปลกตา สำหรับประเทศไทย ที่ได้รางวัลเพราะลวดลายศิลปกรรมความเป็นไทย สิ่วตัววีเดินเป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายกระหนกสามตัว ลายฐานบัว ล้วนแสดงออกถึงความเป็นไทยทั้งสิ้น" จักรกฤษกล่าว

นักศึกษาสมาชิกอีกคนในทีมชนะเลิศ รุ่งชัย สุขเนตร วัย 17 ปี นักศึกษา ปวช.3 คณะศิลปกรรม แผนกวิจิตรศิลป์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา บอกด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นว่า รู้สึกดีใจ หายเหนื่อย เพราะปีนี้กดดันมาก ต้องมาคิดโจทย์ใหม่ๆ ขึ้นมา พอชนะได้ ก็รู้สึกโล่ง ส่วนการซ้อมในปีนี้ไม่เหมือนปีที่แล้ว เพราะจะใช้ดินเหนียวแทนก้อน น้ำแข็ง เนื่องจากต้องการให้รู้จักมุมมองใหม่ๆ และรู้จักการใช้เครื่องมือ เรียนรู้เรื่องเนื้องาน ซึ่งอุปกรณ์ในการแกะสลักหิมะจะมี สิ่วตัววี เลื่อยชัก ตัวเกลา หรือที่ขูดมะละกอ

"ตอนแข่งจะแบ่งงานกันทำ ผมจะแกะตัวครุฑ ซึ่งมันไม่ยากสำหรับผม เพราะเตรียมตัวมาดีกว่าปีที่แล้ว ได้ชัยชนะมาด้วยสมาธิ ขั้นตอนที่ยากที่สุดคือการเทินหิมะบริเวณยอดเทียน ตอนซ้อมเราฝึกกับชิ้นเล็กๆ พอแข่งจริงมีขนาดใหญ่มาก ต้องช่วยกันแบก 4-5 ก้อน แต่อุปสรรคที่สำคัญคืออุณหภูมิที่ติดลบกว่า 30 องศา หนาวจนมือชา บางครั้งทำอะไรไม่ได้เลย คู่แข่งที่น่ากลัวคือประเทศรัสเซีย ที่ขับเคี่ยวกับเรามาตลอด ปีแรกเขาเป็นแชมป์ ปีต่อมาก็เรา ซึ่งป้องกันแชมป์ได้เรียกว่าแชมป์ออฟเดอะแชมป์" รุ่งชัย กล่าว

นักศึกษาที่ไปแข่งในครั้งนี้ ได้รับการฝึกสอน และควบคุมจากอาจารย์มากฝีมือหลายคน ประกอบด้วย อ.บุญธรรม รัตนวงกต วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา อ.พูลรัตน์ พึ่งอารมณ์ วิทยาลัยอาชีว ศึกษาสระบุรี อ.พฤติพงษ์ วงศ์วรรณา วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี และ อ.ชัยรัตน์ จงจงประเสริฐ วิทยาลัยศิลปหัตถกรรมนครศรีธรรมราช

อ.บุญธรรม รัตนวงกต หัวหน้าผู้ควบคุมทีม จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา บอกว่า ครั้งนี้กับครั้งที่แล้ว มีความแตกต่างกันพอสมควร เมื่อครั้งที่แล้วเด็กเราไปด้วยความรู้สึกกลัวๆ เพราะไม่เคยจับหิมะ ไม่เคยสัมผัสความหนาว เมื่อเรามีประสบการณ์แล้ว จึงรู้ว่าควรวางแผนอย่างไร โดยประสานงานผ่านทางเฟซบุ๊ก

"นักเรียนที่ผมเลือกไปอันดับแรกคือ มีวินัย ผมไม่ได้เน้นที่ฝีมือ เพราะฝีมือเด็กอาชีวะมีทุกคนอยู่แล้ว แต่ที่สำคัญที่สุดคือวินัย และความอดทน เพราะอย่างน้อยคุณต้องอยู่ท่ามกลางอากาศหนาว ลบ 30 องศา หน้าที่ของครูคือการวางแผน ปัญหาของคนทำงานร่วมกัน คือมีความคิดไม่ตรงกันบ้าง แต่เราจะใช้การปรึกษา เมื่อได้ข้อสรุป จบก็คือจบ แต่ดีอย่างตรงที่ทีมของเราไม่มีปัญหาเรื่องนี้มากนัก เพราะความคิดตรงกันเกือบหมดจนได้ข้อสรุป ที่สำคัญ เราชนะเพราะฝีมือ และความอดทนของเด็ก อีกทั้งรูปแบบเราล้ำไปกว่าของประเทศอื่นถึงสองก้าว ปีที่แล้วใช้วิธีแกะออกปีนี้เราไม่แกะ เราเอามาต่อ ซึ่งเขาไม่ทำกัน หากปีหน้าเขาเดินสามก้าว เราต้องเดินมากกว่าเขา ไม่เช่นนั้นก็คงสู้ไม่ได้" อ.บุญธรรม กล่าว

ด้าน น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงความสำเร็จครั้งนี้ ว่า เราไปแข่งเป็นปีที่สอง เราได้ทีมเดิม แล้วเราก็ส่งทีม รุ่นน้องไปด้วย ทำให้ได้น้องใหม่มา 4 คน ทั้งสองกลุ่มนี้มาจากการเรียนด้านศิลปกรรมของอาชีวะ ถ้าไม่ได้ครูผู้สอนคงไม่ได้ขนาดนี้ เราถือว่านี่คือนักเรียนที่สร้างชื่อเสียงให้อาชีวะจริงๆ ถือว่าเป็นนักเรียนตัวอย่างของคนพันธุ์อา อยากให้เป็นตัวอย่างแก่นักเรียน เป็นพลังของเด็กอาชีวะ และเป็นพลังที่สร้าง ชาติจริงๆ นี่คือรางวัลระดับโลก ปีหน้าเราจะกวาดทั้งสามรางวัล แม้อาชีวะจะเป็นเพียงเด็กช่าง แต่ในเรื่องของศิลปกรรมเราก็ ทำผลงานได้ดี หวังว่าเราจะเป็นตัวอย่างที่ดีต่อไป

ถือเป็นอีกก้าวของนักศึกษาอาชีวะไทย ที่แสดงศักยภาพให้นานา ชาติเห็นถึงความสามารถ และความเชี่ยวชาญในทักษะวิชาชีพ หากเด็กอาชีวะ ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องก็จะสามารถพัฒนาฝีมือให้มีคุณภาพต่อไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: